คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6659/2546 ฉบับเต็ม

#51037
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6659/2546 นาง พเยาว์ เจิมท่า โจทก์ นาง สมพิศหรือพรพิศ ชมจิตต์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 88 บัญชีระบุพยานโจทก์ระบุพยานอันดับ 1 คือ โจทก์อ้างตนเองเป็นพยาน พยานอันดับ 2 คือ พ. เมื่อ พ. เป็นโจทก์คดีนี้ซึ่งได้มอบอำนาจให้ ส. ฟ้องคดีแทน การที่บัญชีระบุพยานโจทก์อ้างทั้งโจทก์และ พ. ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันเป็นคนละอันดับทำให้เห็นได้ว่าพยานอันดับ 1 ที่ทนายโจทก์มุ่งประสงค์จะอ้างเป็นพยานคือ ส. นั่นเองศาลจึงมีอำนาจรับฟังคำเบิกความของ ส. ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 ___________________________ โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2535 จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์จำนวน 20,000 บาทยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตกลงชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยคืนภายในวันที่3 สิงหาคม 2535 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญา โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเพียง 5 ปี เป็นเงิน 15,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 35,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ลายมือชื่อของผู้กู้ในสัญญากู้เงินไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 แต่เป็นลายมือชื่อปลอม ขอให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 35,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 กันยายน 2542) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อกฎหมายเพียงประการเดียวว่า การที่ศาลชั้นต้นรับฟังคำเบิกความของนางสุกัญญา ปานปุย โดยบัญชีระบุพยานโจทก์มิได้ระบุอ้างนางสุกัญญาเป็นพยานชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามบัญชีระบุพยานโจทก์ลงวันที่ 30 กันยายน 2542 ระบุพยานอันดับ 1 คือ โจทก์อ้างตนเองเป็นพยาน พยานอันดับ 2 คือ นางพเยาว์ เจิมท่า เมื่อนางพเยาว์เป็นโจทก์คดีนี้ซึ่งได้มอบอำนาจให้นางสุกัญญาฟ้องคดีแทน การที่บัญชีระบุพยานโจทก์อ้างทั้งโจทก์และนางพเยาว์ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันเป็นคนละอันดับทำให้เห็นได้ว่าพยานอันดับ 1 ที่ทนายโจทก์มุ่งประสงค์จะอ้างเป็นพยานคือนางสุกัญญาซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้แทนโจทก์นั่นเองศาลจึงมีอำนาจรับฟังคำเบิกความของนางสุกัญญาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ไพโรจน์ วายุภาพ-พินิจ เพชรรุ่ง-โนรี จันทร์ทร) แหล่งที่มา เนติบัณฑิตยสภา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
51037
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082043598"
    }
}
date
2546
deka_no
6659/2546
deka_running_no
6659
deka_year
2546
department
แผนก
judges
[
    "ไพโรจน์ วายุภาพ",
    "พินิจ เพชรรุ่ง",
    "โนรี จันทร์ทร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 88"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นาง พเยาว์ เจิมท่า"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นาง สมพิศหรือพรพิศ ชมจิตต์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2535 จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์จำนวน 20,000 บาทยอมเสียดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ตกลงชำระต้นเงินพร้อมดอกเบี้ยคืนภายในวันที่3 สิงหาคม 2535 จำเลยที่ 2 เป็นผู้ค้ำประกันจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้แก่โจทก์ตามสัญญา โจทก์ขอคิดดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเพียง 5 ปี เป็นเงิน 15,000 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 35,000บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 1 ไม่เคยกู้เงินโจทก์ ลายมือชื่อของผู้กู้ในสัญญากู้เงินไม่ใช่ลายมือชื่อของจำเลยที่ 1 แต่เป็นลายมือชื่อปลอม ขอให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 2 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชำระเงินจำนวน 35,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 20,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 30 กันยายน 2542) จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อกฎหมายเพียงประการเดียวว่า การที่ศาลชั้นต้นรับฟังคำเบิกความของนางสุกัญญา ปานปุย โดยบัญชีระบุพยานโจทก์มิได้ระบุอ้างนางสุกัญญาเป็นพยานชอบหรือไม่ เห็นว่า ตามบัญชีระบุพยานโจทก์ลงวันที่ 30 กันยายน 2542 ระบุพยานอันดับ 1 คือ โจทก์อ้างตนเองเป็นพยาน พยานอันดับ 2 คือ นางพเยาว์ เจิมท่า เมื่อนางพเยาว์เป็นโจทก์คดีนี้ซึ่งได้มอบอำนาจให้นางสุกัญญาฟ้องคดีแทน การที่บัญชีระบุพยานโจทก์อ้างทั้งโจทก์และนางพเยาว์ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกันเป็นคนละอันดับทำให้เห็นได้ว่าพยานอันดับ 1 ที่ทนายโจทก์มุ่งประสงค์จะอ้างเป็นพยานคือนางสุกัญญาซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีนี้แทนโจทก์นั่นเองศาลจึงมีอำนาจรับฟังคำเบิกความของนางสุกัญญาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 88 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำพิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
เนติบัณฑิตยสภา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000928.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2546