คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2998/2554 ฉบับเต็ม

#511526
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2998/2554 นายดี ตันติวา โจทก์ นางสาวพรภิมล ตั้งชัยสิน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23 โจทก์ยื่นคำร้องว่าโจทก์เจ็บป่วยจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยทนายโจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่าโจทก์ป่วยด้วยโรคไต ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเป็นประจำเหตุดังกล่าวจึงไม่ใช่เหตุที่ทำให้ทนายโจทก์ไม่อาจมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์ จึงไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ศาลจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 23 ดังกล่าวได้ ส่วนที่ทนายโจทก์อ้างอีกว่า หากโจทก์ต้องการจะยื่นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์จะต้องกระทำด้วยตนเอง จึงมีเหตุสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาดำเนินการดังกล่าว ก็เป็นการคาดคะเนของทนายโจทก์ทั้งสิ้น จึงไม่อาจอ้างได้ว่าเหตุดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัยเช่นกัน ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์สองครั้ง โดยศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 ต่อมาวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ป่วยเป็นโรคไต อาการหนัก ยังไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ได้ ทนายโจทก์จึงได้เตรียมยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาไว้ แต่โจทก์ยังไม่สามารถมาสาบานตนได้ ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษ ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ และขยายระยะเวลายื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า มีเหตุที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่สามเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 หลังจากที่ครบกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่สองที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 จึงเป็นกรณีที่โจทก์มิได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก่อนสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์ การที่โจทก์จะยื่นคำร้องดังกล่าวได้ต้องเป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 เท่านั้น ที่ทนายโจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์เจ็บป่วยจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ถือเป็นเหตุสุดวิสัย นั้น ก็ปรากฏว่าทนายโจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่า โจทก์ป่วยด้วยโรคไตต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเป็นประจำ ดังจะเห็นได้จากคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่สอง ฉบับลงวันที่ 17 เมษายน 2551 เหตุดังกล่าวจึงไม่ใช่เหตุที่ทำให้ทนายโจทก์ไม่อาจมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในครั้งที่สองได้ จึงไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ศาลจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 23 ดังกล่าวได้ ส่วนที่ทนายโจทก์ฎีกาอ้างอีกว่า หากโจทก์ต้องการจะยื่นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์จะต้องกระทำด้วยตนเอง จึงมีเหตุสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาดำเนินการดังกล่าว ก็เป็นการคาดคะเนของทนายโจทก์ทั้งสิ้น ทนายโจทก์จึงไม่อาจอ้างได้ว่า เหตุดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัยอีกเช่นกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนข้ออ้างอื่นของโจทก์ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัย พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อาวุธ ปั้นปรีชา-วีระชาติ เอี่ยมประไพ-สมชาย พันธุมะโอภาส) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
511526
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081990700"
    }
}
date
2554
deka_no
2998/2554
deka_running_no
2998
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "อาวุธ ปั้นปรีชา",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "สมชาย พันธุมะโอภาส"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายดี ตันติวา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวพรภิมล ตั้งชัยสิน"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์สองครั้ง โดยศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2551

ต่อมาวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ป่วยเป็นโรคไต อาการหนัก ยังไม่สามารถหาเงินมาชำระค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ได้ ทนายโจทก์จึงได้เตรียมยื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถาไว้ แต่โจทก์ยังไม่สามารถมาสาบานตนได้ ถือเป็นพฤติการณ์พิเศษ ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ และขยายระยะเวลายื่นคำร้องขออุทธรณ์อย่างคนอนาถา

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์

โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า มีเหตุที่จะขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้แก่โจทก์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่สามเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2551 หลังจากที่ครบกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่สองที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตถึงวันที่ 15 พฤษภาคม 2551 จึงเป็นกรณีที่โจทก์มิได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก่อนสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์ การที่โจทก์จะยื่นคำร้องดังกล่าวได้ต้องเป็นกรณีที่มีเหตุสุดวิสัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 เท่านั้น ที่ทนายโจทก์ฎีกาอ้างว่า โจทก์เจ็บป่วยจนไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ถือเป็นเหตุสุดวิสัย นั้น ก็ปรากฏว่าทนายโจทก์ทราบดีอยู่แล้วว่า โจทก์ป่วยด้วยโรคไตต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเป็นประจำ ดังจะเห็นได้จากคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ครั้งที่สอง ฉบับลงวันที่ 17 เมษายน 2551 เหตุดังกล่าวจึงไม่ใช่เหตุที่ทำให้ทนายโจทก์ไม่อาจมีคำขอขึ้นมาก่อนสิ้นระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ในครั้งที่สองได้ จึงไม่ถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่ศาลจะอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 23 ดังกล่าวได้ ส่วนที่ทนายโจทก์ฎีกาอ้างอีกว่า หากโจทก์ต้องการจะยื่นอุทธรณ์อย่างคนอนาถา โจทก์จะต้องกระทำด้วยตนเอง จึงมีเหตุสมควรที่ศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ขยายระยะเวลาดำเนินการดังกล่าว ก็เป็นการคาดคะเนของทนายโจทก์ทั้งสิ้น ทนายโจทก์จึงไม่อาจอ้างได้ว่า เหตุดังกล่าวเป็นเหตุสุดวิสัยอีกเช่นกัน ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนข้ออ้างอื่นของโจทก์ไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัย

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000452.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554