คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11662/2554 ฉบับเต็ม

#514288
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11662/2554 พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายปรีชา ศรีสุข กับพวก จำเลย ป.อ. มาตรา 335 (12) ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 ความผิดตาม ป.อ. มาตรา 335 (12) คำว่า การกสิกรรม หมายถึง การเพาะปลูก ไก่จึงไม่ใช่เป็นสัตว์ที่ได้มาจากการกสิกรรมตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยตาม ป.อ. มาตรา 335 (12) จึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) (12), 83 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 6,500 บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 3 ปีกับให้จำเลยที่ 1 คืนทรัพย์หรือใช้ราคาเป็นเงิน 6,500 บาทแก่ผู้เสียหาย ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 คืนทรัพย์ที่ลักไป หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาเป็นเงิน 3,500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าปัญหาที่เห็นสมควรหยิบยกมาวินิจฉัยเป็นประการแรกมีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (12) ด้วยหรือไม่ เห็นว่า การกสิกรรมย่อมหมายความถึงการเพาะปลูก ไก่จึงไม่ใช่เป็นสัตว์ที่ได้มาจากการกสิกรรมตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (12) ด้วย จึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นฎีกาในชั้นนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกและแก้ไขให้ถูกต้องได้ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อสุดท้ายว่าสมควรลงโทษในสถานเบาและรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึง 3 ปี นั้น หนักเกินไป เพราะทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันลักไปเป็นเพียงไก่ชน 7 ตัว ประกอบกับจำเลยที่ 1 วางเงินค่าเสียหาย 6,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้เสียหายแล้ว จึงสมควรกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ใหม่ให้เหมาะสมแก่รูปคดีโดยยังไม่สมควรจะรอการลงโทษให้จำเลยที่ 1 ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (12)ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 (เกษม วีรวงศ์-อร่าม แย้มสอาด-สิงห์พล ละอองมณี) ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายประสงค์ บุญวิจิตร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 - นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2098/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ831/2545 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ380/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
514288
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช",
        "judge": "นายประสงค์ บุญวิจิตร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 8",
        "judge": "นายธีระยุทธ ทรัพย์นภาพร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988262"
    }
}
date
2554
deka_no
11662/2554
deka_running_no
11662
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "เกษม วีรวงศ์",
    "อร่าม แย้มสอาด",
    "สิงห์พล ละอองมณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 335 (12)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายปรีชา ศรีสุข กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (7) (12), 83 ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์เป็นเงิน 6,500 บาท แก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษ จำคุกจำเลยที่ 1 3 ปีกับให้จำเลยที่ 1 คืนทรัพย์หรือใช้ราคาเป็นเงิน 6,500 บาทแก่ผู้เสียหาย ส่วนจำเลยที่ 2 ให้ยกฟ้อง

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 คืนทรัพย์ที่ลักไป หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาเป็นเงิน 3,500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษา ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าปัญหาที่เห็นสมควรหยิบยกมาวินิจฉัยเป็นประการแรกมีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (12) ด้วยหรือไม่ เห็นว่า การกสิกรรมย่อมหมายความถึงการเพาะปลูก ไก่จึงไม่ใช่เป็นสัตว์ที่ได้มาจากการกสิกรรมตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้อง ที่ศาลล่างทั้งสองปรับบทลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (12) ด้วย จึงไม่ถูกต้อง ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้ไม่มีฝ่ายใดยกขึ้นฎีกาในชั้นนี้ ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกและแก้ไขให้ถูกต้องได้

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ในข้อสุดท้ายว่าสมควรลงโทษในสถานเบาและรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 1 หรือไม่ เห็นว่า การที่ศาลล่างทั้งสองกำหนดโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ถึง 3 ปี นั้น หนักเกินไป เพราะทรัพย์ที่จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันลักไปเป็นเพียงไก่ชน 7 ตัว ประกอบกับจำเลยที่ 1 วางเงินค่าเสียหาย 6,000 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้เสียหายแล้ว จึงสมควรกำหนดโทษจำเลยที่ 1 ใหม่ให้เหมาะสมแก่รูปคดีโดยยังไม่สมควรจะรอการลงโทษให้จำเลยที่ 1 ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังขึ้นบางส่วน

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 1 ปี ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (12)ให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8
opensearch_id
primary_black_case_no
อ831/2545
primary_red_case_no
อ380/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000431.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2098/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554