คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5135/2554 ฉบับเต็ม

#513646
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5135/2554 พนักงานอัยการจังหวัดยะลา โจทก์ นายเอกชัย สิ้นกั้ง จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4), มาตรา 158 (5), มาตรา 161, มาตรา 162, มาตรา 163 ในคดีก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาแล้ว เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยอาศัย ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคแรก ศาลชั้นต้นจะต้องพิจารณาคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ก่อนว่ามีเหตุอันควรอนุญาตหรือไม่ แล้วจึงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แต่ศาลชั้นต้นกลับวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายถึงวันเวลาที่จำเลยกระทำความผิด จำเลยไม่อาจต่อสู้คดีได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยกฎหมายตาม ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) โดยมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์เสียก่อน จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่เป็นไปตามลำดับขั้นตอนของกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยในคดีนี้ได้โดยไม่ต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39 (4) (วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาครั้งที่ 2/2554) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับพวกตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 6, 7, 8 ทวิ, 38, 55, 72, 72 ทวิ, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 371, 91, 83, 80, 33, 32 ริบของกลาง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไป จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปเพราะมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ในคดีก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาแล้ว แสดงว่าศาลชั้นต้นใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 162 พิจารณาแล้วมีคำสั่งประทับฟ้องไว้ ต่อมาในวันนัดพร้อมเมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง ศาลชั้นต้นจึงได้วินิจฉัยใหม่ว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายถึงวันเวลาที่จำเลยกระทำผิด จำเลยไม่อาจต่อสู้คดีได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) อันเป็นการใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 ยกฟ้องโจทก์เพราะเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรคแรก ศาลชั้นต้นจะต้องพิจารณาคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ก่อนว่า มีเหตุอันควรอนุญาตหรือไม่ แล้วจึงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แต่ศาลชั้นต้นกลับวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) โดยมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์เสียก่อน จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่เป็นไปตามลำดับ เมื่อการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงถือไม่ได้ว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยในคดีนี้ได้โดยไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (วิชา มั่นสกุล-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ไสว จันทะศรี) ศาลจังหวัดยะลา - นายสินาด ตะนังสูงเนิน ศาลอุทธรณ์ภาค 9 - นายชัยพัฒน์ ชินวงศ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1231/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ666/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ673/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
513646
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดยะลา",
        "judge": "นายสินาด ตะนังสูงเนิน"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 9",
        "judge": "นายชัยพัฒน์ ชินวงศ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081990132"
    }
}
date
2554
deka_no
5135/2554
deka_running_no
5135
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "วิชา มั่นสกุล",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ไสว จันทะศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 39 (4)",
            "ม. 158 (5)",
            "ม. 161",
            "ม. 162",
            "ม. 163"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดยะลา"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเอกชัย สิ้นกั้ง"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยกับพวกตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 4, 6, 7, 8 ทวิ, 38, 55, 72, 72 ทวิ, 78 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 371, 91, 83, 80, 33, 32 ริบของกลาง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไป

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปเพราะมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ในคดีก่อนศาลชั้นต้นมีคำสั่งประทับฟ้องของโจทก์ไว้พิจารณาแล้ว แสดงว่าศาลชั้นต้นใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 162 พิจารณาแล้วมีคำสั่งประทับฟ้องไว้ ต่อมาในวันนัดพร้อมเมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้อง ศาลชั้นต้นจึงได้วินิจฉัยใหม่ว่าฟ้องโจทก์มิได้บรรยายถึงวันเวลาที่จำเลยกระทำผิด จำเลยไม่อาจต่อสู้คดีได้ ฟ้องโจทก์จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) อันเป็นการใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 161 ยกฟ้องโจทก์เพราะเห็นว่าฟ้องโจทก์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อโจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ฟ้องโดยอาศัยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 163 วรรคแรก ศาลชั้นต้นจะต้องพิจารณาคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ก่อนว่า มีเหตุอันควรอนุญาตหรือไม่ แล้วจึงดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป แต่ศาลชั้นต้นกลับวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) โดยมิได้มีคำสั่งเกี่ยวกับคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์เสียก่อน จึงเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ไม่เป็นไปตามลำดับ เมื่อการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นไม่เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย จึงถือไม่ได้ว่าศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิฟ้องจำเลยในคดีนี้ได้โดยไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (4) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 มีคำพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นประทับฟ้องไว้พิจารณาต่อไปนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ666/2550
primary_red_case_no
อ673/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000447.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1231/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554