คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9907/2554 ฉบับเต็ม

#518469
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 9907/2554 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นางสาวสุรีรัตน์ พิณเมืองทอง ผู้ร้อง นายสำฤทธิ์ วิยะกัน กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสาม คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จ่ายเงินรางวัลแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ เป็นคำสั่งตามบทบัญญัติแห่ง ป.วิ.อ. มาตรา 173 วรรคสาม จึงเป็นคำสั่งในทางคดี ซึ่งบัญญัติให้ศาลเป็นผู้จ่ายเงินรางวัลตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนด ซึ่งตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ผู้ต้องหาหรือจำเลย ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 173 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 ข้อ 5 และข้อ 6 นั้น กำหนดให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้กำหนดเงินรางวัลให้ทนายความ เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้วหรือเมื่อทนายความได้ปฏิบัติหน้าที่เสร็จแล้ว ในกรณีที่มีการดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกายังให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งจ่ายเงินรางวัลเพิ่มเติมการดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาให้ทนายความตามที่เห็นสมควร เมื่อปรากฏว่าศาลชั้นต้นกำหนดเงินรางวัลทนายความในคดีนี้ให้ผู้ร้องตามอัตราที่ระเบียบกำหนดไว้แล้ว การที่ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งว่าศาลชั้นต้นกำหนดเงินรางวัลให้ผู้ร้องไม่เหมาะสมแก่หน้าที่ ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 กำหนดเงินรางวัลให้ใหม่นั้น ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ย่อมไม่อาจกำหนดเงินรางวัลให้ผู้ร้องได้ เพราะเป็นหน้าที่โดยเฉพาะของศาลชั้นต้นตามระเบียบดังกล่าว ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองขอให้ศาลตั้งทนายความให้ ศาลชั้นต้นจึงขอแรงให้ผู้ร้องเป็นทนายความให้แก่จำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 วรรคสาม และข้อบังคับว่าด้วยมรรยาทความตามหนังสือขอแรงทนาย ฉบับลงวันที่ 3 เมษายน 2549 ซึ่งผู้ร้องก็ได้เข้ามาเป็นทนายความให้แก่จำเลยทั้งสองตามใบแต่งทนายความ ฉบับลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2549 รวม 2 ฉบับ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ผู้ร้องได้มายื่นคำร้องขอเบิกเงินรางวัลที่ให้แก่ทนายความที่ศาลตั้งให้จำเลย ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ผู้ต้องหาหรือจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 ศาลชั้นต้นสั่งจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ร้องจำนวน 4,000 บาท ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ยกอุทธรณ์ ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นว่ากำหนดเงินรางวัลให้ผู้ร้องไม่เหมาะสมแก่หน้าที่ ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 กำหนดเงินรางวัลให้ใหม่ได้หรือไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่า ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ เป็นการวางระเบียบเพื่อให้ศาลชั้นต้นใช้เป็นแนวทางในการประกอบการพิจารณากำหนดเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 วรรคสาม มิใช่เพื่อให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้สั่งในทางธุรการ และไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นที่สุด ผู้ร้องจึงอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้นั้น เห็นว่า เนื่องจากคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จ่ายเงินรางวัลแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ดังกล่าวนี้ เป็นคำสั่งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 วรรคสาม จึงเป็นคำสั่งในทางคดี ซึ่งบัญญัติให้ศาลเป็นผู้จ่ายเงินรางวัลตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดและตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ผู้ต้องหาหรือจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 ข้อ 5 และข้อ 6 กำหนดให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้กำหนดเงินรางวัลให้ทนายความเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว หรือเมื่อทนายความได้ปฏิบัติหน้าที่เสร็จแล้ว ในกรณีที่มีการดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาก็ยังให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งจ่ายเงินรางวัลเพิ่มเติมสำหรับการดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาให้ทนายความได้ตามที่เห็นสมควร ดังนี้ จึงเห็นได้ว่าตามระเบียบกำหนดให้เฉพาะศาลชั้นต้นเป็นผู้มีหน้าที่กำหนดเงินรางวัลให้ทนายความทั้งในการปฏิบัติหน้าที่ในศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์และศาลฎีกา ไม่ได้กำหนดให้ศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีหน้าที่ในการกำหนดเงินรางวัลให้ทนายความแต่อย่างใด เมื่อปรากฎว่า ศาลชั้นต้นได้กำหนดเงินรางวัลทนายความในคดีนี้ให้แก่ผู้ร้องตามอัตราที่ระเบียบกำหนดไว้แล้ว การที่ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งว่าศาลชั้นต้นกำหนดเงินรางวัลให้ผู้ร้องไม่เหมาะสมแก่หน้าที่ ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 กำหนดเงินรางวัลให้ใหม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ย่อมไม่อาจกำหนดเงินรางวัลให้ผู้ร้องได้ เพราะเป็นหน้าที่โดยเฉพาะของศาลชั้นต้นตามระเบียบดังกล่าว เมื่อศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งไปโดยมิชอบด้วยระเบียบหรือกฎหมาย ข้ออุทธรณ์ของผู้ร้องจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลตามคำสั่งของศาลชั้นต้นได้ จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ยกอุทธรณ์ของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน (นิยุต สุภัทรพาหิรผล-ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล-วิรุฬห์ แสงเทียน) ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นางสาวรุ่งนภา ฉันทวัตวงศ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายพันธาวุธ ปาณิกบุตร แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4716/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ851/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2915/2550 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
518469
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดกำแพงเพชร",
        "judge": "นางสาวรุ่งนภา ฉันทวัตวงศ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 6",
        "judge": "นายพันธาวุธ ปาณิกบุตร"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988616"
    }
}
date
2554
deka_no
9907/2554
deka_running_no
9907
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 173 วรรคสาม"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นางสาวสุรีรัตน์ พิณเมืองทอง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสำฤทธิ์ วิยะกัน กับพวก"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากจำเลยทั้งสองขอให้ศาลตั้งทนายความให้ ศาลชั้นต้นจึงขอแรงให้ผู้ร้องเป็นทนายความให้แก่จำเลยทั้งสอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 วรรคสาม และข้อบังคับว่าด้วยมรรยาทความตามหนังสือขอแรงทนาย ฉบับลงวันที่ 3 เมษายน 2549 ซึ่งผู้ร้องก็ได้เข้ามาเป็นทนายความให้แก่จำเลยทั้งสองตามใบแต่งทนายความ ฉบับลงวันที่ 1 พฤษภาคม 2549 รวม 2 ฉบับ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว ผู้ร้องได้มายื่นคำร้องขอเบิกเงินรางวัลที่ให้แก่ทนายความที่ศาลตั้งให้จำเลย ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ผู้ต้องหาหรือจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 ศาลชั้นต้นสั่งจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้ร้องจำนวน 4,000 บาท

ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่ง

ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ยกอุทธรณ์

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาข้อกฎหมายวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นว่ากำหนดเงินรางวัลให้ผู้ร้องไม่เหมาะสมแก่หน้าที่ ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 กำหนดเงินรางวัลให้ใหม่ได้หรือไม่ ที่ผู้ร้องฎีกาว่า ตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ เป็นการวางระเบียบเพื่อให้ศาลชั้นต้นใช้เป็นแนวทางในการประกอบการพิจารณากำหนดเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้แก่จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 วรรคสาม มิใช่เพื่อให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้สั่งในทางธุรการ และไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้คำสั่งของศาลชั้นต้นเป็นที่สุด ผู้ร้องจึงอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวได้นั้น เห็นว่า เนื่องจากคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้จ่ายเงินรางวัลแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ดังกล่าวนี้ เป็นคำสั่งตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 วรรคสาม จึงเป็นคำสั่งในทางคดี ซึ่งบัญญัติให้ศาลเป็นผู้จ่ายเงินรางวัลตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมกำหนดและตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการจ่ายเงินรางวัลและค่าใช้จ่ายแก่ทนายความที่ศาลตั้งให้ผู้ต้องหาหรือจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2550 ข้อ 5 และข้อ 6 กำหนดให้ศาลชั้นต้นเป็นผู้กำหนดเงินรางวัลให้ทนายความเมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาหรือคำสั่งแล้ว หรือเมื่อทนายความได้ปฏิบัติหน้าที่เสร็จแล้ว ในกรณีที่มีการดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาก็ยังให้ศาลชั้นต้นมีอำนาจสั่งจ่ายเงินรางวัลเพิ่มเติมสำหรับการดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์หรือฎีกาให้ทนายความได้ตามที่เห็นสมควร ดังนี้ จึงเห็นได้ว่าตามระเบียบกำหนดให้เฉพาะศาลชั้นต้นเป็นผู้มีหน้าที่กำหนดเงินรางวัลให้ทนายความทั้งในการปฏิบัติหน้าที่ในศาลชั้นต้น ศาลชั้นอุทธรณ์และศาลฎีกา ไม่ได้กำหนดให้ศาลชั้นอุทธรณ์หรือศาลฎีกามีหน้าที่ในการกำหนดเงินรางวัลให้ทนายความแต่อย่างใด เมื่อปรากฎว่า ศาลชั้นต้นได้กำหนดเงินรางวัลทนายความในคดีนี้ให้แก่ผู้ร้องตามอัตราที่ระเบียบกำหนดไว้แล้ว การที่ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งว่าศาลชั้นต้นกำหนดเงินรางวัลให้ผู้ร้องไม่เหมาะสมแก่หน้าที่ ขอให้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 กำหนดเงินรางวัลให้ใหม่ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ย่อมไม่อาจกำหนดเงินรางวัลให้ผู้ร้องได้ เพราะเป็นหน้าที่โดยเฉพาะของศาลชั้นต้นตามระเบียบดังกล่าว เมื่อศาลชั้นต้นมิได้มีคำสั่งไปโดยมิชอบด้วยระเบียบหรือกฎหมาย ข้ออุทธรณ์ของผู้ร้องจึงไม่อาจเปลี่ยนแปลงผลตามคำสั่งของศาลชั้นต้นได้ จึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ยกอุทธรณ์ของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของผู้ร้องฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ851/2549
primary_red_case_no
อ2915/2550
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000434.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4716/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554