คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2555 ฉบับเต็ม

#518445
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2555 บริษัทไทยพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายวายุ สมหวัง กับพวก จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคสอง, มาตรา 190 ตรี การส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องในคดีมโนสาเร่ ศาลมีอำนาจออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 190 ตรี เมื่อโจทก์ขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องด้วยวิธีปิดหมาย โดยแนบแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับรองไม่เกิน 1 เดือน นับถึงวันฟ้อง ศาลชั้นต้นได้สั่งย่นระยะเวลาการส่งหมายด้วยการปิดหมายโดยให้มีผลทันที จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบวันนัดพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่วันปิดหมายแล้ว ไม่ต้องรอให้ล่วงพ้นระยะเวลา 15 วัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 79 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 213,347.16 บาท พร้อมเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 800 บาท (ที่ถูกต้องมีคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกด้วย) โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดพิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ตั้งแต่การส่งหมายเรียกให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งหมายนัดให้จำเลยที่ 3 แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ ในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ศาลมีอำนาจออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 190 ตรี เมื่อโจทก์ได้ขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องด้วยวิธีปิดหมาย โดยแนบแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับรองไม่เกิน 1 เดือน นับถึงวันฟ้อง ศาลชั้นต้นได้สั่งย่นระยะเวลาการส่งหมายด้วยการปิดหมายโดยให้มีผลทันที จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบวันนัดพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่วันปิดหมายแล้ว ไม่ต้องรอให้ล่วงพ้นระยะเวลา 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีปิดหมายก่อนวันนัดพิจารณาเพียง 9 วัน การปิดหมายเรียกไม่มีผลนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ (พีรพล พิชยวัฒน์-วีระวัฒน์ ปวราจารย์-วิรุฬห์ แสงเทียน) ศาลแขวงอุดรธานี - นายประจักษ์ ฤทธิธาดา ศาลอุทธรณ์ภาค 4 - นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก พาณิชย์และเศรษฐกิจ หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พณ.12/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ4780/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ4752/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
518445
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงอุดรธานี",
        "judge": "นายประจักษ์ ฤทธิธาดา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 4",
        "judge": "นายสมสันต์ ศุภศาสตรสิน"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987931"
    }
}
date
2555
deka_no
1022/2555
deka_running_no
1022
deka_year
2555
department
พาณิชย์และเศรษฐกิจ
judges
[
    "พีรพล พิชยวัฒน์",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 79 วรรคสอง",
            "ม. 190 ตรี"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทไทยพาณิชย์ลีสซิ่ง จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายวายุ สมหวัง กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 213,347.16 บาท พร้อมเบี้ยปรับในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินจำนวน 60,000 บาท พร้อมเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 800 บาท (ที่ถูกต้องมีคำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกด้วย)

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ขาดนัดพิจารณา ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ ตั้งแต่การส่งหมายเรียกให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ส่งหมายนัดให้จำเลยที่ 3 แล้วมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่ตามรูปคดีต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใหม่

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีพาณิชย์และเศรษฐกิจวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ ในการส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ศาลมีอำนาจออกคำสั่งขยายหรือย่นระยะเวลาตามที่กฎหมายกำหนดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 190 ตรี เมื่อโจทก์ได้ขอให้ส่งหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องด้วยวิธีปิดหมาย โดยแนบแบบรับรองรายการทะเบียนราษฎรซึ่งมีเจ้าหน้าที่รับรองไม่เกิน 1 เดือน นับถึงวันฟ้อง ศาลชั้นต้นได้สั่งย่นระยะเวลาการส่งหมายด้วยการปิดหมายโดยให้มีผลทันที จึงต้องถือว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 ทราบวันนัดพิจารณาของศาลชั้นต้นตั้งแต่วันปิดหมายแล้ว ไม่ต้องรอให้ล่วงพ้นระยะเวลา 15 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เห็นว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ได้รับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องโดยวิธีปิดหมายก่อนวันนัดพิจารณาเพียง 9 วัน การปิดหมายเรียกไม่มีผลนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นนี้ให้ศาลอุทธรณ์ภาค 4 รวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่
opensearch_id
primary_black_case_no
พ4780/2550
primary_red_case_no
พ4752/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000428.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พณ.12/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555