คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10978/2554 ฉบับเต็ม

#518456
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10978/2554 พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นายสุวรรณ์ แก้วศรี จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 192 วรรคสาม, มาตรา 195 ป.อ. มาตรา 335 (1), มาตรา 335 (7), มาตรา 335 วรรคสอง โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรฐานใดฐานหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจร ต้องถือว่าศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยเต็มตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว โจทก์ย่อมไม่อาจฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ เพื่อให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์ได้อีก ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 93, 335, 357 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ที่หายไปเป็นเงิน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหาย และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำคุก 3 ปี เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 เป็นจำคุก 4 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ที่หายไปเป็นเงิน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ข้อหาอื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี ยกคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ที่หายไป เป็นเงิน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหาย กับคำขอให้เพิ่มโทษ และยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง มีคนร้ายลักรถยนต์แทรกเตอร์ หมายเลขทะเบียน ต - 2191 พิจิตร ของนายวิทยา ผู้เสียหาย ต่อมาวันที่ 20 พฤษภาคม 2547 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมรถยนต์แทรกเตอร์ของผู้เสียหายอยู่ในความครอบครองของจำเลยยึดไว้เป็นของกลาง ตามบัญชีของกลางคดีอาญา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรฐานใดฐานหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจร ต้องถือว่าศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยเต็มตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว โจทก์ร่วมไม่อาจฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 เพื่อให้ลงโทษจำเลยเป็นอย่างอื่นได้อีก ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อไปว่า เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ได้หรือไม่ เห็นว่า ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 มาตรา 4 ที่บัญญัติให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับโดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้น ๆ ดังนั้น เมื่อความผิดที่โจทก์อาศัยเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษ จำเลยได้ต้องโทษและพ้นโทษแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ จำเลยย่อมได้รับประโยชน์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายว่า จำเลยต้องคืนหรือใช้ราคาอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ที่หายไปเป็นเงิน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์ฟังได้ว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมรถยนต์แทรกเตอร์ของผู้เสียหายอยู่ในความครอบครองของจำเลย แต่ผาลดันหน้าและผาลท้ายซึ่งเป็นอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ของผู้เสียหายหายไป นั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงในคดีว่าจำเลยเป็นผู้ทำให้รถยนต์แทรกเตอร์ของผู้เสียหายตกอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ โดยถอดผาลดันหน้าและผาลท้ายซึ่งเป็นอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ออกไป การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ยกคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ที่หายไปเป็นเงิน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหาย นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (กษิดิ์เดช จีนสลุต-ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน-ไสลเกษ วัฒนพันธุ์) ศาลจังหวัดพิจิตร - นายธีรวัฒน์ ปราบไกรสีห์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายสมชาย ธารณธรรม แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.1840/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1975/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1558/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
518456
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพิจิตร",
        "judge": "นายธีรวัฒน์ ปราบไกรสีห์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายสมชาย ธารณธรรม"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988486"
    }
}
date
2554
deka_no
10978/2554
deka_running_no
10978
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "กษิดิ์เดช จีนสลุต",
    "ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน",
    "ไสลเกษ วัฒนพันธุ์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 192 วรรคสาม",
            "ม. 195"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 335 (1)",
            "ม. 335 (7)",
            "ม. 335 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุวรรณ์ แก้วศรี"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 93, 335, 357 ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ที่หายไปเป็นเงิน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหาย และเพิ่มโทษจำเลยตามกฎหมาย

จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีที่โจทก์ขอให้เพิ่มโทษ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 จำคุก 3 ปี เพิ่มโทษจำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 เป็นจำคุก 4 ปี 6 เดือน ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ที่หายไปเป็นเงิน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหาย ข้อหาอื่นให้ยก

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 วรรคแรก จำคุก 3 ปี ยกคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ที่หายไป เป็นเงิน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหาย กับคำขอให้เพิ่มโทษ และยกฟ้องข้อหาลักทรัพย์

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในเบื้องต้นว่า ตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุดังฟ้อง มีคนร้ายลักรถยนต์แทรกเตอร์ หมายเลขทะเบียน ต - 2191 พิจิตร ของนายวิทยา ผู้เสียหาย ต่อมาวันที่ 20 พฤษภาคม 2547 เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมรถยนต์แทรกเตอร์ของผู้เสียหายอยู่ในความครอบครองของจำเลยยึดไว้เป็นของกลาง ตามบัญชีของกลางคดีอาญา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า จำเลยกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรฐานใดฐานหนึ่ง เมื่อปรากฏว่าศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจร ต้องถือว่าศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยเต็มตามความประสงค์ของโจทก์แล้ว โจทก์ร่วมไม่อาจฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 6 เพื่อให้ลงโทษจำเลยเป็นอย่างอื่นได้อีก ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อไปว่า เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 93 ได้หรือไม่ เห็นว่า ในระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ภาค 6 มีพระราชบัญญัติล้างมลทินในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมีพระชนมพรรษา 80 พรรษา พ.ศ.2550 มาตรา 4 ที่บัญญัติให้ล้างมลทินให้แก่บรรดาผู้ต้องโทษในกรณีความผิดต่างๆ ซึ่งได้กระทำก่อนหรือในวันที่ 5 ธันวาคม 2550 และได้พ้นโทษไปแล้วก่อนหรือในวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับโดยให้ถือว่าผู้นั้นมิได้เคยถูกลงโทษในกรณีความผิดนั้น ๆ ดังนั้น เมื่อความผิดที่โจทก์อาศัยเป็นเหตุขอให้เพิ่มโทษ จำเลยได้ต้องโทษและพ้นโทษแล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับ จำเลยย่อมได้รับประโยชน์ตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงเพิ่มโทษจำเลยไม่ได้ ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการสุดท้ายว่า จำเลยต้องคืนหรือใช้ราคาอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ที่หายไปเป็นเงิน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหายหรือไม่ เห็นว่า ตามทางนำสืบของโจทก์ฟังได้ว่า เจ้าพนักงานตำรวจจับจำเลยได้พร้อมรถยนต์แทรกเตอร์ของผู้เสียหายอยู่ในความครอบครองของจำเลย แต่ผาลดันหน้าและผาลท้ายซึ่งเป็นอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ของผู้เสียหายหายไป นั้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงในคดีว่าจำเลยเป็นผู้ทำให้รถยนต์แทรกเตอร์ของผู้เสียหายตกอยู่ในสภาพไม่สมบูรณ์ โดยถอดผาลดันหน้าและผาลท้ายซึ่งเป็นอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ออกไป การที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ยกคำขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาอุปกรณ์รถยนต์แทรกเตอร์ที่หายไปเป็นเงิน 55,000 บาท แก่ผู้เสียหาย นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ก็ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1975/2547
primary_red_case_no
อ1558/2548
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000433.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.1840/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554