คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 27 -ที่ 28/2554 ฉบับเต็ม

#519986
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 27 - 28/2554 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 3 สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางอะซะมา แสนลี่ จำเลย พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 4, มาตรา 9, มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มีเงื่อนไขสำคัญคือ หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องในคดีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยรายนั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและคดีถึงที่สุดเสียแล้ว พนักงานอัยการก็ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเช่นว่าตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ส่วนอำนาจของพนักงานอัยการในการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นตกเป็นของแผ่นดินตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 นั้น เมื่อศาลทำการไต่สวนคำร้องของพนักงานอัยการแล้ว หากศาลเชื่อว่าทรัพย์สินตามคำร้องเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่น ศาลก็มีอำนาจสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินได้ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 49 วรรคหนึ่ง และมาตรา 51 วรรคหนึ่ง โดยมิพักต้องพิจารณาว่าบุคคลผู้เป็นเจ้าของหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นหรือไม่ ___________________________ คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งรวมกัน โดยเรียกผู้ร้องทั้งสองสำนวนว่า ผู้ร้อง และเรียกผู้คัดค้านทั้งสองสำนวนว่า ผู้คัดค้าน ผู้ร้องยื่นคำร้องทั้งสองสำนวนเป็นใจความว่า ทรัพย์สินทั้ง 11 รายการของผู้คัดค้าน เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนและประกาศตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านทั้งสองสำนวน ขอให้ยกคำร้อง และคืนทรัพย์สินทุกรายการให้แก่ผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้รถยนต์หมายเลขทะเบียน กท 3362 เชียงใหม่ รถยนต์หมายเลขทะเบียน 5 ท-1964 เชียงใหม่ ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 25674 และเลขที่ 25918 ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินในบัญชีเงินฝากของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาฝาง บัญชีเลขที่ 682 - 1 - 01302 - 0 จำนวน 15,110.87 บาท เงินในบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาฝาง บัญชีเลขที่ 532 - 0 - 11843 - 4 (ที่ถูกเป็นบัญชีเลขที่ 532 - 1 - 11843 - 4) จำนวน 13,487.72 บาท เงินในบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาฝาง บัญชีเลขที่ 374 - 0 - 47201 - 8 จำนวน 13,735.40 บาท บัญชีเลขที่ 374 - 0 - 44285 - 4 จำนวน 2,998.60 บาท บัญชีเลขที่ 374 - 2 - 13851 - 8 จำนวน 30,175.29 บาท บัญชีเลขที่ 374 - 2 - 12742 - 0 จำนวน 43,153.29 บาท และบัญชีเลขที่ 274 - 3 - 02082 - 2 (น่าจะเป็น 374 - 3 - 02082 - 2 ) จำนวน 37,160 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของผู้คัดค้านว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 11 รายการ ตามสำเนาบัญชีทรัพย์สิน และสำเนาบัญชีทรัพย์สินของผู้ร้องในสำนวนหลัง ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ผู้คัดค้านฎีกาว่า เมื่อศาลจังหวัดฝางมีคำสั่งยกคำร้องในคดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินจำนวน 13 รายการที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มีคำสั่งยึดหรืออายัดเสียแล้ว ผู้ร้องย่อมไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 11 รายการ ตามสำเนาบัญชีทรัพย์สิน และสำเนาบัญชีทรัพย์สินของผู้ร้องในสำนวนหลัง ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ได้อีก เพราะเป็นคำร้องซ้ำ ซึ่งปัญหาข้อนี้แม้ผู้คัดค้านมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ แต่เนื่องจากเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง พิจารณาข้อฎีกาของผู้คัดค้านแล้ว เห็นว่า อำนาจของพนักงานอัยการในการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินของผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใดเพราะเหตุเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มีเงื่อนไขสำคัญคือ หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องในคดีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยรายนั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและคดีถึงที่สุดเสียแล้ว พนักงานอัยการก็ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเช่นว่า ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ส่วนอำนาจของพนักงานอัยการในการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 นั้น เมื่อศาลทำการไต่สวนคำร้องของพนักงานอัยการแล้ว หากศาลเชื่อว่าทรัพย์สินตามคำร้องเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่น ศาลก็มีอำนาจสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินได้ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 49 วรรคหนึ่ง และมาตรา 51 วรรคหนึ่ง โดยมิพักต้องพิจารณาว่าบุคคลผู้เป็นเจ้าของหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นหรือไม่ จึงเห็นได้ว่า เงื่อนไขแห่งอำนาจในการยื่นคำร้องของพนักงานอัยการในกรณีขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินของผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใดเพราะเหตุเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 แตกต่างจากกรณีขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กล่าวคือกรณีการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินของผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใดเพราะเหตุเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องในคดีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยรายนั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและคดีถึงที่สุดเสียแล้ว พนักงานอัยการย่อมไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเช่นว่า ส่วนกรณีการยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 นั้น พนักงานอัยการมีอำนาจยื่นคำร้องได้โดยมิพักต้องพิจารณาว่าบุคคลผู้เป็นเจ้าของหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นหรือไม่ ดังนั้น ประเด็นที่ศาลจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องอำนาจของพนักงานอัยการในการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลจังหวัดฝางสั่งริบทรัพย์สินจำนวน 11 รายการ ที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มีคำสั่งยึดหรืออายัดจึงแตกต่างจาประเด็นที่ศาลจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องอำนาจของผู้ร้องในการยื่นคำร้องเป็นคดีนี้ คำร้องของผู้ร้องจึงไม่เป็นคำร้องซ้ำ ฎีกาข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อภิรัตน์ ลัดพลี-นพวรรณ อินทรัมพรรย์-ธนฤกษ์ นิติเศรณี) ศาลแพ่ง - นายกิติศักดิ์ ญาณเนตร์ ศาลอุทธรณ์ - นายวิชาญ กาญจนะ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา ปค55/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ฟ38/2546 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ฟ31/2549 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
519986
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายกิติศักดิ์ ญาณเนตร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายวิชาญ กาญจนะ"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081992023"
    }
}
date
2554
deka_no
28/2554
deka_running_no
28
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "อภิรัตน์ ลัดพลี",
    "นพวรรณ อินทรัมพรรย์",
    "ธนฤกษ์ นิติเศรณี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 27 วรรคหนึ่ง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542",
        "sections": [
            "ม. 4",
            "ม. 9",
            "ม. 51 วรรคหนึ่ง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "",
        "name": "พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 3"
    },
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "สำนักงานอัยการสูงสุด"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางอะซะมา แสนลี่"
    }
]
long_text
คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นไต่สวนและมีคำสั่งรวมกัน โดยเรียกผู้ร้องทั้งสองสำนวนว่า ผู้ร้อง และเรียกผู้คัดค้านทั้งสองสำนวนว่า ผู้คัดค้าน

ผู้ร้องยื่นคำร้องทั้งสองสำนวนเป็นใจความว่า ทรัพย์สินทั้ง 11 รายการของผู้คัดค้าน เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ขอให้ศาลมีคำสั่งให้ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51

ศาลชั้นต้นนัดไต่สวนและประกาศตามกฎหมายแล้ว

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านทั้งสองสำนวน ขอให้ยกคำร้อง และคืนทรัพย์สินทุกรายการให้แก่ผู้คัดค้าน

ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้รถยนต์หมายเลขทะเบียน กท 3362 เชียงใหม่ รถยนต์หมายเลขทะเบียน 5 ท-1964 เชียงใหม่ ที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 25674 และเลขที่ 25918 ตำบลเวียง อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินในบัญชีเงินฝากของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาฝาง บัญชีเลขที่ 682 - 1 - 01302 - 0 จำนวน 15,110.87 บาท เงินในบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาฝาง บัญชีเลขที่ 532 - 0 - 11843 - 4 (ที่ถูกเป็นบัญชีเลขที่ 532 - 1 - 11843 - 4) จำนวน 13,487.72 บาท เงินในบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาฝาง บัญชีเลขที่ 374 - 0 - 47201 - 8 จำนวน 13,735.40 บาท บัญชีเลขที่ 374 - 0 - 44285 - 4 จำนวน 2,998.60 บาท บัญชีเลขที่ 374 - 2 - 13851 - 8 จำนวน 30,175.29 บาท บัญชีเลขที่ 374 - 2 - 12742 - 0 จำนวน 43,153.29 บาท และบัญชีเลขที่ 274 - 3 - 02082 - 2 (น่าจะเป็น 374 - 3 - 02082 - 2 ) จำนวน 37,160 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ผู้คัดค้านฎีกา

ศาลฎีกาคณะคดีปกครองวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาข้อแรกของผู้คัดค้านว่า ผู้ร้องมีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 11 รายการ ตามสำเนาบัญชีทรัพย์สิน และสำเนาบัญชีทรัพย์สินของผู้ร้องในสำนวนหลัง ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง หรือไม่ ผู้คัดค้านฎีกาว่า เมื่อศาลจังหวัดฝางมีคำสั่งยกคำร้องในคดีที่พนักงานอัยการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินจำนวน 13 รายการที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มีคำสั่งยึดหรืออายัดเสียแล้ว ผู้ร้องย่อมไม่มีอำนาจยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินจำนวน 11 รายการ ตามสำเนาบัญชีทรัพย์สิน และสำเนาบัญชีทรัพย์สินของผู้ร้องในสำนวนหลัง ตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 51 วรรคหนึ่ง ได้อีก เพราะเป็นคำร้องซ้ำ ซึ่งปัญหาข้อนี้แม้ผู้คัดค้านมิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลอุทธรณ์ แต่เนื่องจากเป็นปัญหาอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิที่จะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคสอง พิจารณาข้อฎีกาของผู้คัดค้านแล้ว เห็นว่า อำนาจของพนักงานอัยการในการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินของผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใดเพราะเหตุเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มีเงื่อนไขสำคัญคือ หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องในคดีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยรายนั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและคดีถึงที่สุดเสียแล้ว พนักงานอัยการก็ไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเช่นว่า ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 27 วรรคหนึ่ง ส่วนอำนาจของพนักงานอัยการในการยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 นั้น เมื่อศาลทำการไต่สวนคำร้องของพนักงานอัยการแล้ว หากศาลเชื่อว่าทรัพย์สินตามคำร้องเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่น ศาลก็มีอำนาจสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดินได้ ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 49 วรรคหนึ่ง และมาตรา 51 วรรคหนึ่ง โดยมิพักต้องพิจารณาว่าบุคคลผู้เป็นเจ้าของหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นหรือไม่ จึงเห็นได้ว่า เงื่อนไขแห่งอำนาจในการยื่นคำร้องของพนักงานอัยการในกรณีขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินของผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใดเพราะเหตุเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 แตกต่างจากกรณีขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กล่าวคือกรณีการยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินของผู้ต้องหาหรือจำเลยรายใดเพราะเหตุเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 หากศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องในคดีที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยรายนั้นถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและคดีถึงที่สุดเสียแล้ว พนักงานอัยการย่อมไม่มีอำนาจยื่นคำร้องเช่นว่า ส่วนกรณีการยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นตกเป็นของแผ่นดินตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 นั้น พนักงานอัยการมีอำนาจยื่นคำร้องได้โดยมิพักต้องพิจารณาว่าบุคคลผู้เป็นเจ้าของหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สินดังกล่าวต้องคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือความผิดมูลฐานอื่นหรือไม่ ดังนั้น ประเด็นที่ศาลจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องอำนาจของพนักงานอัยการในการยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลจังหวัดฝางสั่งริบทรัพย์สินจำนวน 11 รายการ ที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มีคำสั่งยึดหรืออายัดจึงแตกต่างจาประเด็นที่ศาลจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องอำนาจของผู้ร้องในการยื่นคำร้องเป็นคดีนี้ คำร้องของผู้ร้องจึงไม่เป็นคำร้องซ้ำ ฎีกาข้อนี้ของผู้คัดค้านฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ฟ38/2546
primary_red_case_no
ฟ31/2549
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000464.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
ปค55/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 27 -
year
2554