คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2554 ฉบับเต็ม

#511637
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1777/2554 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ วัดซำรัง โจทก์ร่วม นายตา โฮมภิรมย์ จำเลย ป.อ. มาตรา 96, มาตรา 352, มาตรา 354 เมื่อศาลมีคำสั่งตั้ง จ. เป็นผู้จัดการมรดกของเจ้ามรดกแล้วย่อมถือว่า จ. เป็นตัวแทนของทายาททั้งหมด มีหน้าที่ในการรวบรวมทรัพย์มรดก ทั้งดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาต่อผู้ที่กระทำความเสียหายแก่กองมรดกด้วย ดังนั้นเมื่อ จ. นำคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกไปดำเนินการที่ธนาคาร ก. สาขาวังทอง เพื่อขอรับเงินในบัญชีของเจ้ามรดก แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าจำเลยนำคำสั่งศาลแต่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกมารับเงินในบัญชีไปแล้ว ย่อมถือว่า จ. รู้เรื่องผู้กระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว และต้องถือว่าโจทก์ร่วมในฐานะทายาททราบเรื่องกระทำผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดแล้วด้วย แม้วันสุดท้ายที่โจทก์ร่วมมีสิทธิร้องทุกข์ จะตรงกับวันหยุดราชการ แต่การร้องทุกข์สามารถกระทำได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ โจทก์ร่วมไม่ร้องทุกข์ในวันสุดท้าย คดีจึงขาดอายุความ ___________________________ โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 354 ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 496,166.14 บาท แก่วัดซำรังผู้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา วัดซำรัง ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบมาตรา 352 ลงโทษจำคุกมีกำหนด 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและเบิกความรับข้อเท็จจริงบางส่วนในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา สมควรลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกมีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 496,166.14 บาท แก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ร่วมต้องร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 พยานโจทก์ เบิกความทำนองเดียวกันว่า โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนายจันทร์ เป็นผู้จัดการมรดกของพระครูอ่อนสาผู้ตาย เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งแล้วย่อมถือว่านายจันทร์เป็นตัวแทนของทายาททั้งหมด มีหน้าที่ในการรวบรวมทรัพย์มรดก ทั้งดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาต่อผู้ที่กระทำความเสียหายแก่กองมรดกด้วย ดังนั้นเมื่อนายจันทร์นำคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกไปดำเนินการที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาวังทอง เพื่อขอรับเงินในบัญชีของพระครูอ่อนสาแต่เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าจำเลยนำคำสั่งศาลแต่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกมารับเงินในบัญชีนายอ่อนสาไปแล้ว ย่อมถือว่านายจันทร์รู้เรื่องผู้กระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว แม้พยานโจทก์ทั้งหมดไม่ได้เบิกความยืนยันเกี่ยวกับวันเวลาที่ไปดำเนินการกับธนาคาร เห็นว่า คดีร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อนและไม่มีข้อยุ่งยากเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คู่ความจึงสามารถคัดถ่ายสำเนาคำสั่งศาลได้ในวันที่มีคำสั่งทันที จึงเป็นไปได้ที่นายจันทร์จะได้รับคำสั่งศาลในวันที่ 28 สิงหาคม 2543 แล้วไปดำเนินการกับธนาคารทันที แต่อย่างไรก็ดีหากนายจันทร์ได้รับคำสั่งศาลในวันที่ 5 กันยายน 2543 และไปดำเนินการกับธนาคารในวันที่ 5 กันยายน 2543 ดังที่โจทก์ฎีกา ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2543 แม้วันที่ 5 ธันวาคม 2543 จะถือเป็นวันหยุดราชการแต่การร้องทุกข์สามารถกระทำได้ทุกวัน คดีนี้โจทก์ร่วมร้องทุกข์วันที่ 6 ธันวาคม 2543 จึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ณรงค์ ธนะปกรณ์-พันวะสา บัวทอง-พิศล พิรุณ) ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายประจักษ์ ฤทธิธาดา ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายวิจิตร วิสุชาติ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2094/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ862/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1325/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
511637
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดอุดรธานี",
        "judge": "นายประจักษ์ ฤทธิธาดา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายวิจิตร วิสุชาติ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991248"
    }
}
date
2554
deka_no
1777/2554
deka_running_no
1777
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ณรงค์ ธนะปกรณ์",
    "พันวะสา บัวทอง",
    "พิศล พิรุณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 96",
            "ม. 352",
            "ม. 354"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "วัดซำรัง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายตา โฮมภิรมย์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 354 ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 496,166.14 บาท แก่วัดซำรังผู้เสียหาย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา วัดซำรัง ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 ประกอบมาตรา 352 ลงโทษจำคุกมีกำหนด 3 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและเบิกความรับข้อเท็จจริงบางส่วนในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา สมควรลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกมีกำหนด 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 496,166.14 บาท แก่โจทก์ร่วม

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า ความผิดฐานยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 354 เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ร่วมต้องร้องทุกข์ภายในกำหนด 3 เดือน นับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้นคดีเป็นอันขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 พยานโจทก์ เบิกความทำนองเดียวกันว่า โจทก์ร่วมยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งตั้งนายจันทร์ เป็นผู้จัดการมรดกของพระครูอ่อนสาผู้ตาย เมื่อศาลมีคำสั่งแต่งตั้งแล้วย่อมถือว่านายจันทร์เป็นตัวแทนของทายาททั้งหมด มีหน้าที่ในการรวบรวมทรัพย์มรดก ทั้งดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญาต่อผู้ที่กระทำความเสียหายแก่กองมรดกด้วย ดังนั้นเมื่อนายจันทร์นำคำสั่งแต่งตั้งผู้จัดการมรดกไปดำเนินการที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขาวังทอง เพื่อขอรับเงินในบัญชีของพระครูอ่อนสาแต่เจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าจำเลยนำคำสั่งศาลแต่งตั้งให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกมารับเงินในบัญชีนายอ่อนสาไปแล้ว ย่อมถือว่านายจันทร์รู้เรื่องผู้กระทำความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิดแล้ว แม้พยานโจทก์ทั้งหมดไม่ได้เบิกความยืนยันเกี่ยวกับวันเวลาที่ไปดำเนินการกับธนาคาร เห็นว่า คดีร้องขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดกเป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อนและไม่มีข้อยุ่งยากเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่คู่ความจึงสามารถคัดถ่ายสำเนาคำสั่งศาลได้ในวันที่มีคำสั่งทันที จึงเป็นไปได้ที่นายจันทร์จะได้รับคำสั่งศาลในวันที่ 28 สิงหาคม 2543 แล้วไปดำเนินการกับธนาคารทันที แต่อย่างไรก็ดีหากนายจันทร์ได้รับคำสั่งศาลในวันที่ 5 กันยายน 2543 และไปดำเนินการกับธนาคารในวันที่ 5 กันยายน 2543 ดังที่โจทก์ฎีกา ผู้เสียหายต้องร้องทุกข์ภายในวันที่ 5 ธันวาคม 2543 แม้วันที่ 5 ธันวาคม 2543 จะถือเป็นวันหยุดราชการแต่การร้องทุกข์สามารถกระทำได้ทุกวัน คดีนี้โจทก์ร่วมร้องทุกข์วันที่ 6 ธันวาคม 2543 จึงขาดอายุความ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกฟ้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ862/2544
primary_red_case_no
อ1325/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000457.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2094/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554