คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8163/2554 ฉบับเต็ม

#514787
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8163/2554 นายธีรบูร บุญวิทย์ โจทก์ บริษัทควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 94 ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง โจทก์และจำเลยมีเจตนาก่อนิติสัมพันธ์กันเป็นสัญญาจะซื้อขายโดยการวางมัดจำตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสอง ซึ่งมิได้กำหนดแบบไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ สัญญาจะซื้อจะขายเกิดขึ้นนับแต่เวลาที่โจทก์วางมัดจำ มิใช่เพิ่งเกิดในภายหลังเมื่อมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นหนังสือ เมื่อ ป.วิ.พ. มาตรา 94 จำกัดเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดว่า ข้อเท็จจริงในเรื่องที่ฟ้องร้องกันนั้นจะต้องแสดงให้ปรากฏด้วยการนำสืบพยานเอกสาร จึงต้องห้ามนำพยานบุคคลเข้าสืบเพื่อเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารที่ได้นำมาแสดงแล้ว จึงไม่ตกอยู่ในบังคับข้อห้ามดังกล่าว ศาลย่อมมีอำนาจรับฟังพยานบุคคลว่าจำเลยตกลงจะหาสถาบันการเงินให้โจทก์กู้ยืมชำระหนี้คืนจำเลยโดยมีระยะเวลาผ่อนนาน 15 ปี ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,171,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ได้รับชำระเงินแต่ละงวด ค่าตกแต่งบ้าน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันนับแต่วันบอกเลิกสัญญา และค่าขาดประโยชน์เดือนละ 30,000 บาท นับแต่เวลาเดียวกันจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงิน 1,171,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า เมื่อสัญญาจะซื้อจะขาย ได้กำหนดข้อความเช่นนั้นไว้ชัดแจ้งแล้ว ศาลจะยอมรับฟังพยานบุคคลของโจทก์ที่นำสืบประกอบข้ออ้างว่าใบโฆษณา (ใบปลิว) ตารางราคาบ้านแบบลัดดากร (แอลอาร์ 044) ของจำเลย ระบุว่า "สามารถผ่อนชำระธนาคารปีที่ 1 - 15 เดือนละ 29,642 บาท" เพื่อเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารที่นำมาแสดงโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข) ได้หรือไม่ เห็นว่า กรณีนี้ โจทก์ตกลงจองซื้อที่ดินและบ้านแบบลัดดากร (แอลอาร์ 044) ตามใบโฆษณา (ใบปลิว) โดยวางเงินมัดจำไว้ 30,000 บาท ตามหนังสือจองที่ดิน และสำเนาใบเสร็จรับเงินตั้งแต่แวะเข้าชมโครงการลัดดารมย์ รัตนาธิเบศร์ของจำเลยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2538 หลังจากนั้นโจทก์และจำเลยจึงได้ทำสัญญาจะซื้อจะขาย ขึ้นในวันที่ 19 มกราคม 2539 แสดงว่าโจทก์และจำเลยมีเจตนาก่อนิติสัมพันธ์กันเป็นสัญญาจะซื้อจะขายโดยการวางมัดจำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง ซึ่งมิได้กำหนดแบบไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์จำเลยจึงเกิดขึ้นนับแต่เวลาที่โจทก์วางมัดจำไว้ มิใช่เพิ่งเกิดในภายหลังเมื่อมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นหนังสือ เช่นนี้ เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 บัญญัติว่า "เมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลฯ" อันหมายความจำกัดเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าข้อเท็จจริงในเรื่องที่ฟ้องร้องกันนั้นจะต้องแสดงให้ปรากฏด้วยการนำสืบพยานเอกสารจึงห้ามนำพยานบุคคลเข้าสืบเพื่อเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารที่ได้นำมาแสดงแล้ว กรณีตามฟ้องจึงไม่ตกอยู่ในบังคับข้อห้ามดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจรับฟังพยานบุคคลที่โจทก์นำสืบประกอบข้ออ้าง ว่าจำเลยตกลงจะหาสถาบันการเงินให้โจทก์กู้ยืมชำระหนี้ส่วนที่เหลืออยู่คืนจำเลยโดยมีระยะเวลาผ่อนชำระหนี้นาน 15 ปีได้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าธนาคารที่จำเลยติดต่อให้โจทก์กู้ไม่ยอมให้โจทก์ชำระหนี้ได้นานถึง 15 ปี เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านตามฟ้อง จำเลยจึงไม่อาจกล่าวอ้างว่าโจทก์ผิดสัญญาและริบเงินทั้งหมดที่โจทก์ชำระไว้แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ (ธนพจน์ อารยลักษณ์-ตรีวุฒิ สาขากร-ธีระพงศ์ จิระภาค) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายกำพล ษมาคุณากร ศาลอุทธรณ์ - นายกานต์ วงศ์ศิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1236/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ9395/2542 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ9770/2545 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
514787
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายกำพล ษมาคุณากร"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายกานต์ วงศ์ศิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081989213"
    }
}
date
2554
deka_no
8163/2554
deka_running_no
8163
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ธนพจน์ อารยลักษณ์",
    "ตรีวุฒิ สาขากร",
    "ธีระพงศ์ จิระภาค"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 94"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 456 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายธีรบูร บุญวิทย์"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทควอลิตี้ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน 1,171,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ได้รับชำระเงินแต่ละงวด ค่าตกแต่งบ้าน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันนับแต่วันบอกเลิกสัญญา และค่าขาดประโยชน์เดือนละ 30,000 บาท นับแต่เวลาเดียวกันจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 500,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 30,000 บาท

โจทก์และจำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้จำเลยชำระเงิน 1,171,200 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 23 กรกฎาคม 2542 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยมีว่า เมื่อสัญญาจะซื้อจะขาย ได้กำหนดข้อความเช่นนั้นไว้ชัดแจ้งแล้ว ศาลจะยอมรับฟังพยานบุคคลของโจทก์ที่นำสืบประกอบข้ออ้างว่าใบโฆษณา (ใบปลิว) ตารางราคาบ้านแบบลัดดากร (แอลอาร์ 044) ของจำเลย ระบุว่า "สามารถผ่อนชำระธนาคารปีที่ 1 - 15 เดือนละ 29,642 บาท" เพื่อเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารที่นำมาแสดงโดยฝ่าฝืนข้อห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 (ข) ได้หรือไม่ เห็นว่า กรณีนี้ โจทก์ตกลงจองซื้อที่ดินและบ้านแบบลัดดากร (แอลอาร์ 044) ตามใบโฆษณา (ใบปลิว) โดยวางเงินมัดจำไว้ 30,000 บาท ตามหนังสือจองที่ดิน และสำเนาใบเสร็จรับเงินตั้งแต่แวะเข้าชมโครงการลัดดารมย์ รัตนาธิเบศร์ของจำเลยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2538 หลังจากนั้นโจทก์และจำเลยจึงได้ทำสัญญาจะซื้อจะขาย ขึ้นในวันที่ 19 มกราคม 2539 แสดงว่าโจทก์และจำเลยมีเจตนาก่อนิติสัมพันธ์กันเป็นสัญญาจะซื้อจะขายโดยการวางมัดจำตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสอง ซึ่งมิได้กำหนดแบบไว้ว่าต้องมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างหนึ่งอย่างใดลงลายมือชื่อฝ่ายผู้ต้องรับผิดเป็นสำคัญจึงจะฟ้องร้องให้บังคับคดีได้ สัญญาจะซื้อจะขายระหว่างโจทก์จำเลยจึงเกิดขึ้นนับแต่เวลาที่โจทก์วางมัดจำไว้ มิใช่เพิ่งเกิดในภายหลังเมื่อมีการทำสัญญาจะซื้อจะขายเป็นหนังสือ เช่นนี้ เมื่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 บัญญัติว่า "เมื่อใดมีกฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงห้ามมิให้ศาลยอมรับฟังพยานบุคคลฯ" อันหมายความจำกัดเฉพาะกรณีที่กฎหมายกำหนดว่าข้อเท็จจริงในเรื่องที่ฟ้องร้องกันนั้นจะต้องแสดงให้ปรากฏด้วยการนำสืบพยานเอกสารจึงห้ามนำพยานบุคคลเข้าสืบเพื่อเพิ่มเติม ตัดทอน หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารที่ได้นำมาแสดงแล้ว กรณีตามฟ้องจึงไม่ตกอยู่ในบังคับข้อห้ามดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจรับฟังพยานบุคคลที่โจทก์นำสืบประกอบข้ออ้าง ว่าจำเลยตกลงจะหาสถาบันการเงินให้โจทก์กู้ยืมชำระหนี้ส่วนที่เหลืออยู่คืนจำเลยโดยมีระยะเวลาผ่อนชำระหนี้นาน 15 ปีได้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าธนาคารที่จำเลยติดต่อให้โจทก์กู้ไม่ยอมให้โจทก์ชำระหนี้ได้นานถึง 15 ปี เป็นเหตุให้โจทก์ไม่สามารถรับโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านตามฟ้อง จำเลยจึงไม่อาจกล่าวอ้างว่าโจทก์ผิดสัญญาและริบเงินทั้งหมดที่โจทก์ชำระไว้แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ให้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาเป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ9395/2542
primary_red_case_no
พ9770/2545
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000439.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1236/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554