คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7193/2554 ฉบับเต็ม

#514245
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7193/2554 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ผู้ร้อง นายทองสุข วงษ์กระสันต์ กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 36 สัญญาเช่าซื้อได้ระบุแบ่งแยกสิทธิเรียกค่าเสียหายของเจ้าของหรือผู้ให้เช่าซื้อไว้ 2 กรณี คือ กรณีรถถูกริบโดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ ส่วนอีกกรณีหนึ่ง คือ กรณีที่รถถูกริบไปเพราะความผิดของผู้เช่าซื้อ ข้อสัญญาดังกล่าวยังไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ให้เช่าซื้อต้องการราคาเช่าซื้อเป็นสำคัญโดยผู้เช่าซื้อจะนำทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อไปใช้อย่างไรก็ได้ คดีจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถกระบะของกลางเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตและไม่อาจถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม ผู้ร้องจึงมีสิทธิขอคืนของกลางได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม และริบรถกระบะหมายเลขทะเบียน ยล 596 กรุงเทพมหานคร ของกลาง ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลสั่งให้คืนรถกระบะของกลางแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ตามสัญญาต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อที่ระบุว่าหากรถถูกใช้เป็นยานพาหนะในการกระทำผิดจนเป็นเหตุให้ถูกริบให้ถือว่าสัญญาสิ้นสุดลง และผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ให้แก่เจ้าของ (ผู้ให้เช่าซื้อ) ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาข้อ 5 วรรคสอง นั้น ตามสัญญาข้อ 5 วรรคสอง ได้ระบุแบ่งแยกสิทธิเรียกค่าเสียหายของเจ้าของหรือผู้ให้เช่าซื้อไว้ 2 กรณี คือ กรณีรถถูกริบโดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือเบี้ยปรับหรือค่าใช้จ่ายในการติดตามรถตามจำนวนที่เจ้าของได้ใช้จ่ายไปตามความจำเป็นและมีเหตุอันสมควร ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือกรณีที่รถถูกริบไปเพราะความผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อต้องชดใช้ค่าเสียหายเท่ากับจำนวนหนี้ค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อแก่เจ้าของหรือผู้ให้เช่าซื้อ เช่นนี้ ความรับผิดของผู้เช่าซื้อตามสัญญาที่มีต่อเจ้าของรถหรือผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้เช่าซื้อมีส่วนผิดในการที่รถของกลางถูกริบไปหรือไม่ คดีนี้ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่านางสาวพัชรินทร์ผู้เช่าซื้อรถกระบะของกลางมีส่วนผิดในการที่รถคันดังกล่าวถูกริบไปหรือไม่ ทั้งตามข้อสัญญาดังกล่าวยังไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องต้องการราคาเช่าซื้อเป็นสำคัญโดยผู้เช่าซื้อจะนำทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อไปใช้อย่างไรก็ได้ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยเพราะหากฟังไม่ได้ว่าผู้เช่าซื้อมีส่วนผิดในการที่รถของกลางถูกริบ ความรับผิดของผู้เช่าซื้อตามข้อสัญญาข้อ 5 ดังกล่าวข้างต้นย่อมน้อยกว่ากรณีผู้เช่าซื้อมีส่วนผิดอยู่ด้วย ลำพังข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวโดยไม่ปรากฏพฤติการณ์หรือข้อเท็จจริงอื่นใดอีกย่อมไม่อาจรับฟังได้ว่า การที่ผู้ร้องขอคืนรถกระบะของกลางเป็นไปเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น แต่เป็นเรื่องที่ผู้ร้องใช้สิทธิของตนในฐานะที่ผู้ร้องเป็นเจ้าของและสัญญาเช่าซื้อได้สิ้นสุดลงไปแล้ว คดีจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถกระบะของกลางเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และไม่อาจถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัย อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้คืนรถกระบะหมายเลขทะเบียน ยล 596 กรุงเทพมหานคร ของกลางแก่ผู้ร้อง (ไมตรี ศรีอรุณ-อร่าม เสนามนตรี-สมควร วิเชียรวรรณ) ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง - นายณัฐพล จุลละเกศ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ทก.(อ)24/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น คก7/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น คก3/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
514245
courts
[
    {
        "court": "ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง",
        "judge": "นายณัฐพล จุลละเกศ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081989561"
    }
}
date
2554
deka_no
7193/2554
deka_running_no
7193
deka_year
2554
department
ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
judges
[
    "ไมตรี ศรีอรุณ",
    "อร่าม เสนามนตรี",
    "สมควร วิเชียรวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 36"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายทองสุข วงษ์กระสันต์ กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องจากศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางมีคำพิพากษาให้ลงโทษจำเลยทั้งสาม และริบรถกระบะหมายเลขทะเบียน ยล 596 กรุงเทพมหานคร ของกลาง

ผู้ร้องยื่นคำร้อง ขอให้ศาลสั่งให้คืนรถกระบะของกลางแก่ผู้ร้อง

โจทก์ยื่นคำร้องคัดค้าน ขอให้ยกคำร้อง

ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศวินิจฉัยว่า ตามสัญญาต่อท้ายสัญญาเช่าซื้อที่ระบุว่าหากรถถูกใช้เป็นยานพาหนะในการกระทำผิดจนเป็นเหตุให้ถูกริบให้ถือว่าสัญญาสิ้นสุดลง และผู้เช่าซื้อจะต้องชดใช้ให้แก่เจ้าของ (ผู้ให้เช่าซื้อ) ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาข้อ 5 วรรคสอง นั้น ตามสัญญาข้อ 5 วรรคสอง ได้ระบุแบ่งแยกสิทธิเรียกค่าเสียหายของเจ้าของหรือผู้ให้เช่าซื้อไว้ 2 กรณี คือ กรณีรถถูกริบโดยไม่ใช่ความผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อต้องชดใช้ค่าเสียหายหรือเบี้ยปรับหรือค่าใช้จ่ายในการติดตามรถตามจำนวนที่เจ้าของได้ใช้จ่ายไปตามความจำเป็นและมีเหตุอันสมควร ส่วนอีกกรณีหนึ่งคือกรณีที่รถถูกริบไปเพราะความผิดของผู้เช่าซื้อ ผู้เช่าซื้อต้องชดใช้ค่าเสียหายเท่ากับจำนวนหนี้ค้างชำระตามสัญญาเช่าซื้อแก่เจ้าของหรือผู้ให้เช่าซื้อ เช่นนี้ ความรับผิดของผู้เช่าซื้อตามสัญญาที่มีต่อเจ้าของรถหรือผู้ให้เช่าซื้อจึงไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับว่าผู้เช่าซื้อมีส่วนผิดในการที่รถของกลางถูกริบไปหรือไม่ คดีนี้ข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่านางสาวพัชรินทร์ผู้เช่าซื้อรถกระบะของกลางมีส่วนผิดในการที่รถคันดังกล่าวถูกริบไปหรือไม่ ทั้งตามข้อสัญญาดังกล่าวยังไม่อาจถือได้ว่าผู้ร้องต้องการราคาเช่าซื้อเป็นสำคัญโดยผู้เช่าซื้อจะนำทรัพย์สินที่ให้เช่าซื้อไปใช้อย่างไรก็ได้ดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัยเพราะหากฟังไม่ได้ว่าผู้เช่าซื้อมีส่วนผิดในการที่รถของกลางถูกริบ ความรับผิดของผู้เช่าซื้อตามข้อสัญญาข้อ 5 ดังกล่าวข้างต้นย่อมน้อยกว่ากรณีผู้เช่าซื้อมีส่วนผิดอยู่ด้วย ลำพังข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวโดยไม่ปรากฏพฤติการณ์หรือข้อเท็จจริงอื่นใดอีกย่อมไม่อาจรับฟังได้ว่า การที่ผู้ร้องขอคืนรถกระบะของกลางเป็นไปเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่น แต่เป็นเรื่องที่ผู้ร้องใช้สิทธิของตนในฐานะที่ผู้ร้องเป็นเจ้าของและสัญญาเช่าซื้อได้สิ้นสุดลงไปแล้ว คดีจึงฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องยื่นคำร้องขอคืนรถกระบะของกลางเพื่อประโยชน์ของบุคคลอื่นอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต และไม่อาจถือว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามดังที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลางวินิจฉัย อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้คืนรถกระบะหมายเลขทะเบียน ยล 596 กรุงเทพมหานคร ของกลางแก่ผู้ร้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
คก7/2551
primary_red_case_no
คก3/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000442.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ทก.(อ)24/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554