คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13669/2553 ฉบับเต็ม

#514357
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13669/2553 บริษัทเอส ดี แอล เทรดดิ้ง จำกัด โจทก์ นายอนุชา อังศุสิงห์ กับพวก โจทก์ร่วม บริษัทชลกานต์ วอเตอร์ จำกัด กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 231 ป.วิ.พ. กำหนดให้การขอทุเลาการบังคับคดี อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆ ไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับภายใต้บังคับเงื่อนไขใดๆ ก็ได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 231 เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ ไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์และฎีกาอย่างเรื่องอื่นๆ จำเลยที่ 1 จึงฎีกาคำสั่งเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต่อศาลฎีกาไม่ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 พร้อมทั้งบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 87746 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และงดใช้ทางเข้าออกผ่านที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 87748 และ 87751 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน กับให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 300,000 บาท นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 มีนาคม 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสามจะขนย้ายทรัพย์สินหรือบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ และงดใช้ที่ดินของโจทก์เป็นทางเข้าออก กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 20,000 บาท ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งว่า ถ้าจำเลยที่ 1 นำค่าเสียหายที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 นี้มาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง จำเลยที่ 1 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งแก้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 5 โดยให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 1 ไว้ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือให้จำเลยที่ 1 นำค่าเสียหายตามจำนวนที่ศาลฎีกาเห็นสมควรมาวางศาลเป็นประกันระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 นั้น เห็นว่า การขอทุเลาการบังคับกฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 5 กฎหมายไม่ประสงค์จะให้ศาลฎีกาไปเกี่ยวข้องกับการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับภายใต้บังคับเงื่อนไขใดๆ ก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 วรรคสี่ และการขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ ไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์และฎีกาอย่างเรื่องอื่นๆ จำเลยที่ 1 จะฎีกาคำสั่งเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาจำเลยที่ 1 จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ (เฉลียว พลวิเศษ-ตรีวุฒิ สาขากร-ธีระพงศ์ จิระภาค) แหล่งที่มา สำนักวิชาการ แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
514357
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992600"
    }
}
date
2553
deka_no
13669/2553
deka_running_no
13669
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "เฉลียว พลวิเศษ",
    "ตรีวุฒิ สาขากร",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 231"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเอส ดี แอล เทรดดิ้ง จำกัด"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายอนุชา อังศุสิงห์ กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทชลกานต์ วอเตอร์ จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 พร้อมทั้งบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 87746 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน และงดใช้ทางเข้าออกผ่านที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 87748 และ 87751 ตำบลเวียงยอง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน กับให้จำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 300,000 บาท นับจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 มีนาคม 2549) เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งสามจะขนย้ายทรัพย์สินหรือบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ และงดใช้ที่ดินของโจทก์เป็นทางเข้าออก กับให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 20,000 บาท ยกฟ้องแย้งจำเลยที่ 1 ยกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3

จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ พร้อมกับยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับ

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 มีคำสั่งว่า ถ้าจำเลยที่ 1 นำค่าเสียหายที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น นับแต่วันฟ้องจนถึงวันที่ทราบคำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 นี้มาวางไว้ต่อศาลชั้นต้นภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ มิฉะนั้นให้ยกคำร้อง

จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยที่ 1 ฎีกาขอให้ศาลฎีกามีคำพิพากษาหรือคำสั่งแก้คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 5 โดยให้ทุเลาการบังคับจำเลยที่ 1 ไว้ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 หรือให้จำเลยที่ 1 นำค่าเสียหายตามจำนวนที่ศาลฎีกาเห็นสมควรมาวางศาลเป็นประกันระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 นั้น เห็นว่า การขอทุเลาการบังคับกฎหมายกำหนดวิธีการให้อยู่ในอำนาจของศาลเป็นชั้นๆไป การขอทุเลาการบังคับในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 5 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาลอุทธรณ์ภาค 5 กฎหมายไม่ประสงค์จะให้ศาลฎีกาไปเกี่ยวข้องกับการขอทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ทั้งศาลอุทธรณ์ภาค 5 จะอนุญาตให้ทุเลาการบังคับภายใต้บังคับเงื่อนไขใดๆ ก็ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 วรรคสี่ และการขอทุเลาการบังคับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 231 เป็นเรื่องที่กฎหมายกำหนดวิธีการไว้เป็นพิเศษ ไม่อยู่ในบังคับแห่งการอุทธรณ์และฎีกาอย่างเรื่องอื่นๆ จำเลยที่ 1 จะฎีกาคำสั่งเกี่ยวกับการขอทุเลาการบังคับของศาลอุทธรณ์ภาค 5 ต่อศาลฎีกาอีกไม่ได้ ที่ศาลชั้นต้นรับฎีกาจำเลยที่ 1 จึงไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาจำเลยที่ 1 ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลทั้งหมดในชั้นฎีกาแก่จำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกานอกจากนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
primary_red_case_no
remark
หมายเหตุ
source
สำนักวิชาการ
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000469.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
หมายเลขคดีดำศาลฎีกา
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553