คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2554 ฉบับเต็ม

#510282
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 108/2554 นายวิศิษฎ์ อภิรักษ์คุณวงศ์ โจทก์ นางสาววารีย๊ะ สลามเต๊ะ กับพวก ผู้ร้อง นายวิกรม อภิรักษ์คุณวงศ์ ผู้คัดค้าน นายสวัสดิ์ วงศ์สุมิตร กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 296 ผู้ร้องทั้งสามทราบประกาศการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเลยที่ 2 ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ร้องทั้งสามโดยชอบ และทราบเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 อันเป็นวันขายทอดตลาดแล้ว แต่ผู้ร้องทั้งสามมายื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2549 จึงเป็นการยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดเวลาสิบห้าวันที่ ป.วิ.พ. มาตรา 296 วรรคสามกำหนด ผู้ร้องทั้งสามย่อมไม่มีสิทธิร้องคัดค้านให้เพิกถอนการขายทอดตลาดได้ คดีไม่จำต้องวินิจฉัยว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือไม่อีก ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยทั้งสองตกลงชำระเงิน 5,600,000 บาท แก่โจทก์ ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2544 จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์จึงบังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 3164 ตำบลกระทุ่มราย (เจียระดับ) อำเภอหนองจอก (เจียระดับ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 30/4 ของจำเลยที่ 2 ที่ถือกรรมสิทธิ์รวมกับผู้ร้องทั้งสามและนางฮามีเดาะ เพื่อออกขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคา 2,247,600 บาท ต่อมาผู้คัดค้านประมูลซื้อได้เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 ในราคา 7,550,000 บาท ครั้นวันที่ 7 มีนาคม 2549 ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด และให้ขายทอดตลาดเฉพาะที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2 โจทก์และผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 3164 ตำบลกระทุ่มราย (เจียระดับ) อำเภอหนองจอก (เจียระดับ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 30/4 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 เสีย และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินกระบวนวิธีการบังคับใหม่ตามกฎหมายต่อไป คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์และผู้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ให้ผู้ร้องทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์และผู้คัดค้าน โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 4,500 บาท ผู้ร้องทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "กรณีตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามเป็นการร้องขอว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องทั้งสามเป็นประการแรกว่า ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสาม บัญญัติว่า "การยื่นคำร้องตามมาตรานี้อาจกระทำได้ไม่ว่าในเวลาใดก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น..." ซึ่งหมายความว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าว อาจยื่นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใดก็ได้ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ทั้งนี้ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ยื่นคำร้องทราบข้อความหรือพฤติการณ์การดำเนินการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดี ซึ่งข้อเท็จจริงตามที่ได้ความจากทางไต่สวนของผู้ร้องทั้งสาม และฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องทั้งสามทราบประกาศการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเลยที่ 2 ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ร้องทั้งสามโดยชอบ และทราบเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 อันเป็นวันขายทอดตลาดแล้ว แต่ผู้ร้องทั้งสามมายื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2549 จึงเป็นการยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดเวลาสิบห้าวันที่กฎหมายกำหนด ผู้ร้องทั้งสามย่อมไม่มีสิทธิร้องคัดค้านให้เพิกถอนการขายทอดตลาดได้ กรณีจึงไม่ต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นที่ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือไม่อีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกคำร้องชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์-ทวี ประจวบลาภ-ถมรัตน์ เลิศไพรวัน) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
510282
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992020"
    }
}
date
2554
deka_no
108/2554
deka_running_no
108
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์",
    "ทวี ประจวบลาภ",
    "ถมรัตน์ เลิศไพรวัน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 296"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายวิศิษฎ์ อภิรักษ์คุณวงศ์"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาววารีย๊ะ สลามเต๊ะ กับพวก"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายวิกรม อภิรักษ์คุณวงศ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสวัสดิ์ วงศ์สุมิตร กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยทั้งสองตกลงชำระเงิน 5,600,000 บาท แก่โจทก์ ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2544 จำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษา โจทก์จึงบังคับคดีโดยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 3164 ตำบลกระทุ่มราย (เจียระดับ) อำเภอหนองจอก (เจียระดับ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 30/4 ของจำเลยที่ 2 ที่ถือกรรมสิทธิ์รวมกับผู้ร้องทั้งสามและนางฮามีเดาะ เพื่อออกขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีประเมินราคา 2,247,600 บาท ต่อมาผู้คัดค้านประมูลซื้อได้เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 ในราคา 7,550,000 บาท

ครั้นวันที่ 7 มีนาคม 2549 ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาด และให้ขายทอดตลาดเฉพาะที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 2

โจทก์และผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 3164 ตำบลกระทุ่มราย (เจียระดับ) อำเภอหนองจอก (เจียระดับ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างเลขที่ 30/4 เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 เสีย และให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินกระบวนวิธีการบังคับใหม่ตามกฎหมายต่อไป คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์และผู้คัดค้านอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ให้ผู้ร้องทั้งสามใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์และผู้คัดค้าน โดยกำหนดค่าทนายความให้รวม 4,500 บาท

ผู้ร้องทั้งสามฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "กรณีตามคำร้องของผู้ร้องทั้งสามเป็นการร้องขอว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 จึงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องทั้งสามเป็นประการแรกว่า ผู้ร้องทั้งสามยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดโดยชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสาม บัญญัติว่า "การยื่นคำร้องตามมาตรานี้อาจกระทำได้ไม่ว่าในเวลาใดก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ทราบข้อความหรือพฤติการณ์อันเป็นมูลแห่งข้ออ้างนั้น..." ซึ่งหมายความว่าเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลภายนอกผู้มีส่วนได้เสียในการบังคับคดี ซึ่งต้องเสียหายเพราะเหตุดังกล่าว อาจยื่นคำร้องต่อศาลไม่ว่าเวลาใดก็ได้ก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง แต่ทั้งนี้ต้องไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ผู้ยื่นคำร้องทราบข้อความหรือพฤติการณ์การดำเนินการบังคับคดีที่ฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติว่าด้วยการบังคับคดี ซึ่งข้อเท็จจริงตามที่ได้ความจากทางไต่สวนของผู้ร้องทั้งสาม และฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นว่า ผู้ร้องทั้งสามทราบประกาศการขายทอดตลาดที่ดินและสิ่งปลูกสร้างซึ่งจำเลยที่ 2 ถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้ร้องทั้งสามโดยชอบ และทราบเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติของกฎหมายตั้งแต่วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2549 อันเป็นวันขายทอดตลาดแล้ว แต่ผู้ร้องทั้งสามมายื่นคำร้องต่อศาลขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2549 จึงเป็นการยื่นคำร้องเมื่อพ้นกำหนดเวลาสิบห้าวันที่กฎหมายกำหนด ผู้ร้องทั้งสามย่อมไม่มีสิทธิร้องคัดค้านให้เพิกถอนการขายทอดตลาดได้ กรณีจึงไม่ต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นที่ว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือไม่อีก ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้ยกคำร้องชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องทั้งสามฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000464.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554