คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11617/2554 ฉบับเต็ม

#518467
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11617/2554 พนักงานอัยการคดีศาลแขวงลพบุรี โจทก์ จ่าสิบตำรวจอนุวัฒน์ ตั้งสถิตพร จำเลย พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12 ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 โดยได้บรรยายฟ้องถึงการกระทำความผิดของจำเลยไว้อย่างชัดแจ้งแล้วว่าจำเลยบังอาจเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ โดยจำเลยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ รับพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12 ซึ่งครบองค์ประกอบความผิดตามมาตราที่ขอให้ลงโทษจำเลยแล้ว ส่วนฟุตบอลที่มีการแข่งขันกันในวันที่เท่าใดมิใช่องค์ประกอบความผิดที่โจทก์จะต้องกล่าวมาในฟ้อง เป็นเพียงรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ___________________________ โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 6, 10 และ 12 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และ 91 และริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12 (2) ประกอบมาตรา 4 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 18 เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยรวม 2 กระทง กระทงละ 4 เดือน เป็นจำคุก 8 เดือน เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาชั้นต้น จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า คำฟ้องโจทก์เป็นการบรรยายฟ้องที่ขัดต่อสภาพและลักษณะการกระทำความผิดฐานเล่นการพนันจึงเป็นคำฟ้องที่เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่โต้แย้งว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จำเลยก็ฏีกาโต้แย้งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 แต่ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2479 โดยได้บรรยายฟ้องถึงการกระทำความผิดของจำเลยไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าจำเลยบังอาจเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ โดยจำเลยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ รับพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนันดังกล่าว มาตรา 12 ซึ่งครบองค์ประกอบความผิดตามมาตราที่ขอให้ลงโทษจำเลยแล้ว ส่วนฟุตบอลที่มีการแข่งขันจะแข่งขันกันในวันที่เท่าใดมิใช่องค์ประกอบความผิดที่โจทก์จะต้องกล่าวมาในฟ้อง เป็นเพียงรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พยานหลักฐานของโจทก์มีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นเจ้าของสมุดบันทึกการรับแทงพนันทายผลฟุตบอลและเล่นพนันทายผลฟุตบอลโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้อันเป็นการกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสอง สำหรับสมุดบันทึกการรับแทงพนันทายผลฟุตบอลของกลางตามคำเบิกความของนายสมศักดิ์ พยานจำเลยมีรายการพนันทายผลฟุตบอลจึงเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด สมควรริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 (1) ส่วนของกลางอื่นนอกนั้นตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด จึงไม่ริบ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น พิพากษากลับเป็นว่า ให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบสมุดบันทึกการรับแทงพนันทายผลฟุตบอลของกลาง ของกลางอื่นให้คืนเจ้าของ (กรองเกียรติ คมสัน-ศุภชัย สมเจริญ-โสภณ โรจน์อนนท์) ศาลแขวงลพบุรี - นายธงไชย จิรเดชพิทักษ์ ศาลอุทธรณ์ - นางปดารณี ลัดพลี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4420/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ922/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ1644/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
518467
courts
[
    {
        "court": "ศาลแขวงลพบุรี",
        "judge": "นายธงไชย จิรเดชพิทักษ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางปดารณี ลัดพลี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988266"
    }
}
date
2554
deka_no
11617/2554
deka_running_no
11617
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "กรองเกียรติ คมสัน",
    "ศุภชัย สมเจริญ",
    "โสภณ โรจน์อนนท์"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478",
        "sections": [
            "ม. 12"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการคดีศาลแขวงลพบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "จ่าสิบตำรวจอนุวัฒน์ ตั้งสถิตพร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 4, 4 ทวิ, 5, 6, 10 และ 12 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 และ 91 และริบของกลาง

จำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 มาตรา 12 (2) ประกอบมาตรา 4 ทวิ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 2 กระทง เป็นจำคุก 2 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้หนึ่งในสี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 18 เดือน ริบของกลาง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลยรวม 2 กระทง กระทงละ 4 เดือน เป็นจำคุก 8 เดือน เมื่อลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาชั้นต้น

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยประการแรกว่า คำฟ้องโจทก์เป็นการบรรยายฟ้องที่ขัดต่อสภาพและลักษณะการกระทำความผิดฐานเล่นการพนันจึงเป็นคำฟ้องที่เคลือบคลุมหรือไม่ เห็นว่า ปัญหาตามฎีกาของจำเลยที่โต้แย้งว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น เป็นปัญหาที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จะไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ จำเลยก็ฏีกาโต้แย้งได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 ประกอบด้วยมาตรา 225 แต่ตามคำฟ้องของโจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2479 โดยได้บรรยายฟ้องถึงการกระทำความผิดของจำเลยไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าจำเลยบังอาจเล่นการพนันทายผลฟุตบอลต่างประเทศ โดยจำเลยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ รับพนันเอาทรัพย์สินโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีคำขอท้ายฟ้องให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติการพนันดังกล่าว มาตรา 12 ซึ่งครบองค์ประกอบความผิดตามมาตราที่ขอให้ลงโทษจำเลยแล้ว ส่วนฟุตบอลที่มีการแข่งขันจะแข่งขันกันในวันที่เท่าใดมิใช่องค์ประกอบความผิดที่โจทก์จะต้องกล่าวมาในฟ้อง เป็นเพียงรายละเอียดที่โจทก์สามารถนำสืบได้ในชั้นพิจารณา ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังไม่ขึ้น

พยานหลักฐานของโจทก์มีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยเป็นเจ้าของสมุดบันทึกการรับแทงพนันทายผลฟุตบอลและเล่นพนันทายผลฟุตบอลโดยเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้อันเป็นการกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 227 วรรคสอง สำหรับสมุดบันทึกการรับแทงพนันทายผลฟุตบอลของกลางตามคำเบิกความของนายสมศักดิ์ พยานจำเลยมีรายการพนันทายผลฟุตบอลจึงเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด สมควรริบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 33 (1) ส่วนของกลางอื่นนอกนั้นตามทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด จึงไม่ริบ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาลงโทษจำเลยนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยข้อนี้ฟังขึ้น

พิพากษากลับเป็นว่า ให้ยกฟ้อง แต่ให้ริบสมุดบันทึกการรับแทงพนันทายผลฟุตบอลของกลาง ของกลางอื่นให้คืนเจ้าของ
opensearch_id
primary_black_case_no
อ922/2549
primary_red_case_no
อ1644/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000431.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4420/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554