คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2031/2554 ฉบับเต็ม

#509388
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2031/2554 นายวินัย ดิษฐจร ผู้กล่าวหา ส.ต.อ.พัฒนา ภมรพล ผู้ถูกกล่าวหา ป.อ. มาตรา 1 (5) สเปรย์พริกไทย ผลิตขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้ฉีดพ่นเพื่อยับยั้งบุคคลหรือสัตว์ร้ายมิให้เข้าใกล้หรือทำอันตรายผู้อื่น ผู้ที่ถูกฉีดพ่นสารในกระป๋องสเปรย์ใส่จะมีอาการสำลัก จาม ระคายเคืองหรือแสบตา หลังจากนั้นไม่นานก็สามารถหายเป็นปกติได้ เห็นได้ว่า การผลิตสเปรย์พริกไทยดังกล่าว มิได้ผลิตขึ้นเพื่อทำร้ายผู้ใด จึงไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ ทั้งไม่อาจใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธ สเปรย์พริกไทยจึงไม่เป็นอาวุธตามความหมายของ ป.อ. มาตรา 1 (5) ___________________________ คดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2548 เวลา 9.45 นาฬิกา ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจประจำศาลกับเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง กาญจนบุรีที่ศาลชั้นต้นขอความอนุเคราะห์ให้ร่วมรักษาความปลอดภัยกำลังนำตัวดาบตำรวจสมชาย จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1747/2548 ของศาลชั้นต้น ขึ้นรถยนต์ของเรือนจำจะไปส่งที่เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ได้เกิดการชุลมุนระหว่างผู้สื่อข่าวและเจ้าพนักงานตำรวจผู้ควบคุมตัวจำเลย และปรากฏว่า กระป๋องสเปรย์พริกไทยซึ่งสิบตำรวจเอกพัฒนา ตำรวจนอกเครื่องแบบทีมาร่วมรักษาความปลอดภัยนำติดตัวมาด้วย ได้ฉีดพ่นสารภายในกระป๋องใส่นายวินัย ผู้สื่อข่าว ศาลชั้นต้นจึงเรียกสิบตำรวจเอกพัฒนาผู้ถูกกล่าวหามาไต่สวนฐานประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1), 33 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ให้ลงโทษปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหามีว่า การที่ผู้ถูกกล่าวหานำกระป๋องสเปรย์พริกไทยดังกล่าวเข้าไปในบริเวณศาลชั้นต้นเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลหรือไม่ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาฎีกาว่า สเปรย์พริกไทยไม่ใช่อาวุธการนำสเปรย์พริกไทยเข้าไปในบริเวณศาล ไม่เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (5) อาวุธ หมายความรวมถึงสิ่งซึ่งไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ แต่ซึ่งได้ใช้หรือเจตนาจะใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธ สำหรับสเปรย์พริกไทยได้ความว่า ผลิตขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้ฉีดพ่นเพื่อยับยั้งบุคคลหรือสัตว์ร้ายมิให้เข้าใกล้หรือทำอันตรายผู้อื่น ผู้ที่ถูกฉีดพ่นสารในกระป๋องสเปรย์ใส่จะมีอาการสำลัก จาม ระคายเคืองหรือแสบตา หลังจากนั้นไม่นานก็สามารถหายเป็นปกติได้ เห็นได้ว่า การผลิตสเปรย์พริกไทยดังกล่าว มิได้ผลิตขึ้นเพื่อทำร้ายผู้ใด จึงไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ ทั้งไม่อาจใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธ สเปรย์พริกไทยจึงไม่เป็นอาวุธตามความหมายของบทกฎหมายข้างต้นด้วยเช่นกัน การที่ผู้ถูกกล่าวหาเข้าไปในบริเวณศาลชั้นต้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลชั้นต้นขอความร่วมมือไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาญจนบุรี การที่ผู้ถูกกล่าวหานำกระป๋องสเปรย์พริกไทยเข้าไปในบริเวณศาลชั้นต้น จึงไม่เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกายังไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกข้อกล่าวหา (วรพจน์ วิไลชนม์-อนันต์ ชุมวิสูตร-นิพนธ์ ใจสำราญ) ศาลจังหวัดกาญจนบุรี - นายสุเจตน์ ส่งสัมพันธ์สกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายประยูร ณ ระนอง แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2013/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
509388
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกาญจนบุรี",
        "judge": "นายสุเจตน์ ส่งสัมพันธ์สกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายประยูร ณ ระนอง"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991137"
    }
}
date
2554
deka_no
2031/2554
deka_running_no
2031
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "วรพจน์ วิไลชนม์",
    "อนันต์ ชุมวิสูตร",
    "นิพนธ์ ใจสำราญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 1 (5)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้กล่าวหา",
        "name": "นายวินัย ดิษฐจร"
    },
    {
        "role": "ผู้ถูกกล่าวหา",
        "name": "ส.ต.อ.พัฒนา ภมรพล"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2548 เวลา 9.45 นาฬิกา ขณะที่เจ้าพนักงานตำรวจประจำศาลกับเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมือง กาญจนบุรีที่ศาลชั้นต้นขอความอนุเคราะห์ให้ร่วมรักษาความปลอดภัยกำลังนำตัวดาบตำรวจสมชาย จำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1747/2548 ของศาลชั้นต้น ขึ้นรถยนต์ของเรือนจำจะไปส่งที่เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี ได้เกิดการชุลมุนระหว่างผู้สื่อข่าวและเจ้าพนักงานตำรวจผู้ควบคุมตัวจำเลย และปรากฏว่า กระป๋องสเปรย์พริกไทยซึ่งสิบตำรวจเอกพัฒนา ตำรวจนอกเครื่องแบบทีมาร่วมรักษาความปลอดภัยนำติดตัวมาด้วย ได้ฉีดพ่นสารภายในกระป๋องใส่นายวินัย ผู้สื่อข่าว ศาลชั้นต้นจึงเรียกสิบตำรวจเอกพัฒนาผู้ถูกกล่าวหามาไต่สวนฐานประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล

ผู้ถูกกล่าวหาให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ผู้ถูกกล่าวหามีความผิดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 31 (1), 33 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ให้ลงโทษปรับ 500 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30

ผู้ถูกกล่าวหาอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน

ผู้ถูกกล่าวหาฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ถูกกล่าวหามีว่า การที่ผู้ถูกกล่าวหานำกระป๋องสเปรย์พริกไทยดังกล่าวเข้าไปในบริเวณศาลชั้นต้นเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลหรือไม่ ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาฎีกาว่า สเปรย์พริกไทยไม่ใช่อาวุธการนำสเปรย์พริกไทยเข้าไปในบริเวณศาล ไม่เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1 (5) อาวุธ หมายความรวมถึงสิ่งซึ่งไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ แต่ซึ่งได้ใช้หรือเจตนาจะใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธ สำหรับสเปรย์พริกไทยได้ความว่า ผลิตขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ในการใช้ฉีดพ่นเพื่อยับยั้งบุคคลหรือสัตว์ร้ายมิให้เข้าใกล้หรือทำอันตรายผู้อื่น ผู้ที่ถูกฉีดพ่นสารในกระป๋องสเปรย์ใส่จะมีอาการสำลัก จาม ระคายเคืองหรือแสบตา หลังจากนั้นไม่นานก็สามารถหายเป็นปกติได้ เห็นได้ว่า การผลิตสเปรย์พริกไทยดังกล่าว มิได้ผลิตขึ้นเพื่อทำร้ายผู้ใด จึงไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ ทั้งไม่อาจใช้ประทุษร้ายร่างกายถึงอันตรายสาหัสอย่างอาวุธ สเปรย์พริกไทยจึงไม่เป็นอาวุธตามความหมายของบทกฎหมายข้างต้นด้วยเช่นกัน การที่ผู้ถูกกล่าวหาเข้าไปในบริเวณศาลชั้นต้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการสำนักงานประจำศาลชั้นต้นขอความร่วมมือไปยังผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองกาญจนบุรี การที่ผู้ถูกกล่าวหานำกระป๋องสเปรย์พริกไทยเข้าไปในบริเวณศาลชั้นต้น จึงไม่เป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาล ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษามานั้น ศาลฎีกายังไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ถูกกล่าวหาฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้ยกข้อกล่าวหา
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1/2548
primary_red_case_no
อ1/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000456.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2013/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554