คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10107/2553 ฉบับเต็ม

#520028
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10107/2553 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี โจทก์ นายบรรลือศักดิ์ ผู้ศรัทธาธรรม กับพวก โจทก์ร่วม นายเจริญ จงผ่องใส จำเลย ป.อ. มาตรา 341 ป.วิ.อ. มาตรา 2 (4), มาตรา 28 (2), มาตรา 195 วรรคสอง, มาตรา 225 การเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยจะต้องไม่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดเสียก่อน การที่โจทก์ร่วมทั้งสองมอบเงินให้จำเลยไปโดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยจะนำไปวิ่งเต้นติดสินบนเจ้าพนักงานเพื่อให้นำไม้จากประเทศกัมพูชาผ่านแดนเข้าประเทศไทยได้ แม้จำเลยจะมิได้นำไปวิ่งเต้นติดสินบนตามที่กล่าวอ้าง แต่ความประสงค์อันแท้จริงของโจทก์ร่วมทั้งสองก็เพื่อให้จำเลยวิ่งเต้นติดสินบนในเรื่องที่ผิดกฎหมาย โจทก์ร่วมทั้งสองมีส่วนก่อให้เกิดความผิดอยู่ด้วย จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีอำนาจร้องทุกข์ในคดีความผิดฐานฉ้อโกงได้ ปัญหาดังกล่าวแม้จะมิได้ว่ากันมาโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อโจทก์ร่วมทั้งสองไม่มีอำนาจร้องทุกข์ พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง เพราะเป็นความผิดต่อส่วนตัว ศาลล่างทั้งสองจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 500,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 750,000 บาท จำเลยให้การปฏิเสธ ระหว่างพิจารณา นายบรรลือศักดิ์ ผู้เสียหายที่ 1 และนายวิจิตร ผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะในส่วนคดีอาญา โดยให้เรียกผู้เสียหายทั้งสองว่าโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 500,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และคืนเงินจำนวน 750,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2 จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมทั้งสองจะเป็นผู้เสียหายในเบื้องต้นจะต้องไม่เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดเสียก่อน จึงจะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยได้ และมีอำนาจร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง การที่โจทก์ร่วมทั้งสองมอบเงินให้จำเลยไปโดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยจะนำไปวิ่งเต้นติดสินบนเจ้าพนักงานเพื่อให้นำไม้จากประเทศกัมพูชาผ่านแดนเข้าประเทศไทยได้ แม้จำเลยจะมิได้นำไปวิ่งเต้นติดสินบนตามที่กล่าวอ้างแต่ความประสงค์อันแท้จริงของโจทก์ร่วมทั้งสองก็เพื่อให้จำเลยวิ่งเต้นติดสินบนในเรื่องที่ผิดกฎหมาย ฟังได้ว่า โจทก์ร่วมทั้งสองมีส่วนก่อให้เกิดความผิดอยู่ด้วย โจทก์ร่วมทั้งสองจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีอำนาจร้องทุกข์ในคดีความผิดฐานฉ้อโกงได้ ปัญหาดังกล่าวแม้จะมิได้ว่ากันมาโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อโจทก์ร่วมทั้งสองไม่มีอำนาจร้องทุกข์ พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง เพราะเป็นความผิดต่อส่วนตัว ศาลล่างทั้งสองจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ ฎีกาจำเลยในปัญหาอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะเกิดขึ้นหลังจากศาลมีอำนาจรับฟ้องแล้ว พิพากษากลับให้ยกฟ้อง (สิงห์พล ละอองมณี-อร่าม แย้มสอาด-ชุติมนต์ โพธิเดช) ศาลจังหวัดมีนบุรี - นายอนันต์ ธรรมราช ศาลอุทธรณ์ - นางอารยา วิชิตชลชัย แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.5800/2549 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1711/2543 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ6084/2546 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
520028
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดมีนบุรี",
        "judge": "นายอนันต์ ธรรมราช"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางอารยา วิชิตชลชัย"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081993810"
    }
}
date
2553
deka_no
10107/2553
deka_running_no
10107
deka_year
2553
department
แผนก
judges
[
    "สิงห์พล ละอองมณี",
    "อร่าม แย้มสอาด",
    "ชุติมนต์ โพธิเดช"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายอาญา",
        "law_abbr": "ป.อ.",
        "sections": [
            "ม. 341"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 2 (4)",
            "ม. 28 (2)",
            "ม. 195 วรรคสอง",
            "ม. 225"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดมีนบุรี"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นายบรรลือศักดิ์ ผู้ศรัทธาธรรม กับพวก"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายเจริญ จงผ่องใส"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 341 ให้จำเลยคืนหรือใช้เงินแก่ผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 500,000 บาท ผู้เสียหายที่ 2 จำนวน 750,000 บาท

จำเลยให้การปฏิเสธ

ระหว่างพิจารณา นายบรรลือศักดิ์ ผู้เสียหายที่ 1 และนายวิจิตร ผู้เสียหายที่ 2 ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาตเฉพาะในส่วนคดีอาญา โดยให้เรียกผู้เสียหายทั้งสองว่าโจทก์ร่วมที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 341 ให้จำคุก 3 ปี ทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ให้จำเลยคืนเงินจำนวน 500,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 1 และคืนเงินจำนวน 750,000 บาท แก่โจทก์ร่วมที่ 2

จำเลยอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมทั้งสองจะเป็นผู้เสียหายในเบื้องต้นจะต้องไม่เป็นผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำผิดเสียก่อน จึงจะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยได้ และมีอำนาจร้องทุกข์ในความผิดฐานฉ้อโกง การที่โจทก์ร่วมทั้งสองมอบเงินให้จำเลยไปโดยรู้อยู่แล้วว่าจำเลยจะนำไปวิ่งเต้นติดสินบนเจ้าพนักงานเพื่อให้นำไม้จากประเทศกัมพูชาผ่านแดนเข้าประเทศไทยได้ แม้จำเลยจะมิได้นำไปวิ่งเต้นติดสินบนตามที่กล่าวอ้างแต่ความประสงค์อันแท้จริงของโจทก์ร่วมทั้งสองก็เพื่อให้จำเลยวิ่งเต้นติดสินบนในเรื่องที่ผิดกฎหมาย ฟังได้ว่า โจทก์ร่วมทั้งสองมีส่วนก่อให้เกิดความผิดอยู่ด้วย โจทก์ร่วมทั้งสองจึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่จะมีอำนาจร้องทุกข์ในคดีความผิดฐานฉ้อโกงได้ ปัญหาดังกล่าวแม้จะมิได้ว่ากันมาโดยชอบในศาลล่างทั้งสอง ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยได้ เพราะเป็นปัญหาที่เกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน เมื่อโจทก์ร่วมทั้งสองไม่มีอำนาจร้องทุกข์ พนักงานอัยการจึงไม่มีอำนาจนำคดีมาฟ้อง เพราะเป็นความผิดต่อส่วนตัว ศาลล่างทั้งสองจึงไม่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีได้ ฎีกาจำเลยในปัญหาอื่นไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะเกิดขึ้นหลังจากศาลมีอำนาจรับฟ้องแล้ว

พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1711/2543
primary_red_case_no
อ6084/2546
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000480.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.5800/2549
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2553