คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5649/2550 ฉบับเต็ม

#514291
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5649/2550 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายณรงค์ เอี่ยมสอาด จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 203, มาตรา 205 การขอแถลงการณ์ด้วยปาก คู่ความอาจขอมาในคำฟ้องอุทธรณ์โดยไม่จำต้องทำเป็นคำร้องติดมากับฟ้องอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นสมควรอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยปากก็ให้พิจารณาคดีโดยเปิดเผยต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่าย การอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยปากหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ คู่ความไม่มีสิทธิยกขึ้นฎีกา ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) วรรคสอง จำคุก 4 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรก การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเดินเผชิญสืบบริเวณที่เกิดเหตุชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วปรากฏว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2544 ถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ไม่ปรากฏว่าจำเลยขอให้ศาลเดินเผชิญสืบแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนัดสุดท้ายตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ระบุว่า จำเลยนำพยานเข้าเบิกความได้ 2 ปาก แล้วแถลงว่าหมดพยานจำเลยเพียงเท่านี้ และขอยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีภายใน 20 วัน นอกจากนี้ในสำนวนก็ไม่ปรากฏคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบบริเวณที่เกิดเหตุ ดังนั้น ที่จำเลยฎีกาอ้างว่า จำเลยได้แถลงขอเดินเผชิญสืบต่อผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนในศาลชั้นต้นแล้ว แต่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นมิได้บันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวน ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย ที่จำเลยฎีกาประการต่อมาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยแถลงการณ์ด้วยปากโดยให้เหตุผลว่า คดีนี้มิได้พิจารณาคดีโดยเปิดเผยและจำเลยมิได้ทำเป็นคำร้องติดมากับฟ้องอุทธรณ์เป็นการไม่ชอบ เพราะแม้จำเลยไม่ได้ทำเป็นคำร้อง แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลอุทธรณ์ควรอนุญาตให้จำเลยแถลงการณ์ด้วยปากนั้น เห็นว่า การขอแถลงการณ์ด้วยปาก คู่ความอาจขอมาในคำฟ้องอุทธรณ์โดยไม่จำต้องทำเป็นคำร้องติดมากับฟ้องอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นสมควรอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยปากก็ให้พิจารณาคดีโดยเปิดเผยต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 203 และการอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยปากหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ คู่ความไม่มีสิทธิฎีกาได้ กรณีนี้ถือได้ว่าศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยแถลงการณ์ด้วยปาก จำเลยจึงไม่มีสิทธิยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาของจำเลย (มงคล ทับเที่ยง-อิศเรศ ชัยรัตน์-วัฒนชัย โชติชูตระกูล) ศาลอาญา - นางนริศรา ศรีภิรมย์ รางแดง ศาลอุทธรณ์ - นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2224/2547 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ14397/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ4656/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
514291
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นางนริศรา ศรีภิรมย์ รางแดง"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายกึกก้อง สมเกียรติเจริญ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778082015503"
    }
}
date
2550
deka_no
5649/2550
deka_running_no
5649
deka_year
2550
department
แผนก
judges
[
    "มงคล ทับเที่ยง",
    "อิศเรศ ชัยรัตน์",
    "วัฒนชัย โชติชูตระกูล"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 203",
            "ม. 205"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายณรงค์ เอี่ยมสอาด"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3)

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) (3) วรรคสอง จำคุก 4 ปี

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรก การที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยเดินเผชิญสืบบริเวณที่เกิดเหตุชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ศาลฎีกาตรวจสำนวนแล้วปรากฏว่า ตามรายงานกระบวนพิจารณาศาลชั้นต้นนัดสืบพยานจำเลยตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2544 ถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ไม่ปรากฏว่าจำเลยขอให้ศาลเดินเผชิญสืบแต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนัดสุดท้ายตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2545 ระบุว่า จำเลยนำพยานเข้าเบิกความได้ 2 ปาก แล้วแถลงว่าหมดพยานจำเลยเพียงเท่านี้ และขอยื่นคำแถลงการณ์ปิดคดีภายใน 20 วัน นอกจากนี้ในสำนวนก็ไม่ปรากฏคำร้องของจำเลยที่ขอให้ศาลชั้นต้นเดินเผชิญสืบบริเวณที่เกิดเหตุ ดังนั้น ที่จำเลยฎีกาอ้างว่า จำเลยได้แถลงขอเดินเผชิญสืบต่อผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนในศาลชั้นต้นแล้ว แต่ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นมิได้บันทึกไว้ในรายงานกระบวนพิจารณา จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ปรากฏในสำนวน ฎีกาของจำเลยจึงเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงเพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย 4 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี คดีจึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาประการต่อมาว่า การที่ศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยแถลงการณ์ด้วยปากโดยให้เหตุผลว่า คดีนี้มิได้พิจารณาคดีโดยเปิดเผยและจำเลยมิได้ทำเป็นคำร้องติดมากับฟ้องอุทธรณ์เป็นการไม่ชอบ เพราะแม้จำเลยไม่ได้ทำเป็นคำร้อง แต่เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลอุทธรณ์ควรอนุญาตให้จำเลยแถลงการณ์ด้วยปากนั้น เห็นว่า การขอแถลงการณ์ด้วยปาก คู่ความอาจขอมาในคำฟ้องอุทธรณ์โดยไม่จำต้องทำเป็นคำร้องติดมากับฟ้องอุทธรณ์ ถ้าศาลอุทธรณ์เห็นสมควรอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยปากก็ให้พิจารณาคดีโดยเปิดเผยต่อหน้าคู่ความทั้งสองฝ่ายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 203 และการอนุญาตให้คู่ความแถลงการณ์ด้วยปากหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลอุทธรณ์โดยเฉพาะ คู่ความไม่มีสิทธิฎีกาได้ กรณีนี้ถือได้ว่าศาลอุทธรณ์ไม่อนุญาตให้จำเลยแถลงการณ์ด้วยปาก จำเลยจึงไม่มีสิทธิยกขึ้นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

พิพากษายกฎีกาของจำเลย
opensearch_id
primary_black_case_no
อ14397/2542
primary_red_case_no
อ4656/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000672.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2224/2547
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2550