คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8871/2554 ฉบับเต็ม

#518411
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8871/2554 พนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นางส่อง จันทเทโว โจทก์ร่วม นายโสภณ แก้วศรีจันทร์ จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 5 (2), มาตรา 30 ผู้ตายบุกรุกเข้าไปในบ้านของจำเลยโดยถือมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าไปหา ฉ. บิดาจำเลยแล้วใช้มีดดาบดังกล่าวฟัน ฉ. เป็นเหตุให้ ฉ. ได้รับอันตรายแก่กาย เมื่อผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุบุกรุกเข้าไปทำร้ายร่างกาย ฉ. ก่อน ผู้ตายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตาม ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ตาม มาตรา 5 (2) และไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 30 ดังนี้ โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วม ปัญหาข้อนี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 33 ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน และอาวุธมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นางส่อง มารดานายวิษณุ ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ประกอบมาตรา 69 ซึ่งศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ เห็นสมควรลงโทษจำคุก 1 ปี พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษมาก่อนจึงเห็นสมควรรอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ริบอาวุธมีดของกลาง คำขออื่นให้ยก โจทก์ร่วมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ผู้ตายได้บุกรุกเข้าไปในบ้านของจำเลยโดยถือมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าไปหานายเฉลิมชัยบิดาจำเลย แล้วผู้ตายใช้มีดดาบดังกล่าวฟันนายเฉลิมชัย ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ เมื่อผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุบุกรุกเข้าไปทำร้ายร่างกายนายเฉลิมชัยก่อน ผู้ตายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ตาม มาตรา 5 (2) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ตาม มาตรา 30 ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วโจทก์ร่วมก็ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมและปัญหาข้อนี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225 พิพากษายกฎีกาโจทก์ร่วมและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ยกคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม (นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล-วิรุฬห์ แสงเทียน) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายสมจิตร์ ปอพิมาย ศาลอุทธรณ์ - นายสันติ วงศ์รัตนานนท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5063/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ7002/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ5218/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
518411
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นายสมจิตร์ ปอพิมาย"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายสันติ วงศ์รัตนานนท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988973"
    }
}
date
2554
deka_no
8871/2554
deka_running_no
8871
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 5 (2)",
            "ม. 30"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดมีนบุรี"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางส่อง จันทเทโว"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายโสภณ แก้วศรีจันทร์"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 33 ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน และอาวุธมีดของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นางส่อง มารดานายวิษณุ ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำเพื่อป้องกันเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 68 ประกอบมาตรา 69 ซึ่งศาลลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ เห็นสมควรลงโทษจำคุก 1 ปี พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีประกอบกับไม่ปรากฏว่าจำเลยเคยต้องโทษมาก่อนจึงเห็นสมควรรอการลงโทษไว้ 1 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ริบอาวุธมีดของกลาง คำขออื่นให้ยก

โจทก์ร่วมอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ในวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุตามฟ้อง ผู้ตายได้บุกรุกเข้าไปในบ้านของจำเลยโดยถือมีดดาบยาวประมาณ 1 เมตร เข้าไปหานายเฉลิมชัยบิดาจำเลย แล้วผู้ตายใช้มีดดาบดังกล่าวฟันนายเฉลิมชัย ตามผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ เมื่อผู้ตายเป็นฝ่ายก่อเหตุบุกรุกเข้าไปทำร้ายร่างกายนายเฉลิมชัยก่อน ผู้ตายจึงมิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2 (4) โจทก์ร่วมซึ่งเป็นมารดาของผู้ตายย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ตาม มาตรา 5 (2) โจทก์ร่วมจึงไม่มีอำนาจเข้าร่วมเป็นโจทก์ตาม มาตรา 30 ดังนั้น เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วโจทก์ร่วมก็ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์จึงไม่มีอำนาจวินิจฉัยอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมและปัญหาข้อนี้เป็นเรื่องอำนาจฟ้องซึ่งเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบมาตรา 225

พิพากษายกฎีกาโจทก์ร่วมและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และให้ยกคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม
opensearch_id
primary_black_case_no
อ7002/2546
primary_red_case_no
อ5218/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000437.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5063/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554