ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15690/2553
พนักงานอัยการคดีศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา
โจทก์
นายอิคูโอะ โคบายาชิ
โจทก์ร่วม
นางทิพย์กมล อยู่วารีรักษ์
จำเลย
ป.วิ.อ. มาตรา 15, มาตรา 172, มาตรา 218 วรรคหนึ่ง
ป.อ. มาตรา 352 วรรคแรก
ป.วิ.พ. มาตรา 36, มาตรา 47 วรรคสาม, มาตรา 249 วรรคหนึ่ง
การร้องทุกข์ในคดีอาญา กฎหมายมิได้กำหนดแบบการร้องทุกข์ไว้ จึงอาจร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์จริงหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลมิได้สงสัยและจำเลยไม่ได้ให้การหรือนำสืบต่อสู้แสดงเหตุอันควรสงสัยว่าใบมอบอำนาจไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริง ถือว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจตามใบมอบอำนาจให้ร้องทุกข์โดยชอบแล้ว
___________________________
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 510,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ระหว่างพิจารณานายอิคูโอะ โคบายชิ ผู้เสียหาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 (ที่ถูก มาตรา 352 วรรคแรก) จำคุก 1 ปี และให้จำเลยคืนเงินจำนวน 510,000 บาท แก่ผู้เสียหาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยังคงให้ลงโทษจำคุกไม่เกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นการโต้เถียงดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลอุทธรณ์ภาค 1 อันเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามบทบัญญัติดังกล่าวศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า การมอบอำนาจของโจทก์ร่วมให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 47 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 หรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า นายวิโรจน์เบิกความว่าส่งเอกสารมอบอำนาจให้โจทก์ร่วมลงลายมือชื่อที่ประเทศญี่ปุ่น และส่งทางไปรษณีย์กลับมาโดยไม่มีการรับรองจากกงสุลไทยหรือโนตารีปับลิกรับรอง เท่ากับจำเลยยกข้อต่อสู้แสดงเหตุอันควรสงสัยว่าไม่ใช่หนังสือมอบอำนาจที่แท้จริงนั้น เห็นว่า การร้องทุกข์ในคดีอาญากฎหมายมิได้กำหนดแบบการร้องทุกข์ไว้ จึงอาจร้องทุกข์ด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ สาระสำคัญจึงอยู่ที่ว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจให้นายวิโรจน์ร้องทุกข์จริงหรือไม่เท่านั้น เมื่อศาลมิได้สงสัยและจำเลยมิได้ให้การหรือนำสืบต่อสู้แสดงเหตุอันควรสงสัยว่าใบมอบอำนาจ ไม่ใช่ใบมอบอำนาจอันแท้จริง ถือว่าจำเลยยอมรับว่าโจทก์ร่วมมอบอำนาจตามใบมอบอำนาจแล้ว ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์ร่วมยื่นพยานเอกสารหลังจากสืบพยานโจทก์และจำเลย ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 36 จึงไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้นั้น เห็นว่า ข้อเท็จจริงปรากฏตามสำนวนว่า โจทก์ร่วมขอให้ศาลออกหมายเรียกต้นฉบับหรือสำเนาเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขานานาเหนือ ลงวันที่ 24 พฤษภาคม 2547 และเอกสารที่เกี่ยวข้องในการลงลายมือชื่อรับเงินตามเช็คฉบับรับรองสำเนาถูกต้อง ซึ่งโจทก์ได้อ้างส่งสำเนาเช็คดังกล่าวเป็นพยานแล้วตามเช็คเอกสารหมาย จ. 4 ทั้งเมื่อผู้ครอบครองเอกสารได้จัดส่งสำเนาเช็คดังกล่าวต่อศาล ก็ไม่ปรากฏว่าโจทก์ร่วมยื่นคำร้องหรือคำแถลงขอส่งเอกสารดังกล่าวเป็นพยานต่อศาล ฎีกาของจำเลยดังกล่าวแม้เป็นข้อกฎหมาย แต่ก็ไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้
(วิเทพ พัชรภิญโญพงศ์-วีระชาติ เอี่ยมประไพ-สมชาย พันธุมะโอภาส)
ศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา - นายภูวภาคย์ สิริโพธิกุล
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมพงศ์ แพนเดช
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.3299/2553
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ584/2551
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ4397/2551
หมายเหตุ