คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8104/2554 ฉบับเต็ม

#518399
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8104/2554 ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายปพน พิรงค์กุล ผู้ร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน บริษัทไทยนิงโฮลดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับพวก จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 109 (2) แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่าลูกหนี้ที่ 2 กู้ยืมเงินจากผู้ร้องเพื่อนำไปชำระค่าขึ้นศาลตามคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 711/2548 ของศาลจังหวัดสีคิ้ว ก็ตาม แต่เมื่อศาลจังหวัดสีคิ้วรับเงินไว้ เงินดังกล่าวย่อมมิใช่เงินของลูกหนี้ที่ 2 แล้ว ต่อมาลูกหนี้ที่ 2 ขอถอนฟ้องและศาลมีคำสั่งให้คืนค่าขึ้นศาลแก่ลูกหนี้ที่ 2 จำนวน 190,000 บาท จึงถือได้ว่าเงินที่ศาลสั่งคืนนี้เป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้ที่ 2 ได้มาภายหลังเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 109 (2) จึงเป็นทรัพย์สินอันอาจแบ่งได้ในคดีล้มละลาย ผู้คัดค้านจึงสามารถนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้ากองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 2 ได้ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2547 และพิพากษาให้ลูกหนี้ทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2548 ต่อมาวันที่ 9 สิงหาคม 2548 นางสาวชื่นจิตร ผู้ชำระบัญชีของลูกหนี้ที่ 2 ยื่นฟ้องนางวรรณศรี เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดสีคิ้ว คดีแพ่งหมายเลขดำที่ 711/2548 และผู้ชำระบัญชีของลูกหนี้ที่ 2 ได้ชำระค่าขึ้นศาลจำนวน 200,000 บาท ต่อมาความปรากฏว่าลูกหนี้ที่ 2 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไว้ก่อนแล้ว ผู้ชำระบัญชีจึงยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในคดีแพ่งดังกล่าว ศาลจังหวัดสีคิ้วมีคำสั่งเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 926/2548 ให้คืนเงินค่าขึ้นศาลจำนวน 190,000 บาท ผู้คัดค้านได้รับเงินดังกล่าวเข้ากองทรัพย์สิน ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านว่าผู้ชำระบัญชีของลูกหนี้ที่ 2 ได้ยืมเงินของผู้ร้องจำนวน 200,000 บาท ไปชำระค่าขึ้นศาลดังกล่าว ขอให้ผู้คัดค้านคืนเงินค่าขึ้นศาลในส่วนที่ศาลสั่งคืนให้แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านสอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกลับคำสั่งผู้คัดค้านและให้ผู้คัดค้านคืนเงินค่าขึ้นศาลจำนวน 190,000 บาท แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งกลับคำสั่งของผู้คัดค้าน ให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวน 190,000 บาท แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่าลูกหนี้ที่ 2 กู้ยืมเงินจากผู้ร้องนำไปชำระค่าขึ้นศาลในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 711/2548 ของศาลจังหวัดสีคิ้วก็ตาม แต่เมื่อศาลจังหวัดสีคิ้วรับเงินไว้ เงินดังกล่าวย่อมมิใช่เงินของลูกหนี้ที่ 2 แล้ว ต่อมาลูกหนี้ที่ 2 ขอถอนฟ้องและศาลมีคำสั่งให้คืนค่าขึ้นศาลแก่ลูกหนี้ที่ 2 จำนวน 190,000 บาท จึงถือได้ว่าเงินที่ศาลสั่งคืนนี้เป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้ที่ 2 ได้มาภายหลังเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 109 (2) จึงเป็นทรัพย์สินอันอาจแบ่งได้ในคดีล้มละลาย ผู้คัดค้านจึงสามารถนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้ากองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 2 ได้ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวน 190,000 บาท แก่ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของผู้คัดค้านต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ (วีระพล ตั้งสุวรรณ-สมศักดิ์ จันทรา-พินิจ สุเสารัจ) ศาลล้มละลายกลาง - นายโชค จงสงวน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.133/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น สล159/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น สล103/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
518399
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายโชค จงสงวน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081989316"
    }
}
date
2554
deka_no
8104/2554
deka_running_no
8104
deka_year
2554
department
ล้มละลาย
judges
[
    "วีระพล ตั้งสุวรรณ",
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "พินิจ สุเสารัจ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 109 (2)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายปพน พิรงค์กุล"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "บริษัทไทยนิงโฮลดิ้ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) ทั้งสองเด็ดขาดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2547 และพิพากษาให้ลูกหนี้ทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2548 ต่อมาวันที่ 9 สิงหาคม 2548 นางสาวชื่นจิตร ผู้ชำระบัญชีของลูกหนี้ที่ 2 ยื่นฟ้องนางวรรณศรี เป็นจำเลยต่อศาลจังหวัดสีคิ้ว คดีแพ่งหมายเลขดำที่ 711/2548 และผู้ชำระบัญชีของลูกหนี้ที่ 2 ได้ชำระค่าขึ้นศาลจำนวน 200,000 บาท ต่อมาความปรากฏว่าลูกหนี้ที่ 2 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดไว้ก่อนแล้ว ผู้ชำระบัญชีจึงยื่นคำร้องขอถอนฟ้องในคดีแพ่งดังกล่าว ศาลจังหวัดสีคิ้วมีคำสั่งเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 926/2548 ให้คืนเงินค่าขึ้นศาลจำนวน 190,000 บาท ผู้คัดค้านได้รับเงินดังกล่าวเข้ากองทรัพย์สิน ต่อมาผู้ร้องยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านว่าผู้ชำระบัญชีของลูกหนี้ที่ 2 ได้ยืมเงินของผู้ร้องจำนวน 200,000 บาท ไปชำระค่าขึ้นศาลดังกล่าว ขอให้ผู้คัดค้านคืนเงินค่าขึ้นศาลในส่วนที่ศาลสั่งคืนให้แก่ผู้ร้อง ผู้คัดค้านสอบสวนแล้วมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งกลับคำสั่งผู้คัดค้านและให้ผู้คัดค้านคืนเงินค่าขึ้นศาลจำนวน 190,000 บาท แก่ผู้ร้อง

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งกลับคำสั่งของผู้คัดค้าน ให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวน 190,000 บาท แก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า แม้ข้อเท็จจริงจะฟังว่าลูกหนี้ที่ 2 กู้ยืมเงินจากผู้ร้องนำไปชำระค่าขึ้นศาลในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ 711/2548 ของศาลจังหวัดสีคิ้วก็ตาม แต่เมื่อศาลจังหวัดสีคิ้วรับเงินไว้ เงินดังกล่าวย่อมมิใช่เงินของลูกหนี้ที่ 2 แล้ว ต่อมาลูกหนี้ที่ 2 ขอถอนฟ้องและศาลมีคำสั่งให้คืนค่าขึ้นศาลแก่ลูกหนี้ที่ 2 จำนวน 190,000 บาท จึงถือได้ว่าเงินที่ศาลสั่งคืนนี้เป็นทรัพย์สินที่ลูกหนี้ที่ 2 ได้มาภายหลังเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลายตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 109 (2) จึงเป็นทรัพย์สินอันอาจแบ่งได้ในคดีล้มละลาย ผู้คัดค้านจึงสามารถนำเงินจำนวนดังกล่าวเข้ากองทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ 2 ได้ ที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ผู้คัดค้านคืนเงินจำนวน 190,000 บาท แก่ผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังขึ้น และไม่จำต้องวินิจฉัยอุทธรณ์ข้ออื่นของผู้คัดค้านต่อไป เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง

พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
สล159/2550
primary_red_case_no
สล103/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000440.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.133/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554