คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11883/2554 ฉบับเต็ม

#519989
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11883/2554 นายสงวน จิรธนกิจ โจทก์ นายสุเทพ เจริญพรพานิชกุล กับพวก จำเลย ป.พ.พ. มาตรา 456, มาตรา 1129 การซื้อขายหุ้นสามัญชนิดระบุชื่อเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่งซึ่งต้องปฏิบัติตาม ป.พ.พ. มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม ส่วน ป.พ.พ. มาตรา 1129 วรรคสอง เพียงกำหนดแบบของการโอนหุ้นที่มีหลักฐานการโอนที่แน่นอนเท่านั้น หาใช่แบบของการซื้อขายหุ้น ผู้ซื้อหุ้นที่มิได้โอนหุ้นให้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าวยังไม่อาจอ้างว่าตนเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท และไม่อาจใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นตามที่ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้เท่านั้น หาทำให้การซื้อขายหุ้นตกเป็นโมฆะไม่ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงิน 3,284,730.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 2,856,287.50 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างพิจารณาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 6 ศาลชั้นต้นอนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 6 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ร่วมกันชำระเงิน 2,856,287.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 จะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 อุทธรณ์ ระหว่างพิจารณา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกผิดสัญญาซื้อขายหุ้นซึ่งเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่งที่ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม แม้วัตถุแห่งคดีจะเป็นการซื้อขายหุ้น แต่กรณีก็ไม่จำต้องมีการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสอง ทั้งนี้เพราะความมุ่งหมายของบทบัญญัติดังกล่าวที่บัญญัติว่า การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือชื่อเป็นโมฆะนั้น เป็นการกำหนดแบบของการโอนที่มีหลักฐานการโอนที่แน่นอนเท่านั้น หาใช่เป็นแบบของการซื้อขายหุ้นไม่ ผู้ซื้อหุ้นที่มิได้ทำการโอนให้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าว ยังไม่อาจอ้างว่าตนเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไม่อาจใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นในบริษัทตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้เท่านั้น แต่หาทำให้การซื้อขายหุ้นขัดต่อกฎหมายและตกเป็นโมฆะไม่ เมื่อโจทก์มีหนังสือแจ้งการโอนเงินค่าหุ้น เป็นหลักฐานของการซื้อขาย และจำเลยทั้งหกได้รับโอนหุ้นโดยชำระเงินบางส่วน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งหกร่วมกันซื้อหุ้นพิพาทจากโจทก์ และต้องรับผิดชำระเงินค่าซื้อหุ้นพิพาทที่ค้างชำระแก่โจทก์ พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาท (ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช-สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร-สมสันต์ ศุภศาตรสิน) ศาลแพ่ง - นายสาโรจน์ เอี่ยมองค์ ศาลอุทธรณ์ - นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1790/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ4506/2544 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ6631/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
519989
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่ง",
        "judge": "นายสาโรจน์ เอี่ยมองค์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นายบุญทอง ปลื้มวรสวัสดิ์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988156"
    }
}
date
2554
deka_no
11883/2554
deka_running_no
11883
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ธีระวัฒน์ ภัทรานวัช",
    "สุรศักดิ์ คีรีวิเชียร",
    "สมสันต์ ศุภศาตรสิน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 456",
            "ม. 1129"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นายสงวน จิรธนกิจ"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุเทพ เจริญพรพานิชกุล กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งหกร่วมกันชำระเงิน 3,284,730.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 2,856,287.50 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ให้การขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาโจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ 6 ศาลชั้นต้นอนุญาต จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 6

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ร่วมกันชำระเงิน 2,856,287.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 29 สิงหาคม 2544 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 จะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 20,000 บาท

จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 อุทธรณ์

ระหว่างพิจารณา ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งจำหน่ายคดีในส่วนของจำเลยที่ 1 เนื่องจากจำเลยที่ 1 ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท

จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งหกผิดสัญญาซื้อขายหุ้นซึ่งเป็นการซื้อขายสังหาริมทรัพย์อย่างหนึ่งที่ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456 วรรคสองและวรรคสาม แม้วัตถุแห่งคดีจะเป็นการซื้อขายหุ้น แต่กรณีก็ไม่จำต้องมีการปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรคสอง ทั้งนี้เพราะความมุ่งหมายของบทบัญญัติดังกล่าวที่บัญญัติว่า การโอนหุ้นชนิดระบุชื่อ ถ้ามิได้ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อของผู้โอนกับผู้รับโอน มีพยานคนหนึ่งเป็นอย่างน้อยลงชื่อรับรองลายมือชื่อเป็นโมฆะนั้น เป็นการกำหนดแบบของการโอนที่มีหลักฐานการโอนที่แน่นอนเท่านั้น หาใช่เป็นแบบของการซื้อขายหุ้นไม่ ผู้ซื้อหุ้นที่มิได้ทำการโอนให้ถูกต้องตามบทบัญญัติดังกล่าว ยังไม่อาจอ้างว่าตนเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัท ไม่อาจใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นในบริษัทตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้เท่านั้น แต่หาทำให้การซื้อขายหุ้นขัดต่อกฎหมายและตกเป็นโมฆะไม่ เมื่อโจทก์มีหนังสือแจ้งการโอนเงินค่าหุ้น เป็นหลักฐานของการซื้อขาย และจำเลยทั้งหกได้รับโอนหุ้นโดยชำระเงินบางส่วน ข้อเท็จจริงจึงรับฟังได้ว่า จำเลยทั้งหกร่วมกันซื้อหุ้นพิพาทจากโจทก์ และต้องรับผิดชำระเงินค่าซื้อหุ้นพิพาทที่ค้างชำระแก่โจทก์

พิพากษายืน ให้จำเลยที่ 2 ถึงที่ 5 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความให้ 30,000 บาท
opensearch_id
primary_black_case_no
พ4506/2544
primary_red_case_no
พ6631/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000430.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1790/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554