คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2320/2554 ฉบับเต็ม

#510507
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2320/2554 พนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์ โจทก์ นายสุรศักดิ์ เจียรกุล กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40, มาตรา 42, มาตรา 66 ทวิ วรรคหนึ่ง, มาตรา 66 ทวิ วรรคสอง เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกคำสั่งให้ ม. รื้อถอนอาคารพิพาท แม้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรเขยและบุตรสาวของ ม. จะเป็นผู้ครอบครองอาคารพิพาท และเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้นำคำสั่งไปปิดไว้ที่อาคารพิพาทโดยได้อ่านคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ฟังก่อนที่จะปิดประกาศคำสั่งดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นมิได้มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารพิพาทด้วย คำสั่งดังกล่าวจึงไม่มีผลถึงจำเลยทั้งสองให้ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวด้วย จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ผู้ครอบครองรื้อถอนอาคารพิพาทที่ปลูกสร้างและต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 (1), 108 ทวิ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 21, 40, 42, 65, 66 ทวิ, 69, 70, 71 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 และขอให้คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารของจำเลยทั้งสองออกไปจากที่ดินแปลงดังกล่าว จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40, 42, 66 ทวิ วรรคหนึ่งและวรรคสองประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท และปรับจำเลยทั้งสองวันละ 100 บาท ต่อคน นับแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่สั่งให้รื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40, 52 (ที่ถูก 42), 66 ทวิ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน และเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในอาคารพิพาทซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของรัฐ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือถึงนางมะลิ มารดาจำเลยที่ 2 ให้รื้อถอนอาคารพิพาท และนำคำสั่งไปปิดไว้ที่อาคารพิพาทโดยได้อ่านคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของนางมะลิทราบก่อนปิดประกาศแล้ว แต่ไม่มีการรื้อถอนภายในกำหนด เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสอง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ผู้ครอบครองรื้อถอนอาคารพิพาทที่ปลูกสร้างและต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกคำสั่งให้รื้อถอนอาคารพิพาทไปยังนางมะลิมารดาจำเลยที่ 2 ย่อมหมายถึงจำเลยทั้งสองซึ่งครอบครองใช้สอยทำประโยชน์ในอาคารที่แท้จริงด้วยนั้น เห็นว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้รื้อถอนอาคารพิพาท เป็นคำสั่งให้นางมะลิรื้อถอนอาคารพิพาทแม้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรเขยและบุตรสาวของนางมะลิจะเป็นผู้ครอบครองอาคารพิพาทและเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้นำคำสั่งไปปิดไว้ที่อาคารพิพาทโดยได้อ่านคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ฟังก่อนที่จะปิดประกาศคำสั่งดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่การตีความกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจะตีความในทางขยายความให้เป็นผลร้ายหรือเป็นโทษแก่จำเลยทั้งสองย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้นางมะลิรื้อถอนอาคารพิพาทโดยมิได้มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารพิพาทด้วย คำสั่งดังกล่าวจึงมีผลบังคับให้นางมะลิต้องปฏิบัติตามเท่านั้น ไม่มีผลถึงจำเลยทั้งสองให้ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวด้วย จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ผู้ครอบครองรื้อถอนอาคารพิพาทที่ปลูกสร้างและต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (สุริยง ลิ้มสถิรานันท์-ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์-ประทีป ดุลพินิจธรรมา) ศาลจังหวัดกันทรลักษ์ - นายสมศักดิ์ ฎาราณุท ศาลอุทธรณ์ภาค 3 - นายโสฬส สุวรรณเนตร์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5218/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1680/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ852/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
510507
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกันทรลักษ์",
        "judge": "นายสมศักดิ์ ฎาราณุท"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 3",
        "judge": "นายโสฬส สุวรรณเนตร์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991025"
    }
}
date
2554
deka_no
2320/2554
deka_running_no
2320
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "สุริยง ลิ้มสถิรานันท์",
    "ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์",
    "ประทีป ดุลพินิจธรรมา"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 40",
            "ม. 42",
            "ม. 66 ทวิ วรรคหนึ่ง",
            "ม. 66 ทวิ วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกันทรลักษ์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุรศักดิ์ เจียรกุล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 (1), 108 ทวิ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 21, 40, 42, 65, 66 ทวิ, 69, 70, 71 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 และขอให้คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารของจำเลยทั้งสองออกไปจากที่ดินแปลงดังกล่าว

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40, 42, 66 ทวิ วรรคหนึ่งและวรรคสองประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกคนละ 3 เดือน ปรับคนละ 10,000 บาท และปรับจำเลยทั้งสองวันละ 100 บาท ต่อคน นับแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2543 เป็นต้นไปจนกว่าจะได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอการลงโทษไว้คนละ 2 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ข้อหาและคำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาร่วมกันฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่สั่งให้รื้อถอนอาคารที่ปลูกสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 40, 52 (ที่ถูก 42), 66 ทวิ วรรคหนึ่งและวรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ตามคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 3 ว่า จำเลยทั้งสองเป็นสามีภริยากัน และเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ในอาคารพิพาทซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินของรัฐ เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหนังสือถึงนางมะลิ มารดาจำเลยที่ 2 ให้รื้อถอนอาคารพิพาท และนำคำสั่งไปปิดไว้ที่อาคารพิพาทโดยได้อ่านคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นบุตรของนางมะลิทราบก่อนปิดประกาศแล้ว แต่ไม่มีการรื้อถอนภายในกำหนด เจ้าพนักงานท้องถิ่นจึงแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสอง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ผู้ครอบครองรื้อถอนอาคารพิพาทที่ปลูกสร้างและต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้ออกคำสั่งให้รื้อถอนอาคารพิพาทไปยังนางมะลิมารดาจำเลยที่ 2 ย่อมหมายถึงจำเลยทั้งสองซึ่งครอบครองใช้สอยทำประโยชน์ในอาคารที่แท้จริงด้วยนั้น เห็นว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้รื้อถอนอาคารพิพาท เป็นคำสั่งให้นางมะลิรื้อถอนอาคารพิพาทแม้จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรเขยและบุตรสาวของนางมะลิจะเป็นผู้ครอบครองอาคารพิพาทและเจ้าพนักงานท้องถิ่นได้นำคำสั่งไปปิดไว้ที่อาคารพิพาทโดยได้อ่านคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ฟังก่อนที่จะปิดประกาศคำสั่งดังกล่าวแล้วก็ตาม แต่การตีความกฎหมายที่มีโทษทางอาญาจะตีความในทางขยายความให้เป็นผลร้ายหรือเป็นโทษแก่จำเลยทั้งสองย่อมเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้นางมะลิรื้อถอนอาคารพิพาทโดยมิได้มีคำสั่งให้จำเลยทั้งสองรื้อถอนอาคารพิพาทด้วย คำสั่งดังกล่าวจึงมีผลบังคับให้นางมะลิต้องปฏิบัติตามเท่านั้น ไม่มีผลถึงจำเลยทั้งสองให้ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวด้วย จำเลยทั้งสองจึงไม่มีความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ผู้ครอบครองรื้อถอนอาคารพิพาทที่ปลูกสร้างและต่อเติมโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษามานั้นศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1680/2544
primary_red_case_no
อ852/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000455.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5218/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554