คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7541/2554 ฉบับเต็ม

#513656
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7541/2554 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง โจทก์ นายสุคนธ์ นัสฐาน จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 ป.อ. มาตรา 96, มาตรา 276 วรรคแรก, มาตรา 281 ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 276 วรรคแรก เป็นความผิดอันยอมความได้ตาม ป.อ. มาตรา 281 ปรากฏตามฟ้องของโจทก์ระบุว่า เหตุเกิดเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2539 และเดือนมิถุนายน 2539 ทั้งตามคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหายเอกสารหมาย จ.5 ระบุว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเราครั้งแรกเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2539 ครั้งที่สองห่างจากครั้งแรกประมาณ 2 ถึง 3 วัน โดยให้การเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2539 ดังนี้จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจนถึงวันที่ผู้เสียหายมาให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นเวลาเกิน 3 เดือนแล้ว และระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ผู้เสียหายรวมทั้งผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเลย คดีจึงขาดอายุความตาม ป.อ. มาตรา 96 ปัญหาคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 276, 285 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ประกอบมาตรา 285 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาของตนและเป็นผู้อยู่ในความปกครองของตน จำคุกกระทงละ 8 ปี 2 กระทง รวมจำคุก 16 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า จำเลยมิใช่ผู้ปกครองของผู้เสียหายตามกฎหมายจึงไม่ต้องรับโทษให้หนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 แล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ลงโทษจำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 2 กระทง รวมจำคุก 12 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยและนางสมจิตร ได้อุปการะเลี้ยงดูนางสาวสายพิณ ผู้เสียหาย ซึ่งเกิดวันที่ 15 มกราคม 2524 ตั้งแต่อายุ 2 ปีเศษ จนกระทั่งอายุ 15 ปีเศษ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2539 แพทย์หญิงเนตรนภาได้ตรวจพบว่าผู้เสียหายตั้งครรภ์เมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคม 2539 นับถึงวันตรวจประมาณ 21 สัปดาห์ เนื่องจากมีการกล่าวหาว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาหรือไม่ คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า จำเลยมิได้เป็นผู้ปกครองผู้เสียหายตามกฎหมายจึงไม่ต้องรับโทษให้หนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 โจทก์ไม่ฎีกาจึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ว่า จำเลยมิใช่ผู้ปกครองของผู้เสียหาย แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก เป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281 ปรากฏตามฟ้องของโจทก์ระบุว่า เหตุเกิดเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2539 และเดือนมิถุนายน 2539 ทั้งตามคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหาย ระบุว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเราครั้งแรกเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2539 ครั้งที่สองห่างจากครั้งแรกประมาณ 2 ถึง 3 วัน โดยให้การเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2539 ประกอบกับตามคำเบิกความของพันตำรวจโทเอกลักษณ์ พนักงานสอบสวนว่า เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยเพราะเห็นว่าเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ดังนี้จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจนถึงวันที่ผู้เสียหายมาให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นเวลาเกิน 3 เดือนแล้ว และระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ผู้เสียหายรวมทั้งผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเลย คดีจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ปัญหาคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ปัญหาตามฎีกาของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 (กีรติ กาญจนรินทร์-วีระชาติ เอี่ยมประไพ-สมชาย พันธุมะโอภาส) ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายพายัพ สนองไทย ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายวิบูลย์ แสงชมภู แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.3477/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3173/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2130/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
513656
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดทุ่งสง",
        "judge": "นายพายัพ สนองไทย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายวิบูลย์ แสงชมภู"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081989434"
    }
}
date
2554
deka_no
7541/2554
deka_running_no
7541
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "กีรติ กาญจนรินทร์",
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "สมชาย พันธุมะโอภาส"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 96",
            "ม. 276 วรรคแรก",
            "ม. 281"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุคนธ์ นัสฐาน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91, 276, 285

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ประกอบมาตรา 285 เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาของตนและเป็นผู้อยู่ในความปกครองของตน จำคุกกระทงละ 8 ปี 2 กระทง รวมจำคุก 16 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า จำเลยมิใช่ผู้ปกครองของผู้เสียหายตามกฎหมายจึงไม่ต้องรับโทษให้หนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 แล้ว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ลงโทษจำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 2 กระทง รวมจำคุก 12 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่าจำเลยและนางสมจิตร ได้อุปการะเลี้ยงดูนางสาวสายพิณ ผู้เสียหาย ซึ่งเกิดวันที่ 15 มกราคม 2524 ตั้งแต่อายุ 2 ปีเศษ จนกระทั่งอายุ 15 ปีเศษ เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2539 แพทย์หญิงเนตรนภาได้ตรวจพบว่าผู้เสียหายตั้งครรภ์เมื่อประมาณปลายเดือนมีนาคม 2539 นับถึงวันตรวจประมาณ 21 สัปดาห์ เนื่องจากมีการกล่าวหาว่าจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำความผิดตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาหรือไม่

คดีนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 8 วินิจฉัยว่า จำเลยมิได้เป็นผู้ปกครองผู้เสียหายตามกฎหมายจึงไม่ต้องรับโทษให้หนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 โจทก์ไม่ฎีกาจึงยุติตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ว่า จำเลยมิใช่ผู้ปกครองของผู้เสียหาย แต่ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก เป็นความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281 ปรากฏตามฟ้องของโจทก์ระบุว่า เหตุเกิดเมื่อประมาณเดือนพฤษภาคม 2539 และเดือนมิถุนายน 2539 ทั้งตามคำให้การชั้นสอบสวนของผู้เสียหาย ระบุว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเราครั้งแรกเมื่อกลางเดือนพฤษภาคม 2539 ครั้งที่สองห่างจากครั้งแรกประมาณ 2 ถึง 3 วัน โดยให้การเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2539 ประกอบกับตามคำเบิกความของพันตำรวจโทเอกลักษณ์ พนักงานสอบสวนว่า เป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษจำเลยเพราะเห็นว่าเป็นคดีอาญาแผ่นดิน ดังนี้จะเห็นได้ว่านับตั้งแต่จำเลยกระทำความผิดตามฟ้องจนถึงวันที่ผู้เสียหายมาให้การต่อพนักงานสอบสวนเป็นเวลาเกิน 3 เดือนแล้ว และระหว่างระยะเวลาดังกล่าว ผู้เสียหายรวมทั้งผู้แทนโดยชอบธรรมของผู้เสียหายมิได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเลย คดีจึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 ปัญหาคดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ปัญหาตามฎีกาของจำเลยจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3173/2544
primary_red_case_no
อ2130/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000441.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.3477/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554