คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5442/2554 ฉบับเต็ม

#518453
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5442/2554 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โจทก์ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เจ้าหนี้ นางสาวธีนุรัตน์หรือบวรลักษณ์ แซ่ลี้ จำเลย พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 (1) ป.พ.พ. มาตรา 193/17 ป.วิ.พ. มาตรา 289 ในการที่ จ. กู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้โดยลูกหนี้ได้จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้เป็นประกันหนี้ โดยมีข้อตกลงว่าหากบังคับทรัพย์จำนองไม่พอชำระหนี้ ลูกหนี้ยอมรับผิดชำระหนี้ส่วนที่ขาดจนครบถ้วนนั้น เมื่อลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัดไม่ชำระหนี้ โดยชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2539 เจ้าหนี้ชอบที่จะฟ้องร้องหรือขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายภายในกำหนดระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันผิดนัดดังกล่าว หากเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการก็ถือว่ามูลหนี้ประธานขาดอายุความ ส่วนที่เจ้าหนี้นำมูลหนี้กู้ยืมและจำนองไปฟ้อง จ. และลูกหนี้เป็นคดีแพ่ง ต่อมาเจ้าหนี้ได้ถอนฟ้องในส่วนของลูกหนี้ และศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีส่วนลูกหนี้ออกจากสารบบความ การฟ้องคดีดังกล่าวจึงไม่ได้ทำให้อายุความในมูลหนี้ที่ลูกหนี้ต้องรับผิดสะดุดหยุดลง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/17 เมื่อเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 จึงเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี นับแต่วันผิดนัด หนี้รายนี้จึงขาดอายุความไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้ ตามพ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 (1) ส่วนการที่เจ้าหนี้ได้นำมูลหนี้จำนองไปยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิในคดีแพ่ง และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามขอ ก็เป็นผลให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิผู้รับจำนอง และเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าหนี้ย่อมนำมูลหนี้บุริมสิทธิดังกล่าวมาขอรับชำระหนี้ได้ แต่หาได้เกี่ยวพันกับหนี้ส่วนที่ขาดอันเป็นหนี้สามัญด้วยแต่อย่างใดไม่ ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาด เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2549 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ คดีหมายเลขแดงที่ ย.884/2544 จำนวน 7,874,699.71 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว เห็นว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองในที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง แต่เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ส่วนที่ขาดเนื่องจากสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้กู้ยืมขาดอายุความ จึงเห็นควรให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107 (1) โดยไม่ตัดสิทธิของเจ้าหนี้ในการบังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์หลักประกัน ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า นายจรวยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้เป็นเงิน 3,000,000 บาท เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ ลูกหนี้ได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจำนองประกันหนี้ในวงเงิน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย โดยมีข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองว่า หากว่ามีการบังคับยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ ลูกหนี้ยอมรับผิดชำระหนี้ส่วนที่ขาดจนครบถ้วน ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัด หมงกลการในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ 16650/2536 ได้นำยึดทรัพย์หลักประกันของลูกหนี้ เจ้าหนี้จึงยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นในที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ในวงเงิน 3,299,919.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 2,977,247.73 บาท นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนในมูลหนี้กู้ยืม หลังจากนายจรวยรับเงินตามสัญญากู้ยืมแล้ว ปรากฏว่านายจรวยไม่ปฏิบัติตามสัญญาโดยชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2539 เจ้าหนี้จึงนำมูลหนี้กู้ยืมจำนองไปฟ้องนายจรวยและลูกหนี้ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เป็นคดีหมายเลขดำที่ ย.5622/2542 ระหว่างพิจารณา ลูกหนี้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่าคำฟ้องของเจ้าหนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 16650/2536 ซึ่งเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จำนองไว้ เจ้าหนี้จึงได้ถอนฟ้องลูกหนี้ในคดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2544 ให้นายจรวยชำระหนี้เงินกู้ และเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดในคดีนี้ เจ้าหนี้จึงมายื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 มีปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในส่วนที่ขาดจากการบังคับจำนองหรือไม่ เห็นว่า ในการที่นายจรวยกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้โดยลูกหนี้ได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้ประกันหนี้ โดยมีข้อตกลงว่า หากบังคับทรัพย์จำนองไม่พอชำระหนี้ ลูกหนี้ยอมรับผิดชำระหนี้ส่วนที่ขาดจนครบถ้วน เมื่อลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัดไม่ชำระหนี้ โดยชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2539 เจ้าหนี้ชอบที่จะฟ้องร้องหรือขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายภายในกำหนดระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันผิดนัด หากเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการก็ถือว่ามูลหนี้ประธานขาดอายุความ ส่วนที่เจ้าหนี้นำมูลหนี้กู้ยืมและจำนองไปฟ้องนายจรวยและลูกหนี้เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ย.5622/2542 ต่อมาเจ้าหนี้ได้ถอนฟ้องในส่วนของลูกหนี้ และศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีส่วนลูกหนี้ออกจากสารบบความ เช่นนี้ การฟ้องคดีจึงไม่ได้ทำให้อายุความในมูลหนี้ที่ลูกหนี้ต้องรับผิดสะดุดหยุดลงแต่อย่างใด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 เมื่อเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 จึงเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี นับแต่วันผิดนัด หนี้รายนี้จึงขาดอายุความ ไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 (1) ส่วนการที่เจ้าหนี้ได้นำมูลหนี้จำนองไปยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 16650/2536 ของศาลแพ่ง และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามขอ ก็เป็นผลให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิผู้รับจำนอง และเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าหนี้ย่อมนำมูลหนี้บุริมสิทธิมาขอรับชำระหนี้ได้ แต่หาได้เกี่ยวพันกับหนี้ส่วนที่ขาดอันเป็นหนี้สามัญด้วยแต่อย่างใดไม่ เช่นนี้ การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในการบังคับจำนองจากที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และให้ยกคำขอรับชำระหนี้ในเงินส่วนที่ขาดจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ (ณรงค์พล ทองจีน-สมศักดิ์ จันทรา-วีระพล ตั้งสุวรรณ) ศาลล้มละลายกลาง - นายธิติสันต์ ธัญญสิริ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก ล้มละลาย หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ล.473/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ล1970/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ล5019/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
518453
courts
[
    {
        "court": "ศาลล้มละลายกลาง",
        "judge": "นายธิติสันต์ ธัญญสิริ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081990025"
    }
}
date
2554
deka_no
5442/2554
deka_running_no
5442
deka_year
2554
department
ล้มละลาย
judges
[
    "ณรงค์พล ทองจีน",
    "สมศักดิ์ จันทรา",
    "วีระพล ตั้งสุวรรณ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483",
        "sections": [
            "ม. 94 (1)"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 193/17"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 289"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "เจ้าหนี้",
        "name": "ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางสาวธีนุรัตน์หรือบวรลักษณ์ แซ่ลี้"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้ (จำเลย) เด็ดขาด เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2549

เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ในมูลหนี้ตามคำพิพากษาของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ คดีหมายเลขแดงที่ ย.884/2544 จำนวน 7,874,699.71 บาท จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) จากการขายทอดตลาดที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 104 แล้ว ไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้รายนี้

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้ว เห็นว่า เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้จำนองในที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง แต่เจ้าหนี้ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ส่วนที่ขาดเนื่องจากสิทธิเรียกร้องในมูลหนี้กู้ยืมขาดอายุความ จึงเห็นควรให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของเจ้าหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107 (1) โดยไม่ตัดสิทธิของเจ้าหนี้ในการบังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์หลักประกัน

ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้ยกคำขอรับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

เจ้าหนี้อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาแผนกคดีล้มละลายวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังยุติว่า นายจรวยได้ทำสัญญากู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้เป็นเงิน 3,000,000 บาท เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เงินกู้ ลูกหนี้ได้นำที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจำนองประกันหนี้ในวงเงิน 3,000,000 บาท พร้อมดอกเบี้ย โดยมีข้อตกลงต่อท้ายสัญญาจำนองว่า หากว่ามีการบังคับยึดทรัพย์จำนองออกขายทอดตลาดแล้วได้เงินไม่พอชำระหนี้ ลูกหนี้ยอมรับผิดชำระหนี้ส่วนที่ขาดจนครบถ้วน ต่อมาห้างหุ้นส่วนจำกัด หมงกลการในฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีของศาลแพ่งหมายเลขแดงที่ 16650/2536 ได้นำยึดทรัพย์หลักประกันของลูกหนี้ เจ้าหนี้จึงยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 289 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ได้รับชำระหนี้จำนองก่อนเจ้าหนี้อื่นในที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ในวงเงิน 3,299,919.89 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 2,977,247.73 บาท นับแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2539 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ส่วนในมูลหนี้กู้ยืม หลังจากนายจรวยรับเงินตามสัญญากู้ยืมแล้ว ปรากฏว่านายจรวยไม่ปฏิบัติตามสัญญาโดยชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2539 เจ้าหนี้จึงนำมูลหนี้กู้ยืมจำนองไปฟ้องนายจรวยและลูกหนี้ต่อศาลแพ่งกรุงเทพใต้เป็นคดีหมายเลขดำที่ ย.5622/2542 ระหว่างพิจารณา ลูกหนี้ยื่นคำให้การต่อสู้คดีว่าคำฟ้องของเจ้าหนี้เป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 16650/2536 ซึ่งเจ้าหนี้ได้ยื่นคำขอรับชำระหนี้จำนองไว้ เจ้าหนี้จึงได้ถอนฟ้องลูกหนี้ในคดีของศาลแพ่งกรุงเทพใต้และศาลมีคำสั่งอนุญาต ต่อมาศาลแพ่งกรุงเทพใต้มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2544 ให้นายจรวยชำระหนี้เงินกู้ และเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดในคดีนี้ เจ้าหนี้จึงมายื่นคำขอรับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของลูกหนี้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 96 (3) ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 มีปัญหาวินิจฉัยในชั้นนี้ว่า เจ้าหนี้มีสิทธิขอรับชำระหนี้ในส่วนที่ขาดจากการบังคับจำนองหรือไม่ เห็นว่า ในการที่นายจรวยกู้ยืมเงินจากเจ้าหนี้โดยลูกหนี้ได้จำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้ประกันหนี้ โดยมีข้อตกลงว่า หากบังคับทรัพย์จำนองไม่พอชำระหนี้ ลูกหนี้ยอมรับผิดชำระหนี้ส่วนที่ขาดจนครบถ้วน เมื่อลูกหนี้ชั้นต้นผิดนัดไม่ชำระหนี้ โดยชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2539 เจ้าหนี้ชอบที่จะฟ้องร้องหรือขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลายภายในกำหนดระยะเวลา 10 ปี นับแต่วันผิดนัด หากเจ้าหนี้ไม่ดำเนินการก็ถือว่ามูลหนี้ประธานขาดอายุความ ส่วนที่เจ้าหนี้นำมูลหนี้กู้ยืมและจำนองไปฟ้องนายจรวยและลูกหนี้เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ย.5622/2542 ต่อมาเจ้าหนี้ได้ถอนฟ้องในส่วนของลูกหนี้ และศาลมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีส่วนลูกหนี้ออกจากสารบบความ เช่นนี้ การฟ้องคดีจึงไม่ได้ทำให้อายุความในมูลหนี้ที่ลูกหนี้ต้องรับผิดสะดุดหยุดลงแต่อย่างใด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 193/17 เมื่อเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2550 จึงเป็นเวลาเกินกว่า 10 ปี นับแต่วันผิดนัด หนี้รายนี้จึงขาดอายุความ ไม่อาจขอรับชำระหนี้ได้ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 94 (1) ส่วนการที่เจ้าหนี้ได้นำมูลหนี้จำนองไปยื่นคำร้องขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 16650/2536 ของศาลแพ่ง และศาลมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามขอ ก็เป็นผลให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในฐานะเจ้าหนี้บุริมสิทธิผู้รับจำนอง และเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของลูกหนี้เด็ดขาดแล้ว เจ้าหนี้ย่อมนำมูลหนี้บุริมสิทธิมาขอรับชำระหนี้ได้ แต่หาได้เกี่ยวพันกับหนี้ส่วนที่ขาดอันเป็นหนี้สามัญด้วยแต่อย่างใดไม่ เช่นนี้ การที่ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งให้เจ้าหนี้มีสิทธิได้รับชำระหนี้ในการบังคับจำนองจากที่ดินโฉนดเลขที่ 50104 ตำบลสามเสนใน (บางซื่อฝั่งใต้) อำเภอดุสิต (บางซื่อ) กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้าง และให้ยกคำขอรับชำระหนี้ในเงินส่วนที่ขาดจึงชอบแล้ว อุทธรณ์ของเจ้าหนี้ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ล1970/2549
primary_red_case_no
ล5019/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000446.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ล.473/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554