คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2554 ฉบับเต็ม

#511644
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2554 พนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว โจทก์ นายเชือน เบือน จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 186 ป.อ. มาตรา 33 ป.วิ.อ. มาตรา 186 (9) บัญญัติให้คำพิพากษาคดีอาญาต้องมีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลาง อันเป็นบทบังคับให้ศาลต้องมีคำวินิจฉัยในส่วนดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าคำขออื่นให้ยกแม้จะเข้าใจได้ว่าศาลชั้นต้นยกคำขอให้ริบของกลาง แต่ศาลชั้นต้นก็ไม่ได้ให้เหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เมื่อคดีมาสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยว่าสมควรริบรถจักรยานยนต์ของกลางหรือไม่ โดยไม่ย้อนสำนวน ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 5, 64 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษไว้กำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (9) บัญญัติให้คำพิพากษาคดีอาญาต้องมีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลาง อันเป็นบทบังคับให้ศาลต้องมีคำวินิจฉัยในส่วนดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าคำขออื่นให้ยก แม้จะเข้าใจได้ว่าศาลชั้นต้นยกคำขอให้ริบของกลาง แต่ศาลชั้นต้นก็ไม่ได้ให้เหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นให้ยกคำขออื่นย่อมมีความหมายอยู่ในตัวว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วว่าของกลางไม่ใช่ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นและศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยว่า สมควรริบรถจักรยานยนต์ของกลางหรือไม่ โดยไม่ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ เห็นว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ที่จำเลยดัดแปลงสภาพต่อเติมพ่วงด้านข้างสำหรับรับจ้างขนคนโดยสาร จึงเป็นเพียงพาหนะที่คนต่างด้าวดังกล่าวใช้โดยสารอยู่ในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ไม่ใช่ทรัพย์สินซึ่งได้ใช้หรือมีไว้เพื่อกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ทั้งตามปกติรถจักรยานยนต์ของกลางโดยสภาพก็มีไว้เพื่อบรรทุกคนจากที่หนึ่งไปยังที่อื่นอันเป็นวัตถุประสงค์ทั่วไปจึงไม่สมควรริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำขอส่วนนี้ของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น (พิศาล อัยยะวรกูล-ประยูร ณ ระนอง-อดิศักดิ์ ปัตรวลี) ศาลจังหวัดสระแก้ว - นายสมชาย อติกรจุฑาศิริ ศาลอุทธรณ์ภาค 2 - นายธนาคม ลิ้มภักดี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4701/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1756/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1794/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
511644
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสระแก้ว",
        "judge": "นายสมชาย อติกรจุฑาศิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 2",
        "judge": "นายธนาคม ลิ้มภักดี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991821"
    }
}
date
2554
deka_no
296/2554
deka_running_no
296
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "พิศาล อัยยะวรกูล",
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 186"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 33"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสระแก้ว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเชือน เบือน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 5, 64 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 ริบของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 มาตรา 64 วรรคหนึ่ง คงจำคุก 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้รับโทษจำคุกมาก่อน ให้รอการลงโทษไว้กำหนด 2 ปี ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 คำขออื่นให้ยก

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาพิพากษาว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (9) บัญญัติให้คำพิพากษาคดีอาญาต้องมีคำวินิจฉัยของศาลในเรื่องของกลาง อันเป็นบทบังคับให้ศาลต้องมีคำวินิจฉัยในส่วนดังกล่าว การที่ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าคำขออื่นให้ยก แม้จะเข้าใจได้ว่าศาลชั้นต้นยกคำขอให้ริบของกลาง แต่ศาลชั้นต้นก็ไม่ได้ให้เหตุผลว่าเหตุใดจึงไม่ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จึงเป็นการไม่ชอบด้วยบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นให้ยกคำขออื่นย่อมมีความหมายอยู่ในตัวว่าศาลชั้นต้นวินิจฉัยแล้วว่าของกลางไม่ใช่ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ในการกระทำความผิด ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้นและศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยว่า สมควรริบรถจักรยานยนต์ของกลางหรือไม่ โดยไม่ย้อนสำนวนให้ศาลชั้นต้นพิพากษาใหม่ เห็นว่ารถจักรยานยนต์ของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ที่จำเลยดัดแปลงสภาพต่อเติมพ่วงด้านข้างสำหรับรับจ้างขนคนโดยสาร จึงเป็นเพียงพาหนะที่คนต่างด้าวดังกล่าวใช้โดยสารอยู่ในอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ไม่ใช่ทรัพย์สินซึ่งได้ใช้หรือมีไว้เพื่อกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ทั้งตามปกติรถจักรยานยนต์ของกลางโดยสภาพก็มีไว้เพื่อบรรทุกคนจากที่หนึ่งไปยังที่อื่นอันเป็นวัตถุประสงค์ทั่วไปจึงไม่สมควรริบรถจักรยานยนต์ของกลาง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกคำขอส่วนนี้ของโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1756/2550
primary_red_case_no
อ1794/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000462.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4701/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554