คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7634/2554 ฉบับเต็ม

#511580
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7634/2554 นายบุรินทร์ เสรีโยธิน กับพวก โจทก์ บริษัทสมิติเวช จำกัด (มหาชน) กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 420, มาตรา 425 มติของแพทยสภาไม่ใช่กฎหมายและไม่มีกฎหมายฉบับใดบัญญัติว่ามติของแพทยสภามีผลผูกพันคู่ความและศาลจะต้องรับฟังมติของแพทยสภา หากศาลเห็นว่ามติของแพทยสภาถูกต้องและเป็นธรรมก็นำมารับฟังประกอบพยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ได้ แต่มติของแพทยสภาเกี่ยวกับเรื่องนี้มีข้อสงสัยว่าจะถูกต้องและเป็นธรรมหรือไม่ ศาลเพียงแต่นำมารับฟังประกอบการพิจารณาเท่านั้น โดยไม่จำต้องถือตามมติของแพทยสภา ___________________________ โจทก์ทั้งเจ็ดฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ทุกคนเป็นเงินทั้งสิ้น 695,621,852 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 663,590,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ขอให้พิพากษายกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ โจทก์ทั้งเจ็ดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 3,300,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นเงินคนละ 2,000,000 บาท แก่โจทก์ที่ 5 และที่ 6 เป็นเงินคนละ 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 กันยายน 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 โดยกำหนดค่าทนายความรวม 300,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งเจ็ดกับจำเลยที่ 2 และระหว่างโจทก์ที่ 7 กับจำเลยทั้งสี่ในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามติของคณะกรรมการแพทยสภาเกี่ยวกับเรื่องการกระทำของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ดังกล่าว มิใช่เป็นมติเสียงเอกฉันท์ว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่มีความผิด ประกอบกับการพิจารณาของแพทยสภามีปัญหาโต้เถียงกันมากว่ามติของแพทยสภาดังกล่าวถูกต้องและเป็นธรรมหรือไม่ ศาลเพียงแต่นำมารับฟังประกอบการพิจารณาเท่านั้น โดยไม่จำต้องถือตามมติของแพทยสภาดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 2,800,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 1,000,000 บาท แก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 1,500,000 บาท แก่โจทก์ที่ 4 จำนวน 2,000,000 บาท แก่โจทก์ที่ 5 และที่ 6 คนละจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 กันยายน 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 150,000 บาท แทนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ (ศุภชัย สมเจริญ-กรองเกียรติ คมสัน-โสภณ โรจน์อนนท์) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายสุเมศร์ พันธุ์โชติ ศาลอุทธรณ์ - นายสุทธินันท์ เสียมสกุล แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2022/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ6918/2539 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ688/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
511580
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายสุเมศร์ พันธุ์โชติ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุทธินันท์ เสียมสกุล"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081989330"
    }
}
date
2554
deka_no
7634/2554
deka_running_no
7634
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ศุภชัย สมเจริญ",
    "กรองเกียรติ คมสัน",
    "โสภณ โรจน์อนนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 420",
            "ม. 425"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายบุรินทร์ เสรีโยธิน กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทสมิติเวช จำกัด (มหาชน) กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ทั้งเจ็ดฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสี่ร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ทุกคนเป็นเงินทั้งสิ้น 695,621,852 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 663,590,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ

จำเลยที่ 1 ที่ 2 และที่ 4 ขอให้พิพากษายกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์ทั้งเจ็ดอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 3,300,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 ถึงที่ 4 เป็นเงินคนละ 2,000,000 บาท แก่โจทก์ที่ 5 และที่ 6 เป็นเงินคนละ 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 กันยายน 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 โดยกำหนดค่าทนายความรวม 300,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์ทั้งเจ็ดกับจำเลยที่ 2 และระหว่างโจทก์ที่ 7 กับจำเลยทั้งสี่ในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ามติของคณะกรรมการแพทยสภาเกี่ยวกับเรื่องการกระทำของจำเลยที่ 3 และที่ 4 ดังกล่าว มิใช่เป็นมติเสียงเอกฉันท์ว่าจำเลยที่ 3 และที่ 4 ไม่มีความผิด ประกอบกับการพิจารณาของแพทยสภามีปัญหาโต้เถียงกันมากว่ามติของแพทยสภาดังกล่าวถูกต้องและเป็นธรรมหรือไม่ ศาลเพียงแต่นำมารับฟังประกอบการพิจารณาเท่านั้น โดยไม่จำต้องถือตามมติของแพทยสภาดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้วข้างต้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ร่วมกันใช้เงินแก่โจทก์ที่ 1 จำนวน 2,800,000 บาท แก่โจทก์ที่ 2 จำนวน 1,000,000 บาท แก่โจทก์ที่ 3 จำนวน 1,500,000 บาท แก่โจทก์ที่ 4 จำนวน 2,000,000 บาท แก่โจทก์ที่ 5 และที่ 6 คนละจำนวน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันที่ 8 กันยายน 2538 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ กับให้จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 ใช้ค่าทนายความชั้นฎีกา 150,000 บาท แทนโจทก์ที่ 1 ถึงที่ 6 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
opensearch_id
primary_black_case_no
พ6918/2539
primary_red_case_no
พ688/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000440.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2022/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554