คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 559/2554 ฉบับเต็ม

#513561
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 559/2554 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ นายอภิชนหรือเต้ย ชูชีพ จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 61 ป.วิ.อ. มาตรา 15 แม้ความบกพร่องในการยื่นฎีกาเกิดจากทนายความของจำเลย มิได้เกิดจากตัวจำเลย แต่เมื่อจำเลยแต่งตั้งทนายความแล้วก็ต้องรับผลที่เกิดจากการกระทำของทนายจำเลย มิฉะนั้นแล้วจำเลยก็จะเลือกเอาเฉพาะการกระทำของทนายจำเลยที่เป็นประโยชน์และปฏิเสธส่วนที่เป็นโทษโดยอ้างความบกพร่องของทนายจำเลยซึ่งจะทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่บรรลุเป้าประสงค์ เมื่อทนายจำเลยยื่นฎีกาเกินกำหนดที่ขอขยาย จึงไม่อาจรับฎีกาของจำเลยได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 339, 340 ตรี ริบของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาสร้อยคอทองคำบางส่วนที่ผู้เสียหายไม่ได้รับคืน หนัก 8 กรัม ราคา 3,520 บาท แก่ผู้เสียหาย และบวกโทษจำคุกจำเลยที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี ให้ลงโทษจำคุก 15 ปี ริบของกลาง และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สร้อยคอทองคำบางส่วนที่ผู้เสียหายไม่ได้คืนหนัก 8 กรัม ราคา 3,520 บาท แก่ผู้เสียหาย ให้ยกคำขอที่ให้บวกโทษที่รอการลงโทษไว้ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2550 ต่อมาทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกัน อนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกาไปถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2550 จำเลยยื่นฎีกาวันที่ 21 สิงหาคม 2550 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดที่ขยาย ไม่รับฎีกา ทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าเกิดจากความบกพร่องของทนายจำเลยที่จำวันครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ 17 เป็นวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการติดต่อกันถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2550 จึงยื่นฎีกาในวันที่ 21 สิงหาคม 2550 ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งใหม่ว่า ทนายจำเลยยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดเพราะความบกพร่องของทนายจำเลย ไม่ใช่ตัวจำเลย เห็นควรเพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกา เป็นรับฎีกา เห็นว่า แม้ความบกพร่องในการยื่นฎีกาเกิดจากทนายความของจำเลย มิได้เกิดจากตัวจำเลยก็ตาม แต่เมื่อจำเลยแต่งตั้งทนายความแล้วก็ต้องรับผลที่เกิดจากการกระทำของทนายจำเลย มิฉะนั้นแล้วจำเลยก็จะเลือกเอาเฉพาะการกระทำของทนายจำเลยที่เป็นประโยชน์และปฏิเสธส่วนที่เป็นโทษโดยอ้างความบกพร่องของทนายจำเลย จะทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่บรรลุเป้าประสงค์ เมื่อทนายจำเลยยื่นฎีกาเกินกำหนดที่ขอขยายจึงไม่รับฎีกาของจำเลย" พิพากษายกฎีกาของจำเลย (ศิริชัย วัฒนโยธิน-อภิรัตน์ ลัดพลี-ทวีป ตันสวัสดิ์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
513561
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991714"
    }
}
date
2554
deka_no
559/2554
deka_running_no
559
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ศิริชัย วัฒนโยธิน",
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "ทวีป ตันสวัสดิ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 61"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายอภิชนหรือเต้ย ชูชีพ"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 58, 83, 339, 340 ตรี ริบของกลาง ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาสร้อยคอทองคำบางส่วนที่ผู้เสียหายไม่ได้รับคืน หนัก 8 กรัม ราคา 3,520 บาท แก่ผู้เสียหาย และบวกโทษจำคุกจำเลยที่รอการลงโทษไว้เข้ากับโทษในคดีนี้ด้วย

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี ให้ลงโทษจำคุก 15 ปี ริบของกลาง และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์สร้อยคอทองคำบางส่วนที่ผู้เสียหายไม่ได้คืนหนัก 8 กรัม ราคา 3,520 บาท แก่ผู้เสียหาย ให้ยกคำขอที่ให้บวกโทษที่รอการลงโทษไว้

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้คู่ความฟังเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2550 ต่อมาทนายจำเลยยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในวันเดียวกัน อนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกาไปถึงวันที่ 17 สิงหาคม 2550 จำเลยยื่นฎีกาวันที่ 21 สิงหาคม 2550 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดที่ขยาย ไม่รับฎีกา ทนายจำเลยยื่นคำร้องว่าเกิดจากความบกพร่องของทนายจำเลยที่จำวันครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ 17 เป็นวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ซึ่งเป็นวันหยุดราชการติดต่อกันถึงวันที่ 20 สิงหาคม 2550 จึงยื่นฎีกาในวันที่ 21 สิงหาคม 2550 ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งใหม่ว่า ทนายจำเลยยื่นฎีกาเมื่อพ้นกำหนดเพราะความบกพร่องของทนายจำเลย ไม่ใช่ตัวจำเลย เห็นควรเพิกถอนคำสั่งไม่รับฎีกา เป็นรับฎีกา เห็นว่า แม้ความบกพร่องในการยื่นฎีกาเกิดจากทนายความของจำเลย มิได้เกิดจากตัวจำเลยก็ตาม แต่เมื่อจำเลยแต่งตั้งทนายความแล้วก็ต้องรับผลที่เกิดจากการกระทำของทนายจำเลย มิฉะนั้นแล้วจำเลยก็จะเลือกเอาเฉพาะการกระทำของทนายจำเลยที่เป็นประโยชน์และปฏิเสธส่วนที่เป็นโทษโดยอ้างความบกพร่องของทนายจำเลย จะทำให้กระบวนการยุติธรรมไม่บรรลุเป้าประสงค์ เมื่อทนายจำเลยยื่นฎีกาเกินกำหนดที่ขอขยายจึงไม่รับฎีกาของจำเลย"

พิพากษายกฎีกาของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000461.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554