คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11073/2554 ฉบับเต็ม

#514193
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11073/2554 นายสุชาติ ธงไชย โจทก์ นางสาวกฤษณา พัฒนพงษ์ไทย กับพวก จำเลย ป.รัษฎากร มาตรา 118 โจทก์ปิดอากรแสตมป์ด้านที่เป็นแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงินถึง 550 บาท ทั้งที่ต้องปิดอากรแสตมป์เพียง 285 บาท แสดงว่าโจทก์ปิดอากรแสตมป์ตามหนังสือสัญญากู้เงินและหนังสือสัญญาค้ำประกันที่เป็นแบบพิมพ์ด้านหลังครบถ้วนแล้ว หนังสือสัญญาค้ำประกันจึงใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 611,875 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 550,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 550,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 กันยายน 2545) ต้องไม่เกินจำนวน 61,875 บาท กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 3,000 บาท ให้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษาว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีกหรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ บทบัญญัตินี้ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องปิดอากรแสตมป์ที่ด้านใดของเอกสาร ตามหนังสือสัญญากู้เงินและหนังสือสัญญาค้ำประกัน เป็นแบบพิมพ์แผ่นเดียวกันมี 2 หน้า ด้านหน้าเป็นแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงิน ด้านหลังเป็นแบบพิมพ์หนังสือสัญญาค้ำประกัน ปรากฏว่ามีการปิดอากรแสตมป์ดวงละ 20 บาท จำนวน 27 ดวง ดวงละ 5 บาท จำนวน 2 ดวง รวมเป็นค่าอากรแสตมป์ 550 บาท ที่ด้านหน้าซึ่งเป็นแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงิน จำนวนเงินตามหนังสือสัญญากู้เงินเป็นเงิน 550,000 บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้าย ประมวลรัษฎากร ลักษณะตราสาร 5 กู้ยืมเงินทุกจำนวน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งยอดเงินกู้ยืมเป็นค่าอากรแสตมป์ 1 บาท ฉะนั้นตามหนังสือสัญญากู้เงินต้องปิดอากรแสตมป์ 275 บาท ส่วนบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้าย ประมวลรัษฎากร ลักษณะตราสาร 17 ค้ำประกัน สำหรับจำนวนเงินเกิน 10,000 บาทขึ้นไป ค่าอากรแสตมป์ 10 บาท ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาท การที่โจทก์ปิดอากรแสตมป์ด้านที่เป็นแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงินถึง 550 บาท ทั้งที่ต้องปิดอากรแสตมป์เพียง 285 บาท แสดงว่าโจทก์ปิดอากรแสตมป์ตามหนังสือสัญญากู้เงินและหนังสือสัญญาค้ำประกัน ครบถ้วนแล้ว หนังสือสัญญาค้ำประกัน จึงใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ที่โจทก์ฎีกาทำนองว่าโจทก์มิได้ตั้งใจหรือเจตนาไม่ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือสัญญาค้ำประกัน และขออนุญาตส่งหนังสือสัญญาค้ำประกันไปดำเนินการปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนเพื่อจะได้ใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้นั้น เป็นการฎีกาในข้อเท็จจริงที่เข้าใจคลาดเคลื่อนไป จึงไม่จำต้องหยิบขึ้นวินิจฉัยอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 โดยเห็นว่าหนังสือสัญญาค้ำประกัน มิได้ปิดอากรแสตมป์ไม่อาจใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ (สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย-สมชาย สินเกษม-ปริญญา ดีผดุง) ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นางสาววาสนา บุญทรงสันติกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายวิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.116/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1042/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ895/2547 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
514193
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครสวรรค์",
        "judge": "นางสาววาสนา บุญทรงสันติกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายวิเชียร ดิเรกอุดมศักดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988382"
    }
}
date
2554
deka_no
11073/2554
deka_running_no
11073
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "สรรทัศน์ เอี่ยมวรชัย",
    "สมชาย สินเกษม",
    "ปริญญา ดีผดุง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลรัษฎากร",
        "law_abbr": "ป.รัษฎากร",
        "sections": [
            "ม. 118"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสุชาติ ธงไชย"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวกฤษณา พัฒนพงษ์ไทย กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 611,875 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 550,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 550,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ 20 ธันวาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 20 กันยายน 2545) ต้องไม่เกินจำนวน 61,875 บาท กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าทนายความในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 3,000 บาท ให้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นพับ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์และจำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาพิพากษาว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีกหรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ บทบัญญัตินี้ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องปิดอากรแสตมป์ที่ด้านใดของเอกสาร ตามหนังสือสัญญากู้เงินและหนังสือสัญญาค้ำประกัน เป็นแบบพิมพ์แผ่นเดียวกันมี 2 หน้า ด้านหน้าเป็นแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงิน ด้านหลังเป็นแบบพิมพ์หนังสือสัญญาค้ำประกัน ปรากฏว่ามีการปิดอากรแสตมป์ดวงละ 20 บาท จำนวน 27 ดวง ดวงละ 5 บาท จำนวน 2 ดวง รวมเป็นค่าอากรแสตมป์ 550 บาท ที่ด้านหน้าซึ่งเป็นแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงิน จำนวนเงินตามหนังสือสัญญากู้เงินเป็นเงิน 550,000 บาท ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้าย ประมวลรัษฎากร ลักษณะตราสาร 5 กู้ยืมเงินทุกจำนวน 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท แห่งยอดเงินกู้ยืมเป็นค่าอากรแสตมป์ 1 บาท ฉะนั้นตามหนังสือสัญญากู้เงินต้องปิดอากรแสตมป์ 275 บาท ส่วนบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้าย ประมวลรัษฎากร ลักษณะตราสาร 17 ค้ำประกัน สำหรับจำนวนเงินเกิน 10,000 บาทขึ้นไป ค่าอากรแสตมป์ 10 บาท ตามหนังสือสัญญาค้ำประกันต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาท การที่โจทก์ปิดอากรแสตมป์ด้านที่เป็นแบบพิมพ์หนังสือสัญญากู้เงินถึง 550 บาท ทั้งที่ต้องปิดอากรแสตมป์เพียง 285 บาท แสดงว่าโจทก์ปิดอากรแสตมป์ตามหนังสือสัญญากู้เงินและหนังสือสัญญาค้ำประกัน ครบถ้วนแล้ว หนังสือสัญญาค้ำประกัน จึงใช้เป็นพยานหลักฐานได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ที่โจทก์ฎีกาทำนองว่าโจทก์มิได้ตั้งใจหรือเจตนาไม่ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือสัญญาค้ำประกัน และขออนุญาตส่งหนังสือสัญญาค้ำประกันไปดำเนินการปิดอากรแสตมป์ให้ครบถ้วนเพื่อจะได้ใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้นั้น เป็นการฎีกาในข้อเท็จจริงที่เข้าใจคลาดเคลื่อนไป จึงไม่จำต้องหยิบขึ้นวินิจฉัยอีกต่อไปเพราะไม่ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ 3 โดยเห็นว่าหนังสือสัญญาค้ำประกัน มิได้ปิดอากรแสตมป์ไม่อาจใช้อ้างเป็นพยานหลักฐานได้นั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1042/2545
primary_red_case_no
พ895/2547
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000432.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.116/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554