คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3642/2554 ฉบับเต็ม

#520016
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3642/2554 ป.พ.พ. มาตรา 70 ป.วิ.อ. มาตรา 172 วรรคสอง พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31, มาตรา 65, มาตรา 69, มาตรา 70 จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นเพียงบุคคลสมมุติโดยอาศัยอำนาจของกฎหมายจะดำเนินหรือปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ของบริษัทด้วยตนเองไม่ได้ต้องกระทำโดยผู้แทน ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินหรือปฏิบัติงานของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วยและการกระทำของจำเลยที่ 2 ก็ยังเป็นความผิดตลอดเวลาที่ยังไม่มีการปฏิบัติให้ถูกต้องตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2547 อันเป็นเวลาหลังจากเกิดเหตุแล้วก็ตาม แต่ก็หาเป็นเหตุให้มีผลลบล้างความรับผิดของจำเลยที่ 2 ในขณะเกิดเหตุไม่ หากจำเลยที่ 2 ต้องเสียหายจากการที่ยังไม่มีการปฏิบัติให้ถูกต้องดังกล่าวหลังจากนั้นอย่างไรก็ชอบที่จะไปว่ากล่าวเอาแก่จำเลยที่ 1 เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ดังนั้นจำเลยที่ 2 ต้องชำระค่าปรับตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31, 32, 65, 69, 70, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และนับโทษของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3013/2547 ของศาลชั้นต้น เดิมศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องโจทก์ แต่ต่อมาได้เพิกถอนคำสั่ง คงประทับฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยที่ 2 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31 วรรคหนึ่ง, 65, 69 และ 70 ประกอบด้วยมาตรา 32 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 วางโทษปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 40,000 บาท และปรับจำเลยที่ 2 ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนอีกวันละ 1,000 บาท นับแต่วันที่ 23 กันยายน 2542 จนกว่าจะได้มีการปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 20,000 บาท และปรับจำเลยที่ 2 ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนอีกวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ 23 กันยายน 2542 จนกว่าจะได้มีการปฏิบัติให้ถูกต้อง หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และหากคำนวณค่าปรับรายวันเข้าด้วยแล้ว รวมเป็นเงิน 80,000 บาท ขึ้นไป ก็ให้กักขังแทนค่าปรับเกินหนึ่งปี แต่ไม่เกินสองปี ศาลลงโทษปรับจำเลยที่ 2 สถานเดียวไม่ได้ลงโทษจำคุก จึงไม่อาจนับโทษต่อกับคดีอื่นได้ คำขอส่วนนี้ให้ยก จำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ 2 ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้ปรับจำเลยที่ 2 ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนนับแต่วันที่ 23 กันยายน 2542 จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามแบบที่ได้รับอนุญาตชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 พ้นจากการเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2547 จำเลยที่ 2 จึงไม่อาจกระทำการฝ่าฝืนในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ได้อีกต่อไป และจำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติให้ถูกต้องตามแบบที่ได้รับอนุญาตตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นเพียงบุคคลสมมุติโดยอาศัยอำนาจของกฎหมายเท่านั้น จะดำเนินหรือปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ของบริษัทด้วยตนเองไม่ได้ต้องกระทำโดยผู้แทน ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินหรือปฏิบัติงานของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย และการกระทำของจำเลยที่ 2 ก็ยังเป็นความผิดตลอดเวลาที่ยังไม่มีการปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2547 อันเป็นเวลาหลังจากเกิดเหตุแล้วก็ตาม แต่ก็หาเป็นเหตุให้มีผลล้างความรับผิดของจำเลยที่ 2 ในขณะเกิดเหตุไม่ หากจำเลยที่ 2 ต้องเสียหายจากการที่ยังไม่มีการปฏิบัติให้ถูกต้องดังกล่าวหลังจากนั้นอย่างไรก็ชอบที่จะไปว่ากล่าวเอาแก่จำเลยที่ 1 เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปรับจำเลยที่ 2 ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน () แหล่งที่มา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4072/2550 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ3014/2547 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2417/2548 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
520016
courts
[]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081990469"
    }
}
date
2554
deka_no
3642/2554
deka_running_no
3642
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 70"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 172 วรรคสอง"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522",
        "sections": [
            "ม. 31",
            "ม. 65",
            "ม. 69",
            "ม. 70"
        ]
    }
]
litigants
[]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31, 32, 65, 69, 70, 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และนับโทษของจำเลยที่ 2 ต่อจากโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 3013/2547 ของศาลชั้นต้น

เดิมศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องโจทก์ แต่ต่อมาได้เพิกถอนคำสั่ง คงประทับฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ 2

จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่ก่อนสืบพยาน จำเลยที่ 2 ขอถอนคำให้การเดิมและให้การใหม่เป็นรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 มาตรา 31 วรรคหนึ่ง, 65, 69 และ 70 ประกอบด้วยมาตรา 32 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 วางโทษปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 40,000 บาท และปรับจำเลยที่ 2 ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนอีกวันละ 1,000 บาท นับแต่วันที่ 23 กันยายน 2542 จนกว่าจะได้มีการปฏิบัติให้ถูกต้อง จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 2 กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงปรับจำเลยที่ 2 จำนวน 20,000 บาท และปรับจำเลยที่ 2 ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนอีกวันละ 500 บาท นับแต่วันที่ 23 กันยายน 2542 จนกว่าจะได้มีการปฏิบัติให้ถูกต้อง หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 และหากคำนวณค่าปรับรายวันเข้าด้วยแล้ว รวมเป็นเงิน 80,000 บาท ขึ้นไป ก็ให้กักขังแทนค่าปรับเกินหนึ่งปี แต่ไม่เกินสองปี ศาลลงโทษปรับจำเลยที่ 2 สถานเดียวไม่ได้ลงโทษจำคุก จึงไม่อาจนับโทษต่อกับคดีอื่นได้ คำขอส่วนนี้ให้ยก

จำเลยที่ 2 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยที่ 2 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ให้ปรับจำเลยที่ 2 ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนนับแต่วันที่ 23 กันยายน 2542 จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามแบบที่ได้รับอนุญาตชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยจำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 พ้นจากการเป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2547 จำเลยที่ 2 จึงไม่อาจกระทำการฝ่าฝืนในฐานะที่จำเลยที่ 2 เป็นกรรมการของจำเลยที่ 1 ได้อีกต่อไป และจำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจบังคับให้จำเลยที่ 1 ปฏิบัติให้ถูกต้องตามแบบที่ได้รับอนุญาตตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้นั้น เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลซึ่งเป็นเพียงบุคคลสมมุติโดยอาศัยอำนาจของกฎหมายเท่านั้น จะดำเนินหรือปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์ของบริษัทด้วยตนเองไม่ได้ต้องกระทำโดยผู้แทน ขณะเกิดเหตุจำเลยที่ 2 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้รับผิดชอบในการดำเนินหรือปฏิบัติงานของจำเลยที่ 1 เมื่อจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ตามฟ้องว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย และการกระทำของจำเลยที่ 2 ก็ยังเป็นความผิดตลอดเวลาที่ยังไม่มีการปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 แม้จำเลยที่ 2 จะไม่ได้เป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยที่ 1 ตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2547 อันเป็นเวลาหลังจากเกิดเหตุแล้วก็ตาม แต่ก็หาเป็นเหตุให้มีผลล้างความรับผิดของจำเลยที่ 2 ในขณะเกิดเหตุไม่ หากจำเลยที่ 2 ต้องเสียหายจากการที่ยังไม่มีการปฏิบัติให้ถูกต้องดังกล่าวหลังจากนั้นอย่างไรก็ชอบที่จะไปว่ากล่าวเอาแก่จำเลยที่ 1 เป็นอีกส่วนหนึ่งต่างหาก ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ปรับจำเลยที่ 2 ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืนจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องนั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ3014/2547
primary_red_case_no
อ2417/2548
remark
หมายเหตุ
source
แหล่งที่มา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000450.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4072/2550
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554