ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6396/2554
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด
โจทก์
นายวิภัติหรือคิ้ม พัชรพงศ์ กับพวก
จำเลย
ป.วิ.อ. มาตรา 216 วรรคหนึ่ง
ป.อ. มาตรา 265, มาตรา 268
พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26, มาตรา 75, มาตรา 76
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองเป็นตัวแทนของ หจก. ค. ในการติดต่อขอเช่าตู้คอนเทนเนอร์ ว่าจ้างรถบรรทุกขนย้าย ดำเนินการพิธีการศุลกากร ไม่ปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับการบรรจุสินค้า ดำเนินการทางพิธีการทางศุลกากรตามปกติ ไม่ทราบว่าเอกสารที่ยื่นปลอม จำเลยทั้งสองอาจไม่ทราบเรื่องกัญชาของกลาง โจทก์ฎีกาว่า การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นการสมคบกันกระทำความผิดโดยมีเจตนาร่วมกันมาตั้งแต่ต้นที่จะกระทำความผิด เป็นการกระทำความผิดที่เป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำตามความเหมาะสม ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ การรู้พื้นที่ที่จะกระทำความผิด แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก็ต้องถือว่าการกระทำความผิดดังกล่าวทั้งหมดเป็นการกระทำของผู้ร่วมขบวนการในการกระทำความผิดทุกคน รวมทั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดในฐานะตัวการ ฎีกาดังกล่าวของโจทก์มิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ทั้งเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งว่าขบวนการค้ายาเสพติดมีขั้นตอนอย่างไร จำเลยทั้งสองเข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างไร พยานหลักฐานของโจทก์ส่วนใดที่ชี้ชัดว่าจำเลยทั้งสองร่วมขบวนการค้ายาเสพติด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบ
___________________________
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 26, 75, 76, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 91, 265, 268 และริบกัญชาของกลาง
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ให้ริบกัญชาของกลาง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา โดยอัยการสูงสุดรับรองให้ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ความผิดฐานปลอมเอกสาร โจทก์มิได้อุทธรณ์โต้แย้งคำพิพากษาศาลชั้นต้น จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนความผิดต่อพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษและใช้เอกสารปลอม ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ได้ความแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสองเป็นเพียงตัวแทนของห้างหุ้นส่วนจำกัด คิว บีเวอร์ อินเตอร์เทรด ในการติดต่อขอเช่าตู้คอนเทนเนอร์และว่าจ้างรถบรรทุกขนย้าย ดำเนินการพิธีการทางศุลกากรเท่านั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองร่วมบรรจุสินค้าหรือเกี่ยวข้องกับการบรรจุสินค้า ทั้งการดำเนินการทางพิธีการทางศุลกากรของจำเลยที่ 2 ก็ดำเนินการไปตามปกติไม่มีข้อพิรุธ โดยไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ทราบว่าบัตรตัวอย่างลายมือชื่อของนายอนุสรณ์ผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด คิว บีเวอร์ อินเตอร์เทรด เป็นเอกสารปลอม ทั้งจำเลยที่ 1 เคยจองตู้สินค้าให้ห้างหุ้นส่วนจำกัดดังกล่าวเพื่อส่งสินค้าไปที่ประเทศโปแลนด์ ไม่ปรากฏว่ามีปัญหา จำเลยทั้งสองอาจไม่ทราบเรื่องกัญชาของกลาง หลังเกิดเหตุก็มิได้หลบหนี โจทก์ฎีกาว่า การกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นการสมคบกันกระทำความผิดโดยมีเจตนาร่วมกันมาตั้งแต่ต้นที่จะกระทำผิด เป็นการกระทำความผิดที่เป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำตามความเหมาะสม ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ การรู้พื้นที่ที่จะกระทำความผิด แม้จะปรากฏข้อเท็จจริงดังที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยก็ต้องถือว่า การกระทำความผิดดังกล่าวทั้งหมดเป็นการกระทำของผู้ร่วมขบวนการในการกระทำความผิดทุกคน รวมทั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดในฐานะตัวการ ฎีกาดังกล่าวของโจทก์มิได้โต้แย้งคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ ทั้งเป็นฎีกาที่ไม่ชัดแจ้งว่าขบวนการค้ายาเสพติดมีขั้นตอนอย่างไร จำเลยทั้งสองเข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างไร พยานหลักฐานโจทก์ส่วนใดที่ชี้ชัดว่าจำเลยทั้งสองร่วมขบวนการค้ายาเสพติด จึงเป็นฎีกาที่ไม่ชอบที่จะรับไว้วินิจฉัย
พิพากษายกฎีกา
(ศิริชัย วัฒนโยธิน-อภิรัตน์ ลัดพลี-ทวีป ตันสวัสดิ์)
ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายขรรค์ชัย สุนทร
ศาลอุทธรณ์ - นายสมยศ เข็มทอง
แหล่งที่มา
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
แผนก
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
อ.5203/2550
หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น
อ5030/2539
หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น
อ2490/2547
หมายเหตุ