คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11833/2554 ฉบับเต็ม

#513597
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11833/2554 พนักงานอัยการจังหวัดนาทวี โจทก์ นายบัดรูดิน บิน อีเลียส จำเลย พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 4, มาตรา 15, มาตรา 65 บุคคลที่เดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยจะต้องผ่านพิธีการตรวจโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน เมื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ถือว่าบุคคลนั้นเดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้ว หลังจากนั้นจึงมาผ่านขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่จะต้องตรวจสิ่งของต้องห้ามต่อไป การที่จำเลยนั่งรถยนต์รับจ้างจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในประเทศไทยบริเวณด่านศุลกากรสะเดา ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา จึงถือว่าจำเลยเดินทางเข้ามาในประเทศไทยแล้ว เมื่อจำเลยถูกนายตรวจศุลกากรตรวจค้นและพบเมทแอมเฟตามีนของกลางบรรจุอยู่ภายในซองพลาสติกใสใส่ไว้ในกระปุกครีมใส่ผมในกระเป๋าสะพายของจำเลย การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักร หาใช่เป็นเพียงความผิดฐานพยายามนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 90 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 65 วรรคสอง,66 วรรคสอง เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยนำเข้าและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุก 25 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาโจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยว่า ขณะที่นายจรัล นายตรวจศุลกากร ปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นรถที่ขับจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในประเทศไทยบริเวณด่านศุลกากรสะเดา ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เห็นรถยนต์รับจ้างยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กง 429 สงขลา แล่นผ่านด่านเข้ามาในประเทศไทยจึงแสดงตัวขอตรวจค้นเพื่อตรวจสอบว่ามีของที่ยังมิได้เสียภาษีอากรหรือของต้องห้าม ต้องจำกัดมากับบุคคลภายในรถหรือรถหรือไม่ จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวมีนายสาธิต เป็นคนขับ มีจำเลยซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติมาเลเซียเป็นผู้โดยสารโดยจำเลยนั่งอยู่ที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ และพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 7 ซอง บรรจุอยู่ภายในซองพลาสติกใสใส่ไว้ในกระปุกครีมใส่ผมซึ่งอยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลที่วางอยู่บนหน้าตักของจำเลย จากการสอบถามผ่านนายสาธิตซึ่งทำหน้าที่ล่าม จำเลยรับว่าเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวเป็นของตนเองที่ซื้อมาจากเพื่อนชาวมาเลเซีย นายจรัลจึงนำตัวจำเลยมาที่ด่านศุลกากรเพื่อทำบันทึกการจับกุม ชั้นจับกุมจำเลยให้การรับสารภาพ จากนั้นนำตัวจำเลยพร้อมของกลางตามบัญชีของกลางคดีอาญาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งยาเสพติดให้โทษของกลางไปตรวจพิสูจน์ ผลการตรวจพิสูจน์พบเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ น้ำหนักสุทธิ 2.850 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 2.261 กรัม จำเลยไม่สืบพยาน พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลย จำเลยมีความผิดฐานนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยถูกตรวจค้นและจับกุมขณะอยู่ในพิธีการศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองถือว่าเป็นการพยายามกระทำความผิดฐานนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเท่านั้น ในข้อนี้นายจรัลเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า หากบุคคลที่เดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยจะต้องผ่านพิธีการตรวจโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน เมื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้วถือว่าเข้ามาในเขตแดนประเทศไทยแล้ว หลังจากนั้นมาผ่านขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่จะตรวจหาสิ่งของต้องห้ามต่อไป โดยจำเลยไม่ได้นำสืบโต้แย้งในข้อนี้แต่อย่างใด ดังนั้น จึงฟังได้ว่าจำเลยนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในประเทศไทยแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จไม่ใช่พยายาม ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น ปรากฏว่าศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกจำเลย 25 ปี ซึ่งเป็นอัตราโทษขั้นต่ำของกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) แล้ว ศาลฎีกาไม่อาจลดโทษได้อีก ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน (ประยูร ณ ระนอง-พิศาล อัยยะวรากูล-อดิศักดิ์ ปัตรวลี) ศาลจังหวัดนาทวี - นายวรานนท์ วิเศษศิริ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายราเชนทร์ เรืองทวีป แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4816/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ808/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1048/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
513597
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนาทวี",
        "judge": "นายวรานนท์ วิเศษศิริ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายราเชนทร์ เรืองทวีป"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988160"
    }
}
date
2554
deka_no
11833/2554
deka_running_no
11833
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ประยูร ณ ระนอง",
    "พิศาล อัยยะวรากูล",
    "อดิศักดิ์ ปัตรวลี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 15",
            "ม. 65"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนาทวี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายบัดรูดิน บิน อีเลียส"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 65, 66, 100/1, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 90 และริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง วรรคสาม (2), 65 วรรคสอง,66 วรรคสอง เมทแอมเฟตามีนที่จำเลยนำเข้าและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายเป็นจำนวนเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานนำเข้ายาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษประหารชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) คงจำคุก 25 ปี ริบเมทแอมเฟตามีนของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ทางพิจารณาโจทก์นำสืบประกอบคำรับสารภาพของจำเลยว่า ขณะที่นายจรัล นายตรวจศุลกากร ปฏิบัติหน้าที่ตรวจค้นรถที่ขับจากประเทศมาเลเซียเข้ามาในประเทศไทยบริเวณด่านศุลกากรสะเดา ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เห็นรถยนต์รับจ้างยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน กง 429 สงขลา แล่นผ่านด่านเข้ามาในประเทศไทยจึงแสดงตัวขอตรวจค้นเพื่อตรวจสอบว่ามีของที่ยังมิได้เสียภาษีอากรหรือของต้องห้าม ต้องจำกัดมากับบุคคลภายในรถหรือรถหรือไม่ จากการตรวจสอบรถยนต์คันดังกล่าวมีนายสาธิต เป็นคนขับ มีจำเลยซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติมาเลเซียเป็นผู้โดยสารโดยจำเลยนั่งอยู่ที่นั่งด้านหน้าข้างคนขับ และพบเมทแอมเฟตามีนจำนวน 7 ซอง บรรจุอยู่ภายในซองพลาสติกใสใส่ไว้ในกระปุกครีมใส่ผมซึ่งอยู่ภายในกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลที่วางอยู่บนหน้าตักของจำเลย จากการสอบถามผ่านนายสาธิตซึ่งทำหน้าที่ล่าม จำเลยรับว่าเมทแอมเฟตามีนจำนวนดังกล่าวเป็นของตนเองที่ซื้อมาจากเพื่อนชาวมาเลเซีย นายจรัลจึงนำตัวจำเลยมาที่ด่านศุลกากรเพื่อทำบันทึกการจับกุม ชั้นจับกุมจำเลยให้การรับสารภาพ จากนั้นนำตัวจำเลยพร้อมของกลางตามบัญชีของกลางคดีอาญาส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี ชั้นสอบสวนจำเลยให้การปฏิเสธ พนักงานสอบสวนส่งยาเสพติดให้โทษของกลางไปตรวจพิสูจน์ ผลการตรวจพิสูจน์พบเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ น้ำหนักสุทธิ 2.850 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 2.261 กรัม

จำเลยไม่สืบพยาน

พิเคราะห์แล้ว มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาจำเลย จำเลยมีความผิดฐานนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ โดยจำเลยฎีกาว่า จำเลยถูกตรวจค้นและจับกุมขณะอยู่ในพิธีการศุลกากรและตรวจคนเข้าเมืองถือว่าเป็นการพยายามกระทำความผิดฐานนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในราชอาณาจักรเท่านั้น ในข้อนี้นายจรัลเบิกความตอบทนายจำเลยถามค้านว่า หากบุคคลที่เดินทางจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยจะต้องผ่านพิธีการตรวจโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน เมื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้วถือว่าเข้ามาในเขตแดนประเทศไทยแล้ว หลังจากนั้นมาผ่านขั้นตอนของเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่จะตรวจหาสิ่งของต้องห้ามต่อไป โดยจำเลยไม่ได้นำสืบโต้แย้งในข้อนี้แต่อย่างใด ดังนั้น จึงฟังได้ว่าจำเลยนำยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เข้ามาในประเทศไทยแล้ว การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสำเร็จไม่ใช่พยายาม ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบานั้น ปรากฏว่าศาลล่างทั้งสองใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกจำเลย 25 ปี ซึ่งเป็นอัตราโทษขั้นต่ำของกฎหมายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) แล้ว ศาลฎีกาไม่อาจลดโทษได้อีก ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ808/2551
primary_red_case_no
อ1048/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000430.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4816/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554