คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12454/2553 ฉบับเต็ม

#511584
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12454/2553 ธนาคารซิตี้แบงก์ โจทก์ นายเชาวน์ เทวอักษร กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 173 (1) ตาราง 1 คดีก่อนศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลแขวงพระนครใต้และยกคำสั่งศาลแขวงพระนครใต้ที่ให้รับคำฟ้องของโจทก์ แม้โจทก์จะยื่นฟ้องคดีนี้ขณะคดีก่อนยังอยู่ในกำหนดระยะเวลาฎีกา แต่เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ฎีกา ถือไม่ได้ว่าคดีก่อนอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จึงไม่ต้องห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องคดีนี้ก่อนครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อน ไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องรอให้ครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อนจึงจะฟ้องคดีนี้ได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้อน เมื่อผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และศาลฎีกามีเพียงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่เท่านั้น อุทธรณ์ของโจทก์และฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันมิอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้มูลหนี้บัตรเครดิตซิตี้แบงก์วีซ่า 204,061.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 110,170.77 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามบัตรเครดิตซิตี้แบงก์มาสเตอร์การ์ด 126,857.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 69,732.02 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์สามในสี่ส่วน ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการแรก ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อนหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 เมื่อศาลได้รับคำฟ้องแล้ว (1) ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น คดีหมายเลขแดงที่ 2805/2545 ของศาลแขวงพระนครใต้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลแขวงพระนครใต้และยกคำสั่งศาลแขวงพระนครใต้ที่ให้รับคำฟ้องของโจทก์ แม้โจทก์จะยื่นฟ้องคดีนี้ขณะคดีก่อนยังอยู่ในกำหนดระยะเวลาฎีกา แต่เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ฎีกา ถือไม่ได้ว่าคดีก่อนอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จึงไม่ต้องห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องคดีนี้ตามบทบัญญัติดังกล่าวก่อนครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อน ไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องรอให้ครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อนจึงจะฟ้องคดีนี้ได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้อน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสองประการอื่นต่อไป อนึ่ง เมื่อผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และศาลฎีกามีเพียงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่เท่านั้น อุทธรณ์ของโจทก์และฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันมิอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกินแก่โจทก์และจำเลยทั้งสอง พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์และชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสองเฉพาะส่วนที่เกิน 200 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ (ชำนาญ รวิวรรณพงษ์-สุรศักดิ์ สุวรรณประกร-สุรพันธุ์ ละอองมณี) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นางสาวสุนทรี อัจฉริยพฤกษ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางกฤษณี เยพิทักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2269/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ417/2548 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1993/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
511584
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นางสาวสุนทรี อัจฉริยพฤกษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางกฤษณี เยพิทักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992922"
    }
}
date
2553
deka_no
12454/2553
deka_running_no
12454
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ชำนาญ รวิวรรณพงษ์",
    "สุรศักดิ์ สุวรรณประกร",
    "สุรพันธุ์ ละอองมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 173 (1) ตาราง 1"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารซิตี้แบงก์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเชาวน์ เทวอักษร กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้มูลหนี้บัตรเครดิตซิตี้แบงก์วีซ่า 204,061.43 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 110,170.77 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระหนี้แก่โจทก์เสร็จสิ้น และให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ตามบัตรเครดิตซิตี้แบงก์มาสเตอร์การ์ด 126,857.54 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 69,732.02 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องคดีใหม่ คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์สามในสี่ส่วน ค่าฤชาธรรมเนียมอื่นให้เป็นพับ

โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและยกอุทธรณ์ของจำเลยทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดให้แก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากนี้ให้เป็นพับ

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามฎีกาของจำเลยทั้งสองประการแรก ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อนหรือไม่ เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 173 เมื่อศาลได้รับคำฟ้องแล้ว (1) ห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องเรื่องเดียวกันนั้นต่อศาลเดียวกันหรือต่อศาลอื่น คดีหมายเลขแดงที่ 2805/2545 ของศาลแขวงพระนครใต้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลแขวงพระนครใต้และยกคำสั่งศาลแขวงพระนครใต้ที่ให้รับคำฟ้องของโจทก์ แม้โจทก์จะยื่นฟ้องคดีนี้ขณะคดีก่อนยังอยู่ในกำหนดระยะเวลาฎีกา แต่เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ฎีกา ถือไม่ได้ว่าคดีก่อนอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลฎีกา จึงไม่ต้องห้ามไม่ให้โจทก์ยื่นคำฟ้องคดีนี้ตามบทบัญญัติดังกล่าวก่อนครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อน ไม่มีเหตุที่โจทก์จะต้องรอให้ครบกำหนดระยะเวลาฎีกาในคดีก่อนจึงจะฟ้องคดีนี้ได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่เป็นฟ้องซ้อน ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของจำเลยทั้งสองประการอื่นต่อไป อนึ่ง เมื่อผลของคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 และศาลฎีกามีเพียงให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่เท่านั้น อุทธรณ์ของโจทก์และฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการขอให้ปลดเปลื้องทุกข์อันมิอาจคำนวณเป็นราคาเงินได้ ซึ่งต้องเสียค่าขึ้นศาลเพียง 200 บาท จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาส่วนที่เกินแก่โจทก์และจำเลยทั้งสอง

พิพากษายืน ให้คืนค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์แก่โจทก์และชั้นฎีกาแก่จำเลยทั้งสองเฉพาะส่วนที่เกิน 200 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ417/2548
primary_red_case_no
พ1993/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000472.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2269/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553