คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10912/2553 ฉบับเต็ม

#511635
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10912/2553 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ ดาบตำรวจโสภณ ยศกิจ กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5), มาตรา 246, มาตรา 247, มาตรา 296 วรรคสอง, มาตรา 296 วรรคสี่ (2) คำร้องของจำเลยที่ 2 ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยอ้างว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ส่งประกาศแจ้งวันขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 2 ทราบ การขายทอดตลาดจึงไม่ชอบนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่าการขายทอดตลาดฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง คำร้องของจำเลยที่ 2 จึงอยู่ในบังคับมาตรา 296 วรรคสอง ที่บัญญัติให้ยื่นคำร้องต่อศาลภายในเวลาใดก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวและเสนอบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน รายงานต่อศาลเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2546 ว่า ได้จัดทำบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงินและจ่ายเงินให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในคดีไปแล้ว การบังคับคดีจึงเสร็จสิ้นลงตามมาตรา 296 วรรคสี่ (2) การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องคดีนี้ในวันที่ 13 ธันวาคม 2550 จึงพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 187,009.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 3578 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และต่อมาวันที่ 27 ตุลาคม 2545 เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ไปในราคา 54,000 บาท และจ่ายเงินให้แก่โจทก์แล้ว หลังจากนั้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 22177 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อีก จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันทราบเป็นการไม่ชอบ ทำให้จำเลยที่ 2 เสียหาย เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีอำนาจยึดที่ดินของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดอีก ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 3578 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของจำเลยที่ 1 และขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 22177 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำร้องของจำเลยที่ 2 ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 3578 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของจำเลยที่ 1 โดยอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ส่งประกาศแจ้งวันขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 2 ทราบ การขายทอดตลาดจึงไม่ชอบนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่าการขายทอดตลาดฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306 วรรคหนึ่ง คำร้องของจำเลยที่ 2 จึงอยู่ในบังคับมาตรา 296 วรรคสอง ที่บัญญัติให้ยื่นคำร้องต่อศาลภายในเวลาใดก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวและเสนอบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน รายงานต่อศาลเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2546 ว่า ได้จัดทำบัญชีแสดงรายการรับจ่าย - เงิน และจ่ายเงินให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในคดีไปแล้ว การบังคับคดีจึงเสร็จสิ้นลงตามมาตรา 296 วรรคสี่ (2) การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องคดีนี้ในวันที่ 13 ธันวาคม 2550 จึงพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องแจ้งประกาศวันขายทอดตลาดให้ทราบหรือไม่อีกต่อไป ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 22177 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของจำเลยที่ 2 นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 เพียงแต่อ้างในฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลชั้นต้นต้องรับคำร้องของจำเลยที่ 2 และนัดไต่สวนให้เท่านั้น โดยไม่ได้ยกเหตุผลโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว่า ไม่ถูกต้องอย่างไร ที่ถูกต้องควรเป็นเช่นไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อาวุธ ปั้นปรีชา-วีระชาติ เอี่ยมประไพ-สมชาย พันธุมะโอภาส) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
511635
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993476"
    }
}
date
2553
deka_no
10912/2553
deka_running_no
10912
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "อาวุธ ปั้นปรีชา",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "สมชาย พันธุมะโอภาส"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 (5)",
            "ม. 246",
            "ม. 247",
            "ม. 296 วรรคสอง",
            "ม. 296 วรรคสี่ (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "ดาบตำรวจโสภณ ยศกิจ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 187,009.63 บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 3578 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และต่อมาวันที่ 27 ตุลาคม 2545 เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ซื้อทรัพย์ไปในราคา 54,000 บาท และจ่ายเงินให้แก่โจทก์แล้ว หลังจากนั้นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2550 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 22177 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อีก

จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินของจำเลยที่ 1 โดยไม่ได้แจ้งให้จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นผู้ค้ำประกันทราบเป็นการไม่ชอบ ทำให้จำเลยที่ 2 เสียหาย เจ้าพนักงานบังคับคดีจึงไม่มีอำนาจยึดที่ดินของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดอีก ขอให้เพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 3578 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของจำเลยที่ 1 และขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 22177 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของจำเลยที่ 2

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คำร้องของจำเลยที่ 2 ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 3578 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของจำเลยที่ 1 โดยอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีไม่ได้ส่งประกาศแจ้งวันขายทอดตลาดให้จำเลยที่ 2 ทราบ การขายทอดตลาดจึงไม่ชอบนั้น เป็นการกล่าวอ้างว่าการขายทอดตลาดฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 306 วรรคหนึ่ง คำร้องของจำเลยที่ 2 จึงอยู่ในบังคับมาตรา 296 วรรคสอง ที่บัญญัติให้ยื่นคำร้องต่อศาลภายในเวลาใดก่อนการบังคับคดีได้เสร็จลง เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวและเสนอบัญชีแสดงรายการรับ - จ่ายเงิน รายงานต่อศาลเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2546 ว่า ได้จัดทำบัญชีแสดงรายการรับจ่าย - เงิน และจ่ายเงินให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียในคดีไปแล้ว การบังคับคดีจึงเสร็จสิ้นลงตามมาตรา 296 วรรคสี่ (2) การที่จำเลยที่ 2 ยื่นคำร้องคดีนี้ในวันที่ 13 ธันวาคม 2550 จึงพ้นกำหนดระยะเวลาตามกฎหมาย จำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิยื่นคำร้องขอเพิกถอนการขายทอดตลาดดังกล่าวได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ตามมาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 246 และ 247 คดีจึงไม่มีประโยชน์ที่จะวินิจฉัยฎีกาจำเลยที่ 2 ที่ว่า จำเลยที่ 2 เป็นผู้มีส่วนได้เสียที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องแจ้งประกาศวันขายทอดตลาดให้ทราบหรือไม่อีกต่อไป

ส่วนที่จำเลยที่ 2 ฎีกา ขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 22177 ตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ของจำเลยที่ 2 นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 2 เพียงแต่อ้างในฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนการยึดทรัพย์ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลชั้นต้นต้องรับคำร้องของจำเลยที่ 2 และนัดไต่สวนให้เท่านั้น โดยไม่ได้ยกเหตุผลโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว่า ไม่ถูกต้องอย่างไร ที่ถูกต้องควรเป็นเช่นไร จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งต้องห้ามฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้"

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000477.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553