คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16001/2553 ฉบับเต็ม

#509398
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 16001/2553 พนักงานอัยการจังหวัดน่าน โจทก์ นายก้อน รกไพร จำเลย ป.อ. มาตรา 276 ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายเป็นบุคคลที่มีสภาพจิตไม่สมบูรณ์ ผู้เสียหายมีสภาพจิตเหมือนบุคคลทั่วไป และโดยวิสัยของผู้หญิงทั่วไปย่อมต้องรักนวลสงวนตัวไม่ยินยอมให้บุคคลใดร่วมประเวณีได้ง่าย ๆ ผู้เสียหายเป็นผู้สืบสันดานของจำเลยอยู่ในอุปการะเลี้ยงดูของจำเลยจึงไม่มีเหตุผลใดที่ผู้เสียหายจะยินยอมให้จำเลยซึ่งเป็นบิดาร่วมประเวณีอย่างแน่นอน ขณะเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายรู้สึกตัวว่ามีคนมาทับตัวแล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของตน ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออกไป รู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง แสดงว่าผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม ได้ขัดขืนโดยพยายามผลักออกแล้ว แต่ไม่สามารถขัดขืนได้ ก่อนเกิดเหตุจำเลยเป็นผู้ชายคนเดียวที่นอนในมุ้ง ขณะที่ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออกผู้เสียหายอาจจะรู้ว่าเป็นจำเลยจึงไม่กล้าขัดขืนต่อไปและไม่กล้าบอกบุคคลอื่นทราบก็เป็นได้ เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยมีพฤติการณ์ขึ้นนอนทับตัวผู้เสียหายแล้วเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายพยายามขัดขืนพยายามที่จะผลักออก แต่จำเลยยังนอนทับและทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นเวลานานประมาณ 20 นาที ถือได้ว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยจึงเข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 285 จำเลยให้การรับสารภาพ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยถอนคำให้การเดิมแล้วให้การใหม่เป็นปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 หรือไม่ ในเรื่องนี้ได้ความจากผู้เสียหายว่าในวันเกิดเหตุผู้เสียหายเข้านอนตามปกติในเวลาประมาณ 21 นาฬิกา โดยมีจำเลย นางบุญเจือ และเด็กหญิงมณีรัตน์ มารดาและน้องสาวของผู้เสียหายตามลำดับรวม 4 คน นอนอยู่ในมุ้งเดียวกัน ครั้นถึงเวลาประมาณ 24 นาฬิกา ผู้เสียหายรู้สึกว่ามีคนขึ้นมานอนทับและพยายามถอดกางเกงของผู้เสียหายออก ผู้เสียหายตื่นขึ้นมาแต่ไม่พบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพียงแต่ว่ากางเกงของผู้เสียหายถูกรูดลงไปเล็กน้อย ผู้เสียหายคิดว่ากางเกงหลวมจึงดึงขึ้นไปสวมตามปกติแล้วนอนหลับต่อขณะที่ผู้เสียหายครึ่งหลับครึ่งตื่นรู้สึกคล้ายกับมีคนขึ้นมาทับตัวและถอดกางเกงของผู้เสียหายลงไปประมาณครึ่งขา แล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออก ผู้ที่ขึ้นมาทับตัวรู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง ปล่อยเลยตามเลย โดยถูกกระทำอยู่ประมาณ 20 นาที เห็นว่า ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายเป็นบุคคลที่มีสภาพจิตที่ไม่สมบูรณ์ เช่น เป็นคนปัญญาอ่อน แต่อย่างใด ผู้เสียหายมีสภาพจิตเหมือนบุคคลทั่ว ๆ ไปและโดยวิสัยของผู้หญิงทั่วไปย่อมต้องรักนวลสงวนตัวไม่ยินยอมให้บุคคลใดร่วมประเวณีได้ง่าย ๆ ผู้เสียหายเป็นผู้สืบสันดานของจำเลยอยู่ในการอุปการะเลี้ยงดูของจำเลย จึงไม่มีเหตุผลใดที่ผู้เสียหายจะยินยอมให้จำเลยซึ่งเป็นบิดาบังเกิดเกล้าร่วมประเวณีด้วยอย่างแน่นอน ขณะเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายรู้สึกตัวว่ามีคนขึ้นมาทับตัวแล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของตน ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออกไป รู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง แสดงว่าผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม ได้ขัดขืนโดยพยายามผลักออกแล้ว แต่ไม่สามารถขัดขืนได้จึงปล่อยเลยตามเลย ปรากฏว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยซึ่งเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวนอนอยู่ในมุ้งด้วย ขณะที่ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออก ผู้เสียหายอาจจะรู้ว่าเป็นจำเลยจึงไม่กล้าขัดขืนต่อไป และไม่กล้าบอกให้บุคคลอื่นทราบก็เป็นได้ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยมีพฤติการณ์ขึ้นนอนทับตัวผู้เสียหายแล้วเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายขัดขืนพยายามที่จะผลักออก แต่จำเลยก็ยังนอนทับและทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอยู่เป็นเวลานานประมาณ 20 นาที เช่นนี้ถือได้ว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยจึงเข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิดและใช้บังคับแก่คดี เนื่องจากกฎหมายที่แก้ไขในภายหลังระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาไม่เป็นคุณแก่จำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น" พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) ประกอบ มาตรา 285 จำคุก 16 ปี (ประยูร ณ ระนอง-พิศาล อัยยะวรากูล-อดิศักดิ์ ปัตรวลี) ศาลจังหวัดน่าน - นายเด่นชัย ศรีจุลฮาต ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายสู่บุญ วุฒิวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5055/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1184/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1296/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
509398
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดน่าน",
        "judge": "นายเด่นชัย ศรีจุลฮาต"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายสู่บุญ วุฒิวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992031"
    }
}
date
2553
deka_no
16001/2553
deka_running_no
16001
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "พิศาล อัยยะวรากูล",
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 276"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดน่าน"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายก้อน รกไพร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276, 285

จำเลยให้การรับสารภาพ แต่ก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยถอนคำให้การเดิมแล้วให้การใหม่เป็นปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีคงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 หรือไม่ ในเรื่องนี้ได้ความจากผู้เสียหายว่าในวันเกิดเหตุผู้เสียหายเข้านอนตามปกติในเวลาประมาณ 21 นาฬิกา โดยมีจำเลย นางบุญเจือ และเด็กหญิงมณีรัตน์ มารดาและน้องสาวของผู้เสียหายตามลำดับรวม 4 คน นอนอยู่ในมุ้งเดียวกัน ครั้นถึงเวลาประมาณ 24 นาฬิกา ผู้เสียหายรู้สึกว่ามีคนขึ้นมานอนทับและพยายามถอดกางเกงของผู้เสียหายออก ผู้เสียหายตื่นขึ้นมาแต่ไม่พบว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพียงแต่ว่ากางเกงของผู้เสียหายถูกรูดลงไปเล็กน้อย ผู้เสียหายคิดว่ากางเกงหลวมจึงดึงขึ้นไปสวมตามปกติแล้วนอนหลับต่อขณะที่ผู้เสียหายครึ่งหลับครึ่งตื่นรู้สึกคล้ายกับมีคนขึ้นมาทับตัวและถอดกางเกงของผู้เสียหายลงไปประมาณครึ่งขา แล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออก ผู้ที่ขึ้นมาทับตัวรู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง ปล่อยเลยตามเลย โดยถูกกระทำอยู่ประมาณ 20 นาที เห็นว่า ทางพิจารณาไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายเป็นบุคคลที่มีสภาพจิตที่ไม่สมบูรณ์ เช่น เป็นคนปัญญาอ่อน แต่อย่างใด ผู้เสียหายมีสภาพจิตเหมือนบุคคลทั่ว ๆ ไปและโดยวิสัยของผู้หญิงทั่วไปย่อมต้องรักนวลสงวนตัวไม่ยินยอมให้บุคคลใดร่วมประเวณีได้ง่าย ๆ ผู้เสียหายเป็นผู้สืบสันดานของจำเลยอยู่ในการอุปการะเลี้ยงดูของจำเลย จึงไม่มีเหตุผลใดที่ผู้เสียหายจะยินยอมให้จำเลยซึ่งเป็นบิดาบังเกิดเกล้าร่วมประเวณีด้วยอย่างแน่นอน ขณะเกิดเหตุเมื่อผู้เสียหายรู้สึกตัวว่ามีคนขึ้นมาทับตัวแล้วเอาวัตถุใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของตน ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออกไป รู้สึกว่าเป็นผู้ชายแต่ไม่กล้าลืมตาขึ้นไปมอง แสดงว่าผู้เสียหายไม่ได้ยินยอม ได้ขัดขืนโดยพยายามผลักออกแล้ว แต่ไม่สามารถขัดขืนได้จึงปล่อยเลยตามเลย ปรากฏว่าก่อนเกิดเหตุจำเลยซึ่งเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวนอนอยู่ในมุ้งด้วย ขณะที่ผู้เสียหายพยายามที่จะผลักออก ผู้เสียหายอาจจะรู้ว่าเป็นจำเลยจึงไม่กล้าขัดขืนต่อไป และไม่กล้าบอกให้บุคคลอื่นทราบก็เป็นได้ ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย โดยมีพฤติการณ์ขึ้นนอนทับตัวผู้เสียหายแล้วเอาอวัยวะเพศสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศของผู้เสียหาย ผู้เสียหายขัดขืนพยายามที่จะผลักออก แต่จำเลยก็ยังนอนทับและทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอยู่เป็นเวลานานประมาณ 20 นาที เช่นนี้ถือได้ว่าผู้เสียหายอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยจึงเข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำผิดและใช้บังคับแก่คดี เนื่องจากกฎหมายที่แก้ไขในภายหลังระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกาไม่เป็นคุณแก่จำเลย จำเลยจึงมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น"

พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม) ประกอบ มาตรา 285 จำคุก 16 ปี
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1184/2544
primary_red_case_no
อ1296/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000464.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5055/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553