คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2553 ฉบับเต็ม

#513419
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 799/2553 ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน นายสุทัศน์ รุ่งอัญมณี กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 732 พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง, มาตรา 26 วรรคสี่ พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) คำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ (จำเลย) ที่ 1 ไม่ใช่คำสั่งซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นที่ให้อุทธรณ์ได้ตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542 มาตรา 24 วรรคสอง อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ แต่เนื่องจากมีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาดอาศัยอำนาจตามมาตรา 26 วรรคสี่ ศาลฎีกาเห็นสมควรรับพิจารณาพิพากษาตามอุทธรณ์ของผู้ร้องได้ เงินที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ผู้ร้องคืนแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เป็นเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ริบ เนื่องจากผู้ซื้อผิดสัญญาไม่ชำระค่าที่ดินที่ซื้อได้จากการขายทอดตลาดที่ดินของลูกหนี้ที่ 1 ซึ่งจำนองแก่ผู้ร้อง เงินมัดจำที่ถูกริบดังกล่าวย่อมเป็นเงินที่ได้จากการเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้จำนองนั้นซึ่ง ป.พ.พ. มาตรา 732 บัญญัติให้จัดใช้เงินสุทธิดังกล่าวแก่ผู้รับจำนองเรียงตามลำดับ และถ้ายังมีเงินเหลืออยู่อีกก็ให้ส่งมอบแก่ผู้จำนอง เมื่อผู้คัดค้านโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำที่ดินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใหม่อีกครั้งหนึ่งได้ราคาเมื่อรวมกับเงินมัดจำที่ริบดังกล่าวไม่เพียงพอชำระหนี้จำนองแก่ผู้ร้องซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้ก่อนเจ้าหนี้อื่นในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) จึงไม่มีเงินเหลือที่จะให้ส่งมอบแก่ลูกหนี้ที่ 1 ผู้จำนองอีก การที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ผู้ร้องคืนเงินมัดจำดังกล่าวเพื่อนำเข้าเป็นกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2547 ผู้คัดค้านได้ส่งบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายเงิน สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2548 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ผู้ร้องตรวจและรับรอง และแจ้งให้ผู้ร้องวางเงินเพิ่มจำนวน 47,651 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้จ่ายให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้ขอให้ผู้คัดค้านมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว แต่ผู้คัดค้านยกคำร้องและให้ผู้ร้องส่งเงินจำนวนดังกล่าวคืนแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้มีคำสั่งยกคำร้องและให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันมีคำสั่งเป็นต้นไป ศาลล้มละลายกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องและให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันมีคำสั่งแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "...สำหรับอุทธรณ์ของผู้ร้องปัญหาที่ว่า คำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท ชอบหรือไม่นั้น คำสั่งศาลล้มละลายกลางดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นที่ให้อุทธรณ์ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 24 วรรคสอง อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว แต่เนื่องจากมีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 26 วรรคสี่ ศาลฎีกาเห็นสมควรรับพิจารณาพิพากษาตามอุทธรณ์ของผู้ร้อง เห็นว่า เงินที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ผู้ร้องคืนแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 นั้น เป็นเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ริบเนื่องจากผู้ซื้อผิดสัญญาไม่ชำระค่าที่ดินที่ซื้อได้จากการขายทอดตลาดที่ดินของลูกหนี้ที่ 1 ซึ่งจำนองแก่ผู้ร้อง เงินมัดจำที่ถูกริบดังกล่าวย่อมเป็นเงินที่ได้จากการเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้จำนองนั้น ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 732 บัญญัติให้จัดใช้เงินจำนวนสุทธิดังกล่าวแก่ผู้รับจำนองเรียงตามลำดับ และถ้ายังมีเงินเหลืออยู่อีก ก็ให้ส่งมอบแก่ผู้จำนอง เมื่อผู้คัดค้านโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำที่ดินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใหม่อีกครั้งหนึ่งได้ราคาเพียง 1,320,000 บาท และรวมกับเงินมัดจำที่ริบดังกล่าว ปรากฏว่าเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองทั้งหมดไม่เพียงพอชำระหนี้จำนองแก่ผู้ร้องซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้อื่นในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) เป็นเงิน 2,853,567.34 บาท ตามบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายเงินเอกสารหมาย ร. 2 จึงไม่มีเงินเหลือที่จะให้ส่งมอบแก่ลูกหนี้ที่ 1 ผู้จำนองอีก การที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ผู้ร้องคืนเงินมัดจำดังกล่าวเพื่อนำเข้าเป็นกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เพื่อประโยชน์แก่บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลาย ย่อมกระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้อื่น เช่นนี้ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องและให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ย แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 นั้น จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ย แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เสีย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ (พิชัย อภิชาตอำมฤต-รัตน กองแก้ว-ไพโรจน์ วายุภาพ) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
513419
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081998527"
    }
}
date
2553
deka_no
799/2553
deka_running_no
799
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "พิชัย อภิชาตอำมฤต",
    "รัตน กองแก้ว",
    "ไพโรจน์ วายุภาพ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 732"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.จัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 24 วรรคสอง",
            "ม. 26 วรรคสี่"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 96 (3)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุทัศน์ รุ่งอัญมณี กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ที่ 1 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2547 ผู้คัดค้านได้ส่งบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายเงิน สิ้นสุด ณ วันที่ 18 ธันวาคม 2548 ของเจ้าพนักงานบังคับคดีให้ผู้ร้องตรวจและรับรอง และแจ้งให้ผู้ร้องวางเงินเพิ่มจำนวน 47,651 บาท ซึ่งเป็นเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้จ่ายให้แก่ผู้ร้อง ผู้ร้องได้ขอให้ผู้คัดค้านมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงคำสั่งดังกล่าว แต่ผู้คัดค้านยกคำร้องและให้ผู้ร้องส่งเงินจำนวนดังกล่าวคืนแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้าน

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้าน ขอให้มีคำสั่งยกคำร้องและให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันมีคำสั่งเป็นต้นไป

ศาลล้มละลายกลางไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องและให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันมีคำสั่งแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 ต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า "...สำหรับอุทธรณ์ของผู้ร้องปัญหาที่ว่า คำสั่งของศาลล้มละลายกลางที่ยกคำร้องของผู้ร้องที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท ชอบหรือไม่นั้น คำสั่งศาลล้มละลายกลางดังกล่าวไม่ใช่คำสั่งซึ่งอยู่ในข้อยกเว้นที่ให้อุทธรณ์ได้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 24 วรรคสอง อุทธรณ์ของผู้ร้องจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายดังกล่าว แต่เนื่องจากมีกรณีจำเป็นต้องแก้ไขข้อผิดพลาด อาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลล้มละลายและวิธีพิจารณาคดีล้มละลาย พ.ศ. 2542 มาตรา 26 วรรคสี่ ศาลฎีกาเห็นสมควรรับพิจารณาพิพากษาตามอุทธรณ์ของผู้ร้อง เห็นว่า เงินที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ผู้ร้องคืนแก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 นั้น เป็นเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้ริบเนื่องจากผู้ซื้อผิดสัญญาไม่ชำระค่าที่ดินที่ซื้อได้จากการขายทอดตลาดที่ดินของลูกหนี้ที่ 1 ซึ่งจำนองแก่ผู้ร้อง เงินมัดจำที่ถูกริบดังกล่าวย่อมเป็นเงินที่ได้จากการเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดเพื่อใช้หนี้จำนองนั้น ซึ่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 732 บัญญัติให้จัดใช้เงินจำนวนสุทธิดังกล่าวแก่ผู้รับจำนองเรียงตามลำดับ และถ้ายังมีเงินเหลืออยู่อีก ก็ให้ส่งมอบแก่ผู้จำนอง เมื่อผู้คัดค้านโดยเจ้าพนักงานบังคับคดีได้นำที่ดินซึ่งจำนองออกขายทอดตลาดใหม่อีกครั้งหนึ่งได้ราคาเพียง 1,320,000 บาท และรวมกับเงินมัดจำที่ริบดังกล่าว ปรากฏว่าเงินสุทธิที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองทั้งหมดไม่เพียงพอชำระหนี้จำนองแก่ผู้ร้องซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้อื่นในฐานะเจ้าหนี้มีประกันตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 96 (3) เป็นเงิน 2,853,567.34 บาท ตามบัญชีแสดงรายการรับ-จ่ายเงินเอกสารหมาย ร. 2 จึงไม่มีเงินเหลือที่จะให้ส่งมอบแก่ลูกหนี้ที่ 1 ผู้จำนองอีก การที่ผู้คัดค้านมีคำสั่งให้ผู้ร้องคืนเงินมัดจำดังกล่าวเพื่อนำเข้าเป็นกองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เพื่อประโยชน์แก่บรรดาเจ้าหนี้ทั้งหลาย ย่อมกระทบกระทั่งถึงสิทธิของผู้ร้องในฐานะเจ้าหนี้มีประกันซึ่งมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดที่ดินจำนองดังกล่าวก่อนเจ้าหนี้อื่น เช่นนี้ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องและให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ย แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 นั้น จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับเป็นว่า ให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้านที่ให้ผู้ร้องคืนเงินจำนวน 47,651 บาท พร้อมดอกเบี้ย แก่กองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 1 เสีย ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000522.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553