คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8700/2554 ฉบับเต็ม

#511595
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8700/2554 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายสมชายหรือโหน่ง นิลพาทย์ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 23 ป.วิ.อ. มาตรา 15 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ครั้งแรกวันที่ 24 มีนาคม 2552 โดยผ่านทัณฑสถานหญิงกลาง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2552 โดยไม่ได้มีคำสั่งให้แจ้งคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ทราบ ต่อมาผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาล มีหนังสือลงวันที่ 8 เมษายน 2552 ถึงผู้อำนวยการสำนักทัณฑสถานหญิงกลาง ให้แจ้งคำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ทราบ แต่ข้อเท็จจริงในสำนวนไม่ปรากฏว่ามีหนังสือของผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลางแจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลทราบว่าได้แจ้งคำสั่งศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 2 ทราบตั้งแต่เมื่อใด เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงดังกล่าวจึงต้องฟังเป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2 ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ดังนี้ จำเลยที่ 2 จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก่อนสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์ได้ กรณีดังกล่าวถือว่ามีเหตุสุดวิสัยที่จำเลยที่ 2 จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 23 ประกอบ ป.วิ.อ. มาตรา 15 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 3,000,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง โดยอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552 วันที่ 24 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องผ่านทัณฑสถานหญิงกลางขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์มีกำหนด 30 วัน ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2552 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ยังมีระยะเวลาทำคำฟ้องอุทธรณ์ภายในกำหนด 1 เดือนนับแต่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 29 เมษายน 2552 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ต้องขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางไม่สามารถมาฟังคำสั่งได้จึงไม่ทราบคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 มีความประสงค์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันที่ 17 เมษายน 2552 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ภายหลังกฎหมายกำหนด กรณีไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2552 โดยผ่านทัณฑสถานหญิงกลาง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2552 โดยไม่ได้มีคำสั่งให้แจ้งคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ทราบ ต่อมาผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา มีหนังสือลงวันที่ 8 เมษายน 2552 ถึงผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ให้แจ้งคำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ทราบ แต่ข้อเท็จจริงในสำนวนไม่ปรากฏว่ามีหนังสือของผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลางแจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญาทราบว่าได้แจ้งคำสั่งศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 2 ทราบตั้งแต่เมื่อใด เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจึงต้องฟังเป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2 ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ดังนี้ จำเลยที่ 2 จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก่อนสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์ได้ กรณีถือว่ามีเหตุสุดวิสัยที่จำเลยที่ 2 จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น พิพากษากลับ อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แก่จำเลยที่ 2 มีกำหนด 30 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ 2 ฟัง (โสฬส สุวรรณเนตร์-ชีพ จุลมนต์-ศิริชัย สวัสดิ์มงคล) ศาลอาญา - นายจิตรกร พัฒนาศิริ ศาลอุทธรณ์ - นายชาตรี ศิริรักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1874/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อย185/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อย1289/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
511595
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นายจิตรกร พัฒนาศิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายชาตรี ศิริรักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081989091"
    }
}
date
2554
deka_no
8700/2554
deka_running_no
8700
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "โสฬส สุวรรณเนตร์",
    "ชีพ จุลมนต์",
    "ศิริชัย สวัสดิ์มงคล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 23"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสมชายหรือโหน่ง นิลพาทย์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม (2), 66 วรรคสาม ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกตลอดชีวิต และปรับ 3,000,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง โดยอ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2552

วันที่ 24 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องผ่านทัณฑสถานหญิงกลางขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์มีกำหนด 30 วัน ถึงวันที่ 17 พฤษภาคม 2552 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยที่ 2 ยังมีระยะเวลาทำคำฟ้องอุทธรณ์ภายในกำหนด 1 เดือนนับแต่มีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 29 เมษายน 2552 จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 2 ต้องขังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางไม่สามารถมาฟังคำสั่งได้จึงไม่ทราบคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 มีความประสงค์อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้น ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันที่ 17 เมษายน 2552 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ภายหลังกฎหมายกำหนด กรณีไม่ใช่เหตุสุดวิสัย ให้ยกคำร้อง

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่ 2 มีเหตุที่จะอนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2552 โดยผ่านทัณฑสถานหญิงกลาง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2552 โดยไม่ได้มีคำสั่งให้แจ้งคำสั่งให้จำเลยที่ 2 ทราบ ต่อมาผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา มีหนังสือลงวันที่ 8 เมษายน 2552 ถึงผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลาง ให้แจ้งคำสั่งที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยที่ 2 ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 2 ทราบ แต่ข้อเท็จจริงในสำนวนไม่ปรากฏว่ามีหนังสือของผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงกลางแจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญาทราบว่าได้แจ้งคำสั่งศาลชั้นต้นให้จำเลยที่ 2 ทราบตั้งแต่เมื่อใด เมื่อไม่ปรากฏข้อเท็จจริงจึงต้องฟังเป็นคุณแก่จำเลยที่ 2 ว่าจำเลยที่ 2 ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ดังนี้ จำเลยที่ 2 จึงไม่อาจยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ก่อนสิ้นระยะเวลาอุทธรณ์ได้ กรณีถือว่ามีเหตุสุดวิสัยที่จำเลยที่ 2 จะยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 23 ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ที่ศาลล่างทั้งสองยกคำร้องของจำเลยที่ 2 นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังขึ้น

พิพากษากลับ อนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์แก่จำเลยที่ 2 มีกำหนด 30 วัน นับแต่วันอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาให้จำเลยที่ 2 ฟัง
opensearch_id
primary_black_case_no
อย185/2551
primary_red_case_no
อย1289/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000438.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1874/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554