คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2554 ฉบับเต็ม

#514319
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 201/2554 พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์ นางวิชุดา มากเจริญ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 186 (5), มาตรา 186 (6) คำพิพากษาต้องมีข้อสำคัญเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความ โดยวินิจฉัยตามประเด็นในคำฟ้องทุกข้อ กล่าวคือ ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ตรวจสอบบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ตรวจนับคะแนน รายงานผลการนับคะแนน และประกาศผลนับคะแนนตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสองได้ลงลายมือชื่อรับรองรายงานผลการเลือกตั้งอันเป็นความเท็จ และเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาในส่วนวินิจฉัยคดีเพียงว่า โจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยทั้งสองร่วมกับพวกนำบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรรมการตรวจคะแนน 312 ใบ มาทำเครื่องหมายแล้วใส่ลงในหีบ แล้วพิพากษายกฟ้อง โดยที่มิได้วินิจฉัยประเด็นตามฟ้องให้ครบถ้วนดังกล่าวข้างต้น ทั้งมิได้วินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความ และเหตุผลในการตัดสินทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 186 (5) และ (6) ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 51, 52, 64, 84, 85, 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 13, 17, 18, 61, 71, 101, 111 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจำเลยทั้งสองมีกำหนด 10 ปี จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาใหม่ให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (6) จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ตรวจสอบบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ตรวจนับคะแนน รายงานผลการนับคะแนน และประกาศผลนับคะแนน และบรรยายฟ้องถึงการกระทำของจำเลยทั้งสองว่าร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยร่วมกันนำบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบ 312 ใบ มากากบาทหมายเลขของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่มีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง แล้วใส่บัตรเลือกตั้งจำนวนดังกล่าวลงในหีบบัตรเลือกตั้งและนับบัตรเลือกตั้ง 312 ใบ รวมกับบัตรที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจริง 103 ใบ รวมเป็น 415 ใบ ให้ผิดไปจากความเป็นจริง และร่วมกันกรอกข้อความและลงลายมือชื่อรับรองรายงานผลการเลือกตั้ง (ส.ส.4) ว่ามีผู้มาแสดงตนขอรับบัตรเลือกตั้งเพื่อลงคะแนน 415 คน อันเป็นการรับรองข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 64 มาตรา 51 และมาตรา 52 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 61 มาตรา 71 และมาตรา 17 และแม้ต่อมาจะมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 แต่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 ยังคงบัญญัติการกระทำของจำเลยตามฟ้องเป็นความผิดตามมาตรา 74 มาตรา 83 และมาตรา 20 เมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ คดีจึงมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงต้องมีข้อสำคัญเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่พิจารณาให้ได้ความ โดยวินิจฉัยตามประเด็นในคำฟ้องทุกข้อ กล่าวคือ ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ตรวจสอบบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ตรวจนับคะแนน รายงานผลการนับคะแนน และประกาศผลนับคะแนนตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสองได้ลงลายมือชื่อรับรองรายงานผลการเลือกตั้งอันเป็นความเท็จหรือไม่ การกระทำดังกล่าวเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยกล่าวในส่วนของการวินิจฉัยคดีเพียงว่า โจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยทั้งสองร่วมกับพวกนำบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรรมการตรวจคะแนนจำนวน 312 ใบ มาทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งแล้วใส่บัตรเลือกตั้งลงในหีบ แล้วพิพากษายกฟ้อง โดยที่ยังมิได้วินิจฉัยประเด็นตามคำฟ้องให้ครบถ้วนดังกล่าวข้างต้น ทั้งมิได้วินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความ และเหตุผลในการตัดสินทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (5) และ (6) ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นยังมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (6) จึงให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาใหม่ให้ถูกต้องนั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (ณรงค์พล ทองจีน-วิกร อังคณาวิศัลย์-วิวรรต นิ่มละมัย) ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายชัยยันต์ สุญาณวนิชกุล ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสุรพันธ์ ละอองมณี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.992/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ4155/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2248/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
514319
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดสมุทรปราการ",
        "judge": "นายชัยยันต์ สุญาณวนิชกุล"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสุรพันธ์ ละอองมณี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081991922"
    }
}
date
2554
deka_no
201/2554
deka_running_no
201
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ณรงค์พล ทองจีน",
    "วิกร อังคณาวิศัลย์",
    "วิวรรต นิ่มละมัย"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 186 (5)",
            "ม. 186 (6)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางวิชุดา มากเจริญ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 83 พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 51, 52, 64, 84, 85, 91 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 13, 17, 18, 61, 71, 101, 111 และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจำเลยทั้งสองมีกำหนด 10 ปี

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาใหม่ให้ถูกต้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (6)

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ตรวจสอบบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ตรวจนับคะแนน รายงานผลการนับคะแนน และประกาศผลนับคะแนน และบรรยายฟ้องถึงการกระทำของจำเลยทั้งสองว่าร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยร่วมกันนำบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบ 312 ใบ มากากบาทหมายเลขของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยไม่มีผู้มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง แล้วใส่บัตรเลือกตั้งจำนวนดังกล่าวลงในหีบบัตรเลือกตั้งและนับบัตรเลือกตั้ง 312 ใบ รวมกับบัตรที่มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งจริง 103 ใบ รวมเป็น 415 ใบ ให้ผิดไปจากความเป็นจริง และร่วมกันกรอกข้อความและลงลายมือชื่อรับรองรายงานผลการเลือกตั้ง (ส.ส.4) ว่ามีผู้มาแสดงตนขอรับบัตรเลือกตั้งเพื่อลงคะแนน 415 คน อันเป็นการรับรองข้อเท็จจริงอันเป็นเท็จ เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2522 มาตรา 64 มาตรา 51 และมาตรา 52 พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 มาตรา 61 มาตรา 71 และมาตรา 17 และแม้ต่อมาจะมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2541 แต่ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 ยังคงบัญญัติการกระทำของจำเลยตามฟ้องเป็นความผิดตามมาตรา 74 มาตรา 83 และมาตรา 20 เมื่อจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ คดีจึงมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงต้องมีข้อสำคัญเกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่พิจารณาให้ได้ความ โดยวินิจฉัยตามประเด็นในคำฟ้องทุกข้อ กล่าวคือ ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ตรวจสอบบัญชีรายชื่อของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ตรวจนับคะแนน รายงานผลการนับคะแนน และประกาศผลนับคะแนนตามที่โจทก์ฟ้องหรือไม่ จำเลยทั้งสองได้ลงลายมือชื่อรับรองรายงานผลการเลือกตั้งอันเป็นความเท็จหรือไม่ การกระทำดังกล่าวเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติตามหน้าที่หรือไม่ ที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาโดยกล่าวในส่วนของการวินิจฉัยคดีเพียงว่า โจทก์ไม่มีพยานยืนยันว่าจำเลยทั้งสองร่วมกับพวกนำบัตรเลือกตั้งที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรรมการตรวจคะแนนจำนวน 312 ใบ มาทำเครื่องหมายในบัตรเลือกตั้งแล้วใส่บัตรเลือกตั้งลงในหีบ แล้วพิพากษายกฟ้อง โดยที่ยังมิได้วินิจฉัยประเด็นตามคำฟ้องให้ครบถ้วนดังกล่าวข้างต้น ทั้งมิได้วินิจฉัยฟังข้อเท็จจริงที่พิจารณาได้ความ และเหตุผลในการตัดสินทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมาย จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (5) และ (6) ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 วินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นยังมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 186 (6) จึงให้ยกคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและให้ศาลชั้นต้นทำคำพิพากษาใหม่ให้ถูกต้องนั้น ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ4155/2546
primary_red_case_no
อ2248/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000463.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.992/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554