คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10113/2554 ฉบับเต็ม

#514222
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10113/2554 พนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว โจทก์ นายนึกหรือสมนึก น้อมสูงเนิน กับพวก โจทก์ร่วม นายพิทัก เปียสูงเนิน จำเลย ป.อ. มาตรา 289 (5) ป.วิ.อ. มาตรา 15 ป.วิ.พ. มาตรา 142 วรรคหนึ่ง จำเลยป่วยมีภาวะทางจิตบกพร่องด้วยโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงและมีอาการกำเริบเนื่องจากทะเลาะมีปากเสียงกับผู้ตายจึงเกิดโทสะใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายซ้ำหลายครั้งอันมีลักษณะลงมือแทงผู้ตายเพื่อให้ถึงแก่ความตายเท่านั้น โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงอื่นที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาให้ผู้ตายได้รับความทุกข์ทรมานก่อนถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายตาม ป.อ. มาตรา 289 (5) โจทก์ร่วมทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.วิ.อ. มาตรา 44/1 วรรคหนึ่ง โดยมิได้ขอให้ชำระดอกเบี้ย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องแก่โจทก์ร่วมทั้งสองจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 288, 289 (4)(5) และริบอาวุธมีดปลายแหลมและอาวุธมีดทำครัวของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายนึกหรือสมนึกและนางละมัย บิดาและมารดาของนางสาววงเดือน ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตและโจทก์ร่วมทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 284,000 บาท จำเลยไม่ให้การในคดีส่วนแพ่ง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (5) ประกอบมาตรา 65 วรรรคสอง จำคุก 12 ปี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี ริบอาวุธมีดปลายแหลมและอาวุธมีดทำครัวของกลาง ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 254,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วมทั้งสอง คำขออื่น (ที่ถูก ข้อหาและคำขออื่น) นอกจากนี้ให้ยก โจทก์ร่วมทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (5) ประกอบมาตรา 65 วรรคสองนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุจำเลยป่วยมีภาวะทางจิตบกพร่องด้วยโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงและมีอาการกำเริบเนื่องจากทะเลาะมีปากเสียงกับผู้ตายจึงเกิดโทสะใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายซ้ำหลายครั้งอันมีลักษณะลงมือแทงผู้ตายเพื่อให้ถึงแก่ความตายเท่านั้น โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงอื่นที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาให้ผู้ตายได้รับความทุกข์ทรมานก่อนถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย แม้ปัญหาดังกล่าวไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัย โดยแก้ไขให้ถูกต้องและกำหนดโทษให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 และคดีนี้โจทก์ร่วมทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยมิได้ขอให้ชำระดอกเบี้ยแต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ร่วมทั้งสองจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ เป็นการมิชอบ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 มิได้แก้ไข ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 65 วรรคสอง จำคุก 9 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามแล้วคงจำคุก 6 ปี และจำเลยไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3 (วิรุฬห์ แสงเทียน-ปดารณี ลัดพลี-ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี) ศาลจังหวัดสีคิ้ว - นายพิทยา มูลศาสตร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายเพรา โพอุทัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6020/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ599/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ594/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
514222
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสีคิ้ว",
        "judge": "นายพิทยา มูลศาสตร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายเพรา โพอุทัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988611"
    }
}
date
2554
deka_no
10113/2554
deka_running_no
10113
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 289 (5)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 15"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 142 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสีคิ้ว"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายนึกหรือสมนึก น้อมสูงเนิน กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายพิทัก เปียสูงเนิน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33, 288, 289 (4)(5) และริบอาวุธมีดปลายแหลมและอาวุธมีดทำครัวของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายนึกหรือสมนึกและนางละมัย บิดาและมารดาของนางสาววงเดือน ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตและโจทก์ร่วมทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 284,000 บาท

จำเลยไม่ให้การในคดีส่วนแพ่ง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (5) ประกอบมาตรา 65 วรรรคสอง จำคุก 12 ปี มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 8 ปี ริบอาวุธมีดปลายแหลมและอาวุธมีดทำครัวของกลาง ให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทน 254,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ร่วมทั้งสอง คำขออื่น (ที่ถูก ข้อหาและคำขออื่น) นอกจากนี้ให้ยก

โจทก์ร่วมทั้งสองและจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน

โจทก์ร่วมทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (5) ประกอบมาตรา 65 วรรคสองนั้น ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ในช่วงเวลาเกิดเหตุจำเลยป่วยมีภาวะทางจิตบกพร่องด้วยโรคซึมเศร้าอย่างรุนแรงและมีอาการกำเริบเนื่องจากทะเลาะมีปากเสียงกับผู้ตายจึงเกิดโทสะใช้อาวุธมีดแทงผู้ตายซ้ำหลายครั้งอันมีลักษณะลงมือแทงผู้ตายเพื่อให้ถึงแก่ความตายเท่านั้น โดยไม่ปรากฏข้อเท็จจริงอื่นที่แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาให้ผู้ตายได้รับความทุกข์ทรมานก่อนถึงแก่ความตาย การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการฆ่าผู้อื่นโดยทรมานหรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย แม้ปัญหาดังกล่าวไม่มีคู่ความฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา แต่เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกาเห็นสมควรหยิบยกขึ้นวินิจฉัย โดยแก้ไขให้ถูกต้องและกำหนดโทษให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคหนึ่ง 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 215 และ 225 และคดีนี้โจทก์ร่วมทั้งสองยื่นคำร้องขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนโดยมิได้ขอให้ชำระดอกเบี้ยแต่อย่างใด ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ร่วมทั้งสองจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ เป็นการมิชอบ เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 3 มิได้แก้ไข ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรแก้ไขเสียให้ถูกต้อง

พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 65 วรรคสอง จำคุก 9 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามแล้วคงจำคุก 6 ปี และจำเลยไม่ต้องรับผิดในดอกเบี้ยนับถัดจากวันฟ้อง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3
opensearch_id
primary_black_case_no
อ599/2549
primary_red_case_no
อ594/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000434.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6020/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554