คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12659/2553 ฉบับเต็ม

#513963
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12659/2553 นายสำรวม ปาลวัฒน์วิไชย โจทก์ นางวัชรินภรณ์ เสาวลักษณ์จินดา กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 341 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์หลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยทั้งสองจึงมอบเงินกู้ให้แก่จำเลยทั้งสองไปปล่อยกู้ให้ด้วยการเรียกดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่าร้อยละสิบห้าต่อปีอันเป็นความผิดต่อ พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราฯ แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าโจทก์รับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนาร้ายมุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมายแม้การกระทำที่ผิดกฎหมายนั้นไม่เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นเพียงการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองเพื่อฉ้อโกงโจทก์หรือไม่ก็ตาม ถือว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานฉ้อโกง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 91 และ 83 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยซึ่งมีสิทธินำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การที่โจทก์มอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสองไปก็เพื่อประสงค์ให้จำเลยทั้งสองนำไปปล่อยกู้ผ่านจำเลยทั้งสองโดยเรียกดอกเบี้ยจากผู้ที่กู้เงินผ่านจำเลยทั้งสองในอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนดก็ตาม แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองหลอกลวงโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่าจะนำเงินของโจทก์ไปปล่อยกู้ให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดทั้งที่ความจริงจำเลยทั้งสองประสงค์จะนำเงินดังกล่าวของโจทก์ไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยทั้งสองโดยไม่มีเจตนานำไปปล่อยกู้ให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องสูญเสียเงินดังกล่าวไป การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง และเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่ได้มีเจตนาจะนำเงินของโจทก์ไปปล่อยกู้จริง การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจากผู้กู้จึงไม่ได้เกิดขึ้นจริง ดังนั้น ความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจึงไม่เกิดขึ้น จึงไม่อาจนำเหตุดังกล่าวมารับฟังเป็นโทษแก่โจทก์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีในความผิดฐานฉ้อโกงเพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์มาเป็นการไม่ชอบ เห็นว่า ข้อที่โจทก์อ้างว่าโจทก์หลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยทั้งสองจึงมอบเงินกู้ให้แก่จำเลยทั้งสองไปปล่อยกู้ให้ด้วยการเรียกดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่าร้อยละสิบห้าต่อปีอันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราพุทธศักราช 2475 แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าโจทก์รับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนาร้ายมุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้การกระทำที่ผิดกฎหมายนั้นไม่เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นเพียงการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองเพื่อฉ้อโกงโจทก์ดังที่โจทก์กล่าวอ้างมาหรือไม่ก็ตาม ถือว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานฉ้อโกง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ไชยยงค์ คงจันทร์) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
513963
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992820"
    }
}
date
2553
deka_no
12659/2553
deka_running_no
12659
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "ทัศนีย์ ธรรมเกณฑ์",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ไชยยงค์ คงจันทร์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 341"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสำรวม ปาลวัฒน์วิไชย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวัชรินภรณ์ เสาวลักษณ์จินดา กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341, 91 และ 83

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่า คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

โจทก์ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์เป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยซึ่งมีสิทธินำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองในข้อหาความผิดฐานฉ้อโกงหรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า แม้ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า การที่โจทก์มอบเงินให้แก่จำเลยทั้งสองไปก็เพื่อประสงค์ให้จำเลยทั้งสองนำไปปล่อยกู้ผ่านจำเลยทั้งสองโดยเรียกดอกเบี้ยจากผู้ที่กู้เงินผ่านจำเลยทั้งสองในอัตราดอกเบี้ยสูงเกินกว่าอัตราร้อยละสิบห้าต่อปี ตามที่กฎหมายกำหนดก็ตาม แต่เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 1 ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองหลอกลวงโจทก์ด้วยข้อความอันเป็นเท็จว่าจะนำเงินของโจทก์ไปปล่อยกู้ให้แก่พ่อค้าแม่ค้าในตลาดทั้งที่ความจริงจำเลยทั้งสองประสงค์จะนำเงินดังกล่าวของโจทก์ไปเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยทั้งสองโดยไม่มีเจตนานำไปปล่อยกู้ให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาด เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ต้องสูญเสียเงินดังกล่าวไป การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดฐานฉ้อโกง และเนื่องจากจำเลยทั้งสองไม่ได้มีเจตนาจะนำเงินของโจทก์ไปปล่อยกู้จริง การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจากผู้กู้จึงไม่ได้เกิดขึ้นจริง ดังนั้น ความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราจึงไม่เกิดขึ้น จึงไม่อาจนำเหตุดังกล่าวมารับฟังเป็นโทษแก่โจทก์ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องคดีในความผิดฐานฉ้อโกงเพราะโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์มาเป็นการไม่ชอบ เห็นว่า ข้อที่โจทก์อ้างว่าโจทก์หลงเชื่อคำหลอกลวงของจำเลยทั้งสองจึงมอบเงินกู้ให้แก่จำเลยทั้งสองไปปล่อยกู้ให้ด้วยการเรียกดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่าร้อยละสิบห้าต่อปีอันเป็นความผิดต่อพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราพุทธศักราช 2475 แสดงให้เห็นอยู่ในตัวว่าโจทก์รับข้อเสนอดังกล่าวโดยมีเจตนาร้ายมุ่งประสงค์ต่อผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำที่ผิดกฎหมาย แม้การกระทำที่ผิดกฎหมายนั้นไม่เกิดขึ้นเนื่องจากเป็นเพียงการหลอกลวงของจำเลยทั้งสองเพื่อฉ้อโกงโจทก์ดังที่โจทก์กล่าวอ้างมาหรือไม่ก็ตาม ถือว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะนำคดีมาฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานฉ้อโกง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000471.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553