คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10163/2554 ฉบับเต็ม

#515900
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10163/2554 คณะกรรมการการเลือกตั้ง โจทก์ นายวิวัฒน์ ตากิ่มนอก จำเลย พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 57 (1), มาตรา 99 พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 4, มาตรา 57 วรรคหนึ่ง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 235 การที่โจทก์มีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 มาตรา 99 เป็นการดำเนินการในฐานะที่โจทก์เป็นองค์กรใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ ซึ่ง พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 4 ยกเว้นมิให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับแก่โจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าคำสั่งของโจทก์ดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้จำเลยชำระเงินตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 57 วรรคหนึ่ง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 293,422.50 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่ วันที่ 9 ตุลาคม 2548 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกำหนดค่าเสียหายตามคำฟ้องของโจทก์เป็นคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ผู้ใดชำระเงิน ซึ่งโจทก์อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงิน ตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ได้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 99 ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า โจทก์เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ โดยมาตรา 235 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำหนดให้โจทก์เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งหรือการสรรหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมาตรา 236 กำหนดให้โจทก์มีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นตามกฎหมายตามมาตรา 235 วรรคสอง ซึ่งรวมถึงพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ด้วย และมีอำนาจหน้าที่สั่งให้มีการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้ง เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้นๆ มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ย่อมถือได้ว่าการดำเนินการใดๆ ของโจทก์ซึ่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของโจทก์ และเป็นการดำเนินการในฐานะที่โจทก์เป็นองค์กรที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ควบคุมและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญและตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ผลการนับคะแนนเลือกตั้งปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว ภายหลังจากโจทก์ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ต่อมามีหลักฐานอันควรเชื่อว่าจำเลยได้ให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่จำเลยอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 (1) ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ซึ่งมีผลให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คณะกรรมการโจทก์มีมติให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวใหม่ โดยให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่ไม่เกินค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และให้ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย ต่อมาโจทก์ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวใหม่เสร็จสิ้นแล้ว โดยเสียค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เป็นเงินทั้งสิ้น 293,422.50 บาท โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ตามคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าว การที่โจทก์มีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 99 ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ซึ่งกำหนดให้จำเลยผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในกรณีตามคำฟ้องต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่โจทก์กำหนดซึ่งต้องไม่เกินจำนวนค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ คำสั่งของโจทก์ดังกล่าวเป็นการกำหนดจำนวนค่าเสียหายที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของโจทก์ จึงเป็นการดำเนินการในฐานะที่โจทก์เป็นองค์กรที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ ซึ่งมาตรา 4 (2) ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ยกเว้นมิให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับแก่โจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าคำสั่งของโจทก์ดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้จำเลยชำระเงิน ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 57 วรรคหนึ่ง ในอันที่จะใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินที่จำเลยไม่ยอมชำระตามคำสั่งได้ การที่จำเลยไม่ยอมชำระค่าเสียหายตามที่โจทก์กำหนดให้จำเลยชดใช้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้รับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป (ธนัท วิรบุตร์-สมศักดิ์ ตันติภิรมย์-เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์) ศาลจังหวัดบัวใหญ่ - นายสมยศ อรุณศรีโสภณ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2711/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ1338/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ1247/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
515900
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดบัวใหญ่",
        "judge": "นายสมยศ อรุณศรีโสภณ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988611"
    }
}
date
2554
deka_no
10163/2554
deka_running_no
10163
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ธนัท วิรบุตร์",
    "สมศักดิ์ ตันติภิรมย์",
    "เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545",
        "sections": [
            "ม. 57 (1)",
            "ม. 99"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 57 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550",
        "law_abbr": "รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550",
        "sections": [
            "ม. 235"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "คณะกรรมการการเลือกตั้ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวิวัฒน์ ตากิ่มนอก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 293,422.50 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่ วันที่ 9 ตุลาคม 2548 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกำหนดค่าเสียหายตามคำฟ้องของโจทก์เป็นคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้ผู้ใดชำระเงิน ซึ่งโจทก์อาจใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงิน ตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ได้อยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้สิทธิทางศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 และพิพากษายกฟ้อง

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาข้อกฎหมายต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ตามมาตรา 99 ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 หรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า โจทก์เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ โดยมาตรา 235 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 กำหนดให้โจทก์เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งหรือการสรรหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยมาตรา 236 กำหนดให้โจทก์มีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริง และวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นตามกฎหมายตามมาตรา 235 วรรคสอง ซึ่งรวมถึงพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ด้วย และมีอำนาจหน้าที่สั่งให้มีการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใดหน่วยเลือกตั้งหนึ่งหรือทุกหน่วยเลือกตั้ง เมื่อมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งนั้นๆ มิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม รวมทั้งมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ย่อมถือได้ว่าการดำเนินการใดๆ ของโจทก์ซึ่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของโจทก์ และเป็นการดำเนินการในฐานะที่โจทก์เป็นองค์กรที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว อำเภอคง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งโจทก์มีหน้าที่ควบคุมและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญและตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ผลการนับคะแนนเลือกตั้งปรากฏว่าจำเลยเป็นผู้ได้รับการเลือกตั้งเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัว ภายหลังจากโจทก์ประกาศผลการเลือกตั้งแล้ว ต่อมามีหลักฐานอันควรเชื่อว่าจำเลยได้ให้เงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเสียงเลือกตั้งให้แก่จำเลยอันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 57 (1) ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ซึ่งมีผลให้การเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม คณะกรรมการโจทก์มีมติให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวใหม่ โดยให้จำเลยรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่ไม่เกินค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ และให้ดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย ต่อมาโจทก์ดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวใหม่เสร็จสิ้นแล้ว โดยเสียค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เป็นเงินทั้งสิ้น 293,422.50 บาท โจทก์จึงฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ตามคำฟ้องของโจทก์ดังกล่าว การที่โจทก์มีคำสั่งให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่เป็นไปตามบทบัญญัติมาตรา 99 ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2545 ซึ่งกำหนดให้จำเลยผู้ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในกรณีตามคำฟ้องต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนที่โจทก์กำหนดซึ่งต้องไม่เกินจำนวนค่าใช้จ่ายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ คำสั่งของโจทก์ดังกล่าวเป็นการกำหนดจำนวนค่าเสียหายที่จำเลยต้องรับผิดชดใช้ซึ่งกฎหมายกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของโจทก์ จึงเป็นการดำเนินการในฐานะที่โจทก์เป็นองค์กรที่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะ ซึ่งมาตรา 4 (2) ของพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 ยกเว้นมิให้นำบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวมาใช้บังคับแก่โจทก์ จึงถือไม่ได้ว่าคำสั่งของโจทก์ดังกล่าวเป็นคำสั่งทางปกครองที่กำหนดให้จำเลยชำระเงิน ตามพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 มาตรา 57 วรรคหนึ่ง ในอันที่จะใช้มาตรการบังคับทางปกครองโดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยและขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินที่จำเลยไม่ยอมชำระตามคำสั่งได้ การที่จำเลยไม่ยอมชำระค่าเสียหายตามที่โจทก์กำหนดให้จำเลยชดใช้เป็นการโต้แย้งสิทธิของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาลเพื่อบังคับให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายในการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ตามกฎหมาย ที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้รับฟ้องของโจทก์ไว้ดำเนินการต่อไป
opensearch_id
primary_black_case_no
พ1338/2551
primary_red_case_no
พ1247/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000434.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2711/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554