คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11411/2554 ฉบับเต็ม

#518402
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11411/2554 พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก เยาวชน และสตรี ผู้ร้อง นายศิวาวิทย์ สำเร็จผล ผู้ต้องหา ป.วิ.อ. มาตรา 193 การออกหมายจับและหมายค้นในชั้นสอบสวน เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเพื่อให้การสอบสวนดำเนินไปได้ แม้พนักงานสอบสวนจะต้องมาร้องขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้ออกหมายจับและหมายค้น แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ฟ้องเป็นคดีมาถึงศาล เมื่อศาลชั้นต้นเห็นสมควรสั่งประการใดแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายประสงค์จะให้อุทธรณ์ได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 หากผู้ร้องอ้างข้อมูลอันเป็นเท็จ ผู้ต้องหาก็มีสิทธิ์ที่จะดำเนินการแก่ผู้ร้องตามที่เห็นสมควรเป็นกรณีต่างหากได้ ผู้ต้องหาจึงไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ให้เพิกถอนหมายจับและหมายค้นในชั้นสอบสวน ___________________________ คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 ศาลชั้นต้นออกหมายจับผู้ต้องหา นางสาวเดือนเพ็ญ นายเสรีหรือหมี นายประพัฒน์ วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ศาลชั้นต้นออกหมายค้นบ้านของผู้ต้องหา บ้านของนางสาวเดือนเพ็ญ และบ้านของบุคคลอื่น ผู้ต้องหายื่นคำร้องลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 ว่า ได้มีการจับกุม ค้นบ้านและรถยนต์ของผู้ต้องหาไปโดยมิชอบตามหมายจับและหมายค้นของศาลชั้นต้น ซึ่งผู้ร้องได้อ้างข้อมูลอันเป็นเท็จให้ศาลออกหมายดังกล่าว ขอให้เพิกถอนหมายจับและหมายค้นนั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ต้องหาอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ต้องหาฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นสมควรยกปัญหาว่า เมื่อศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งออกหมายจับและหมายค้นแล้ว ผู้ต้องหาจะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้หรือไม่ เห็นว่า การออกหมายจับและหมายค้นในกรณีนี้เป็นการดำเนินการในชั้นสอบสวน เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเพื่อให้การสอบสวนดำเนินไปได้เท่านั้น แม้พนักงานสอบสวนจะต้องมาร้องขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้ออกหมายจับและหมายค้น แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ฟ้องเป็นคดีมาถึงศาล เมื่อศาลชั้นต้นเห็นสมควรสั่งประการใดแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายประสงค์จะให้อุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 หากผู้ร้องอ้างข้อมูลอันเป็นเท็จ ผู้ต้องหาก็มีสิทธิที่จะดำเนินการแก่ผู้ร้องตามที่เห็นสมควรเป็นกรณีต่างหากได้ ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ดังนั้น ผู้ต้องหาจึงไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ขอให้เพิกถอนหมายจับและหมายค้น ในชั้นสอบสวนดังกล่าวได้ เมื่อผู้ต้องหาไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้ดังกล่าวแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ต้องหาจึงเป็นการไม่ชอบ ผู้ต้องหาไม่อาจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ เพราะเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของผู้ต้องหา พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาของผู้ต้องหา (วิรุฬห์ แสงเทียน-สมควร วิเชียรวรรณ-ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี) ศาลอาญา - นางสาวอรกมล เจนนิรมาณ ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร นาเนกรังสรรค์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.2066/2554 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1946/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ค355/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
518402
courts
[
    {
        "court": "ศาลอาญา",
        "judge": "นางสาวอรกมล เจนนิรมาณ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสุนทร นาเนกรังสรรค์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988369"
    }
}
date
2554
deka_no
11411/2554
deka_running_no
11411
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "สมควร วิเชียรวรรณ",
    "ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 193"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "พนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน"
    },
    {
        "role": "",
        "name": "กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดต่อเด็ก"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "เยาวชน และสตรี"
    },
    {
        "role": "ผู้ต้องหา",
        "name": "นายศิวาวิทย์ สำเร็จผล"
    }
]
long_text
คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 ศาลชั้นต้นออกหมายจับผู้ต้องหา นางสาวเดือนเพ็ญ นายเสรีหรือหมี นายประพัฒน์ วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 ศาลชั้นต้นออกหมายค้นบ้านของผู้ต้องหา บ้านของนางสาวเดือนเพ็ญ และบ้านของบุคคลอื่น ผู้ต้องหายื่นคำร้องลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2552 ว่า ได้มีการจับกุม ค้นบ้านและรถยนต์ของผู้ต้องหาไปโดยมิชอบตามหมายจับและหมายค้นของศาลชั้นต้น ซึ่งผู้ร้องได้อ้างข้อมูลอันเป็นเท็จให้ศาลออกหมายดังกล่าว ขอให้เพิกถอนหมายจับและหมายค้นนั้น ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง

ผู้ต้องหาอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ผู้ต้องหาฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นสมควรยกปัญหาว่า เมื่อศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ขอให้เพิกถอนคำสั่งออกหมายจับและหมายค้นแล้ว ผู้ต้องหาจะอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้หรือไม่ เห็นว่า การออกหมายจับและหมายค้นในกรณีนี้เป็นการดำเนินการในชั้นสอบสวน เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเพื่อให้การสอบสวนดำเนินไปได้เท่านั้น แม้พนักงานสอบสวนจะต้องมาร้องขอต่อศาลชั้นต้นเพื่อขอให้ออกหมายจับและหมายค้น แต่ก็ยังไม่ใช่เรื่องที่ฟ้องเป็นคดีมาถึงศาล เมื่อศาลชั้นต้นเห็นสมควรสั่งประการใดแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่กฎหมายประสงค์จะให้อุทธรณ์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 หากผู้ร้องอ้างข้อมูลอันเป็นเท็จ ผู้ต้องหาก็มีสิทธิที่จะดำเนินการแก่ผู้ร้องตามที่เห็นสมควรเป็นกรณีต่างหากได้ ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยเองได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ดังนั้น ผู้ต้องหาจึงไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ยกคำร้องของผู้ต้องหาที่ขอให้เพิกถอนหมายจับและหมายค้น ในชั้นสอบสวนดังกล่าวได้ เมื่อผู้ต้องหาไม่อาจอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นได้ดังกล่าวแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ต้องหาจึงเป็นการไม่ชอบ ผู้ต้องหาไม่อาจฎีกาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ เพราะเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคหนึ่ง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยฎีกาของผู้ต้องหา

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และยกฎีกาของผู้ต้องหา
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1946/2552
primary_red_case_no
ค355/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000432.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.2066/2554
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554