คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2554 ฉบับเต็ม

#510942
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1750/2554 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ นายมลกรา เขียวเล็ก จำเลย ป.อ. มาตรา 86, มาตรา 288 ก. ถูกผู้ตายพูดดูหมิ่นเหยียดหยาม แต่ ก. มิได้แสดงอาการโกรธแค้นหรือพูดตอบโต้ เพียงแต่ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปมาเท่านั้น การที่ผู้ตายพูดเสียงดังจนอาจทำให้จำเลยซึ่งดูโทรทัศน์อยู่บนบ้านได้ยินนั้น ก็เป็นเพียงความคาดเดาของบุคคลอื่นที่อยู่ด้วย จำเลยดูโทรทัศน์ก็ย่อมมีเสียงจากโทรทัศน์ดังอยู่แล้ว เสียงพูดของผู้ตายถึงแม้จะดังขึ้นไปถึงข้างบนบ้าน แต่ก็ไม่น่าจะทำให้จำเลยได้ยินจนจับใจความได้ เพียงแต่รู้ว่ามีเสียงพูดดังผิดปกติ จำเลยจึงลงมาสอบถามว่ามีเรื่องอะไรกัน เมื่อ ก. ถามถึงขวานตัดไม้ จำเลยก็หยิบส่งให้ ขณะนั้น ก. มิได้มีอาการโกรธแค้นจะทำร้ายผู้ตาย แต่เมื่อ ก. ได้ขวานแล้ว ก. ก็ใช้ขวานฟันผู้ตายโดยบุคคลอื่นไม่คาดคิด การที่ ก. ฟันผู้ตายในทันทีเป็นสิ่งที่จำเลยย่อมไม่อาจเล็งเห็นผลหรือประสงค์ต่อผลเช่นนั้น เพราะจำเลยเพิ่งลงมาจากบนบ้านเพื่อสอบถามถึงเสียงเอะอะโวยวายผิดปกติ บุคคลอื่นๆ ซึ่งรับรู้เหตุการณ์มาโดยตลอดก็ยังไม่คาดคิดว่า ก. จะใช้ขวานฟันผู้ตาย เพราะ ก. ไม่แสดงอาการโกรธแค้นให้เห็น เมื่อเกิดเหตุแล้วก็เป็นธรรมดาที่จำเลยต้องพา ก. ออกไปจากที่เกิดเหตุ เนื่องจาก ก. กระทำความผิดร้ายแรง อาจมีญาติพี่น้องของผู้ตายทำร้าย ก. ได้พยานหลักฐานของโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกในการที่ ก. ใช้ขวานฟันผู้ตาย จำเลยจึงไม่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของ ก. ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 86, 72 จำคุก 3 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์ ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวัน เวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง นายเกียว ใช้ขวานเป็นอาวุธฟันนายประเสริฐที่ศีรษะผู้ตาย เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แล้วจำเลยขับรถจักรยานยนต์พานายเกียวหลบหนีไป ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายพิเชษฐ์และนายสมักเป็นพยานเบิกความในทำนองเดียวกันว่า ในวันเกิดเหตุนายพิเชษฐ์และนายสมัก ดื่มสุรากับผู้ตายที่บ้านของผู้ตายตั้งแต่เวลาประมาณ 17 นาฬิกา กระทั่งเวลา 19 นาฬิกา จำเลยและนายเกียวผู้เป็นบิดาพร้อมด้วยนายมนตรีน้องชาย ขับรถจักรยานยนต์มาบ้านผู้ตาย นายเกียวนำไก่ 1 ตัว มาให้ผู้ตายพร้อมเงิน 500 บาท แล้วนั่งคุยกันที่เตียง ส่วนจำเลยกับนายมนตรีขึ้นไปดูโทรทัศน์ข้างบนบ้าน ผู้ตายเมาสุราและพูดจาดูหมิ่นนายเกียวซ้ำซากและเสียงดังจำเลยลงจากบ้านมาสอบถามนายเกียว นายเกียวถามว่าขวานตัดต้นไม้อยู่ไหน จำเลยชี้ให้ดูที่ข้างฝาและหยิบขวานส่งให้นายเกียว ทันใดนั้นนายเกียวใช้ขวานฟันผู้ตาย เห็นว่า นายเกียวถูกผู้ตายพูดดูหมิ่นเหยียดหยามแต่นายเกียวมิได้แสดงอาการโกรธแค้นหรือพูดตอบโต้แต่อย่างใด เพียงแต่ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปมาเท่านั้น ที่ผู้ตายพูดเสียงดังจนอาจทำให้จำเลยซึ่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างบนบ้านได้ยินนั้น ก็เป็นเพียงความคาดเดาของนายพิเชษฐ์และนายสมัก จำเลยดูโทรทัศน์ก็ย่อมมีเสียงจากโทรทัศน์ดังอยู่แล้ว เสียงพูดของผู้ตายถึงแม้จะดังไปถึงข้างบนบ้าน แต่ก็ไม่น่าจะทำให้จำเลยได้ยินจนจับใจความได้เพียงแต่รู้ว่ามีเสียงพูดดังผิดปกติ ดังนั้น จำเลยจึงลงมาสอบถามว่า มีเรื่องอะไรกันเมื่อนายเกียวถามถึงขวานตัดไม้ จำเลยก็หยิบส่งให้ ขณะนั้นนายเกียวมิได้มีอาการโกรธแค้นจะทำร้ายผู้ตาย แต่เมื่อนายเกียวได้ขวานแล้ว นายเกียวก็ใช้ขวานฟันผู้ตายโดนายพิเชษฐ์และนายสมักไม่คาดคิด การที่นายเกียวฟันผู้ตายในทันทีเป็นสิ่งที่จำเลยย่อมไม่อาจเล็งเห็นผลหรือประสงค์ต่อผลเช่นนั้น เพราะจำเลยเพิ่งลงมาจากบนบ้านเพื่อสอบถามถึงเสียงเอะอะโวยวายผิดปกติ นายพิเชษฐ์และนายสมักซึ่งรับรู้เหตุการณ์มาโดยตลอดก็ยังไม่คาดคิดว่านายเกียวจะใช้ขวานฟันผู้ตาย เพราะนายเกียวไม่แสดงอาการโกรธแค้นให้เห็น เมื่อเกิดเหตุแล้วเป็นธรรมดาที่จำเลยต้องพานายเกียวออกไปจากที่เกิดเหตุ เนื่องจากนายเกียวกระทำความผิดร้ายแรง อาจมีญาติพี่น้องของผู้ตายทำร้ายนายเกียวได้ พยานหลักฐานของโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาช่วยเหลือหรือให้ความสะอาดในการที่นายเกียวใช้ขวานฟันผู้ตาย จำเลยจึงไม่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของนายเกียว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน (ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-สิทธิชัย พรหมศร-จักร อุตตโม) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
510942
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991249"
    }
}
date
2554
deka_no
1750/2554
deka_running_no
1750
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "สิทธิชัย พรหมศร",
    "จักร อุตตโม"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 86",
            "ม. 288"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายมลกรา เขียวเล็ก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 86, 72 จำคุก 3 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...พิเคราะห์ ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวัน เวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง นายเกียว ใช้ขวานเป็นอาวุธฟันนายประเสริฐที่ศีรษะผู้ตาย เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แล้วจำเลยขับรถจักรยานยนต์พานายเกียวหลบหนีไป ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นหรือไม่ โจทก์มีนายพิเชษฐ์และนายสมักเป็นพยานเบิกความในทำนองเดียวกันว่า ในวันเกิดเหตุนายพิเชษฐ์และนายสมัก ดื่มสุรากับผู้ตายที่บ้านของผู้ตายตั้งแต่เวลาประมาณ 17 นาฬิกา กระทั่งเวลา 19 นาฬิกา จำเลยและนายเกียวผู้เป็นบิดาพร้อมด้วยนายมนตรีน้องชาย ขับรถจักรยานยนต์มาบ้านผู้ตาย นายเกียวนำไก่ 1 ตัว มาให้ผู้ตายพร้อมเงิน 500 บาท แล้วนั่งคุยกันที่เตียง ส่วนจำเลยกับนายมนตรีขึ้นไปดูโทรทัศน์ข้างบนบ้าน ผู้ตายเมาสุราและพูดจาดูหมิ่นนายเกียวซ้ำซากและเสียงดังจำเลยลงจากบ้านมาสอบถามนายเกียว นายเกียวถามว่าขวานตัดต้นไม้อยู่ไหน จำเลยชี้ให้ดูที่ข้างฝาและหยิบขวานส่งให้นายเกียว ทันใดนั้นนายเกียวใช้ขวานฟันผู้ตาย เห็นว่า นายเกียวถูกผู้ตายพูดดูหมิ่นเหยียดหยามแต่นายเกียวมิได้แสดงอาการโกรธแค้นหรือพูดตอบโต้แต่อย่างใด เพียงแต่ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปมาเท่านั้น ที่ผู้ตายพูดเสียงดังจนอาจทำให้จำเลยซึ่งดูโทรทัศน์อยู่ข้างบนบ้านได้ยินนั้น ก็เป็นเพียงความคาดเดาของนายพิเชษฐ์และนายสมัก จำเลยดูโทรทัศน์ก็ย่อมมีเสียงจากโทรทัศน์ดังอยู่แล้ว เสียงพูดของผู้ตายถึงแม้จะดังไปถึงข้างบนบ้าน แต่ก็ไม่น่าจะทำให้จำเลยได้ยินจนจับใจความได้เพียงแต่รู้ว่ามีเสียงพูดดังผิดปกติ ดังนั้น จำเลยจึงลงมาสอบถามว่า มีเรื่องอะไรกันเมื่อนายเกียวถามถึงขวานตัดไม้ จำเลยก็หยิบส่งให้ ขณะนั้นนายเกียวมิได้มีอาการโกรธแค้นจะทำร้ายผู้ตาย แต่เมื่อนายเกียวได้ขวานแล้ว นายเกียวก็ใช้ขวานฟันผู้ตายโดนายพิเชษฐ์และนายสมักไม่คาดคิด การที่นายเกียวฟันผู้ตายในทันทีเป็นสิ่งที่จำเลยย่อมไม่อาจเล็งเห็นผลหรือประสงค์ต่อผลเช่นนั้น เพราะจำเลยเพิ่งลงมาจากบนบ้านเพื่อสอบถามถึงเสียงเอะอะโวยวายผิดปกติ นายพิเชษฐ์และนายสมักซึ่งรับรู้เหตุการณ์มาโดยตลอดก็ยังไม่คาดคิดว่านายเกียวจะใช้ขวานฟันผู้ตาย เพราะนายเกียวไม่แสดงอาการโกรธแค้นให้เห็น เมื่อเกิดเหตุแล้วเป็นธรรมดาที่จำเลยต้องพานายเกียวออกไปจากที่เกิดเหตุ เนื่องจากนายเกียวกระทำความผิดร้ายแรง อาจมีญาติพี่น้องของผู้ตายทำร้ายนายเกียวได้ พยานหลักฐานของโจทก์ยังรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยมีเจตนาช่วยเหลือหรือให้ความสะอาดในการที่นายเกียวใช้ขวานฟันผู้ตาย จำเลยจึงไม่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของนายเกียว ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000457.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554