คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15964/2553 ฉบับเต็ม

#510242
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 15964/2553 นางนิตยา ปินตาสี โจทก์ นางจันทร์แก้ว กมุทะรัตน์หรือกุมทะรัตน์ จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 1299, มาตรา 1300 พฤติการณ์ของจำเลยที่เป็นเจ้าของที่ดินได้พิมพ์ลายนิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจโดยมิได้กรอกข้อความใดๆ ให้ชัดเจนว่าต้องการจะขายที่ดิน แล้วยังมอบโฉนดที่ดินสำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประชาชนของจำเลยให้ ล. ผู้ติดต่อจะซื้อที่ดินไปดำเนินการนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้ ล. และ อ. ผู้รับมอบอำนาจนำไปใช้ในกิจการอื่นด้วยการกรอกเพิ่มเติมข้อความว่า ให้นำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองแทนจำเลย ถือได้ว่าจำเลยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยจะยกเอาผลที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนขึ้นให้การต่อสู้โจทก์ ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้รับจำนองโดยสุจริตเพื่อให้ตนพ้นความรับผิดหาได้ไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน 355,459 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 300,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 87120 ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดชำระหนี้ หากได้เงินสุทธิไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยเมื่อคำนวณถึงวันฟ้อง (20 สิงหาคม 2547) ต้องไม่เกิน 55,459 บาท ถ้าจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบก็ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 87120 ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ตามฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ คำขออื่นให้ยก จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบล ปาดังเบซาร์ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 87120 ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ตามสำเนาโฉนดที่ดินมีความประสงค์จะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจึงพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจ พร้อมมอบโฉนดที่ดินฉบับเจ้าของ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมหนังสือมอบอำนาจให้ นายดวงดี น้องชายจำเลยไว้ติดต่อกับผู้จะซื้อ นายดวงดีมอบหนังสือมอบอำนาจ โฉนดที่ดิน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของจำเลยให้นางลมัย ผู้จะซื้อไปดำเนินการ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2546 มีการนำหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือดังกล่าวไปใช้เป็นหลักฐานว่า จำเลยมอบอำนาจให้นางสาวอัจฉรา เป็นผู้รับมอบอำนาจดำเนินการจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเป็นประกันเงินกู้ยืม 300,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ไว้แก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระดอกเบี้ยและเงินต้นตามสัญญา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อเดียวว่า จำเลยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงต้องรับผิดชำระเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ โจทก์มีโจทก์และนางเครือวัลย์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ในการจดทะเบียนจำนองเป็นพยานเบิกความยืนยันว่า โจทก์กับนางสาวอัจฉรา ขอจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 87120 ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน และโจทก์จ่ายเงินกู้ยืมแก่นายดวงดีกับนางสาวอัจฉรา ตามสำเนาโฉนดที่ดินและหนังสือมอบอำนาจ ส่วนจำเลยมีจำเลยและนายดวงดีน้องชายจำเลยเป็นพยานเบิกความว่า จำเลยไม่ได้รับเงินกู้ยืมจากโจทก์ กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยมอบอำนาจโดยลงลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจให้ไปดำเนินการขายที่ดินของจำเลย แต่นางลมัยกลับนำหนังสือมอบอำนาจพร้อมโฉนดที่ดิน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่มอบให้ไปดำเนินการจดทะเบียนจำนองที่ดินไว้แก่โจทก์แทนดังนี้ เห็นว่า โจทก์รับจำนองที่ดินจากนางสาวอัจฉราโดยสุจริต ไม่ปรากฏว่ามีส่วนรู้เห็นการกรอกข้อความการขอจดทะเบียนจำนองของนางสาวอัจฉราในหนังสือมอบอำนาจแต่อย่างใด แม้จำเลยจะมีเจตนาต้องการจะขายที่ดิน ไม่ประสงค์ขอจดทะเบียนจำนองก็ตาม แต่พฤติการณ์ของจำเลยที่เป็นเจ้าของที่ดินได้พิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจ โดยมิได้กรอกข้อความใด ๆ ให้ชัดเจนว่าต้องการจะขายที่ดิน แล้วยังมอบโฉนดที่ดิน สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยให้นางลมัยผู้ติดต่อจะซื้อที่ดินไปดำเนินการนั้น เป็นการเปิดโอกาสให้นางลมัย และนางสาวอัจฉรานำไปใช้ในกิจการอื่นด้วยการกรอกเพิ่มเติมข้อความว่า ให้นำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองแทนจำเลย ถือได้ว่าจำเลยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยจะยกเอาผลที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนขึ้นให้การต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้รับจำนองโดยสุจริตเพื่อให้ตนเองพ้นความรับผิดหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-สมชาย สินเกษม-ปริญญา ดีผดุง) ศาลจังหวัดลำปาง - นายวิชชุพล สุขสวัสดิ์ ศาลอุทธรณ์ - นายไชยผล สุรวงษ์สิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2025/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ670/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ297/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
510242
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดลำปาง",
        "judge": "นายวิชชุพล สุขสวัสดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายไชยผล สุรวงษ์สิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992035"
    }
}
date
2553
deka_no
15964/2553
deka_running_no
15964
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "สมชาย สินเกษม",
    "ปริญญา ดีผดุง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 1299",
            "ม. 1300"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นางนิตยา ปินตาสี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางจันทร์แก้ว กมุทะรัตน์หรือกุมทะรัตน์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงิน 355,459 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 300,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ถ้าไม่ชำระให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 87120 ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดชำระหนี้ หากได้เงินสุทธิไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดชำระหนี้โจทก์จนครบ

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความ 2,000 บาท

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับให้จำเลยชำระเงิน 300,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2546 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยเมื่อคำนวณถึงวันฟ้อง (20 สิงหาคม 2547) ต้องไม่เกิน 55,459 บาท ถ้าจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบก็ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 87120 ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง พร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้โจทก์ตามฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์เป็นพับ คำขออื่นให้ยก

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบล ปาดังเบซาร์ อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 87120 ตำบลเวียงเหนือ อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง ตามสำเนาโฉนดที่ดินมีความประสงค์จะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างจึงพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจ พร้อมมอบโฉนดที่ดินฉบับเจ้าของ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้านพร้อมหนังสือมอบอำนาจให้ นายดวงดี น้องชายจำเลยไว้ติดต่อกับผู้จะซื้อ นายดวงดีมอบหนังสือมอบอำนาจ โฉนดที่ดิน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของจำเลยให้นางลมัย ผู้จะซื้อไปดำเนินการ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2546 มีการนำหนังสือมอบอำนาจที่จำเลยพิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือดังกล่าวไปใช้เป็นหลักฐานว่า จำเลยมอบอำนาจให้นางสาวอัจฉรา เป็นผู้รับมอบอำนาจดำเนินการจดทะเบียนจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยเป็นประกันเงินกู้ยืม 300,000 บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ไว้แก่โจทก์ จำเลยไม่ชำระดอกเบี้ยและเงินต้นตามสัญญา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยข้อเดียวว่า จำเลยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงต้องรับผิดชำระเงินกู้ยืมและดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์หรือไม่ โจทก์มีโจทก์และนางเครือวัลย์ผู้รับมอบอำนาจโจทก์ในการจดทะเบียนจำนองเป็นพยานเบิกความยืนยันว่า โจทก์กับนางสาวอัจฉรา ขอจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 87120 ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน และโจทก์จ่ายเงินกู้ยืมแก่นายดวงดีกับนางสาวอัจฉรา ตามสำเนาโฉนดที่ดินและหนังสือมอบอำนาจ ส่วนจำเลยมีจำเลยและนายดวงดีน้องชายจำเลยเป็นพยานเบิกความว่า จำเลยไม่ได้รับเงินกู้ยืมจากโจทก์ กรณีเป็นเรื่องที่จำเลยมอบอำนาจโดยลงลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจให้ไปดำเนินการขายที่ดินของจำเลย แต่นางลมัยกลับนำหนังสือมอบอำนาจพร้อมโฉนดที่ดิน สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยที่มอบให้ไปดำเนินการจดทะเบียนจำนองที่ดินไว้แก่โจทก์แทนดังนี้ เห็นว่า โจทก์รับจำนองที่ดินจากนางสาวอัจฉราโดยสุจริต ไม่ปรากฏว่ามีส่วนรู้เห็นการกรอกข้อความการขอจดทะเบียนจำนองของนางสาวอัจฉราในหนังสือมอบอำนาจแต่อย่างใด แม้จำเลยจะมีเจตนาต้องการจะขายที่ดิน ไม่ประสงค์ขอจดทะเบียนจำนองก็ตาม แต่พฤติการณ์ของจำเลยที่เป็นเจ้าของที่ดินได้พิมพ์ลายพิมพ์นิ้วมือในหนังสือมอบอำนาจ โดยมิได้กรอกข้อความใด ๆ ให้ชัดเจนว่าต้องการจะขายที่ดิน แล้วยังมอบโฉนดที่ดิน สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของจำเลยให้นางลมัยผู้ติดต่อจะซื้อที่ดินไปดำเนินการนั้น เป็นการเปิดโอกาสให้นางลมัย และนางสาวอัจฉรานำไปใช้ในกิจการอื่นด้วยการกรอกเพิ่มเติมข้อความว่า ให้นำที่ดินไปจดทะเบียนจำนองแทนจำเลย ถือได้ว่าจำเลยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง จำเลยจะยกเอาผลที่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของตนขึ้นให้การต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกผู้รับจำนองโดยสุจริตเพื่อให้ตนเองพ้นความรับผิดหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ670/2547
primary_red_case_no
พ297/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000464.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2025/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553