คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11810/2553 ฉบับเต็ม

#511599
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11810/2553 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นายธวัช วงษ์นุช กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 83, มาตรา 91, มาตรา 334, มาตรา 335, มาตรา 358, มาตรา 336 ทวิ, มาตรา 362, มาตรา 364, มาตรา 365 จำเลยที่ 1 กับพวกเข้าไปในบริเวณโรงงานซึ่งอยู่ในความครอบครองของผู้เสียหายแล้วทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตที่ก่อสร้าง กับรื้อเหล็กโครงสร้างของอาคารห้องพักคนงานของผู้เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้ แล้วเอาเหล็กโครงสร้างอาคารดังกล่าวไปอันเป็นความผิดฐานบุกรุก ทำให้เสียทรัพย์และลักทรัพย์ แต่เป็นการกระทำต่อเนื่องกันโดยจำเลยมีเจตนาเดียวคือเพื่อเอาเหล็กโครงสร้างอาคารไปโดยทุจริตเท่านั้น จึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทตาม ป.อ. มาตรา 90 ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 93, 334, 335,358, 336 ทวิ, 362, 364, 365 ริบของกลางที่ยังไม่ได้คืนและเพิ่มโทษจำเลยที่ 9 กึ่งหนึ่ง จำเลยทั้งเก้าให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 9 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 358, 362, 364 ในความผิดฐานบุกรุกเป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และลักทรัพย์โดยใช้รถเป็นยานพาหนะอันเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะอันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์กับความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเป็นความผิดคนละกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุอันควรบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 3 เดือน ริบของกลาง ข้อหากับคำขออื่นให้ยก ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาลักเหล็กโครงสร้างอาคารซึ่งอยู่ในที่ดินของผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 1 บุกรุกเข้าไปในที่ดินแล้วทำให้เสียทรัพย์ โดยทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตของอาคาร ก็เพื่อลักเอาเหล็กโครงสร้างของอาคารเหล่านั้นไปการกระทำทั้งหมดของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำต่อเนื่องกันโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อเอาเหล็กโครงสร้างอาคารไปโดยทุจริต จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 358, 362, 364, 91 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในหก คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 (นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ไชยยงค์ คงจันทร์-ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายวิฑูรย์ วิริยะวิธสัจจา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายกฤษณี เยพิทักษ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.250/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ6177/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ835/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
511599
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายวิฑูรย์ วิริยะวิธสัจจา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายกฤษณี เยพิทักษ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993133"
    }
}
date
2553
deka_no
11810/2553
deka_running_no
11810
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ไชยยงค์ คงจันทร์",
    "ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 83",
            "ม. 91",
            "ม. 334",
            "ม. 335",
            "ม. 358",
            "ม. 336 ทวิ",
            "ม. 362",
            "ม. 364",
            "ม. 365"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายธวัช วงษ์นุช กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 83, 93, 334, 335,358, 336 ทวิ, 362, 364, 365 ริบของกลางที่ยังไม่ได้คืนและเพิ่มโทษจำเลยที่ 9 กึ่งหนึ่ง

จำเลยทั้งเก้าให้การปฏิเสธ แต่จำเลยที่ 9 รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 358, 362, 364 ในความผิดฐานบุกรุกเป็นความผิดกรรมเดียวกับความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ และลักทรัพย์โดยใช้รถเป็นยานพาหนะอันเป็นความผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะอันเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ส่วนความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์กับความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเป็นความผิดคนละกรรม ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 โดยความผิดฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 7 ปี 6 เดือน คำให้การของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีอยู่บ้าง มีเหตุอันควรบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในหกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี 3 เดือน ริบของกลาง ข้อหากับคำขออื่นให้ยก ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ถึงที่ 9

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาลักเหล็กโครงสร้างอาคารซึ่งอยู่ในที่ดินของผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 1 บุกรุกเข้าไปในที่ดินแล้วทำให้เสียทรัพย์ โดยทุบอิฐบล็อกและคอนกรีตของอาคาร ก็เพื่อลักเอาเหล็กโครงสร้างของอาคารเหล่านั้นไปการกระทำทั้งหมดของจำเลยที่ 1 เป็นการกระทำต่อเนื่องกันโดยมีเจตนาเดียวคือเพื่อเอาเหล็กโครงสร้างอาคารไปโดยทุจริต จึงเป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ประกอบมาตรา 336 ทวิ, 358, 362, 364, 91 เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานลักทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ 1 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในหก คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 3 ปี 9 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1
opensearch_id
primary_black_case_no
อ6177/2546
primary_red_case_no
อ835/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000474.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.250/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553