คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3734/2554 ฉบับเต็ม

#520035
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3734/2554 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายประดล หงส์มหาสิริพงศ์ กับพวก จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 362, 365 โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรีซึ่งเป็นสถานที่ราชการ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่เข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อยึดถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนนั้น หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปกติสุข อันเป็นองค์ประกอบของการกระทำความผิดฐานร่วมกันบุกรุกในข้อสาระสำคัญตาม ป.อ. มาตรา 362 การบรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่เข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรีโดยไม่มีเหตุอันสมควรก็ยังไม่ถือว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันบุกรุกเพื่อรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข ฟ้องของโจทก์ในความผิดฐานนี้จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) ศาลจะลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกตาม ป.อ. มาตรา 362 ไม่ได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (8), 160 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 362, 365 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (8), 160 วรรคสาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) (3) ประกอบด้วยมาตรา 362, 83 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานขับรถจักรยานยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 1 ปี 8 เดือน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 10 เดือน ริบของกลาง จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 160 วรรคสาม ประกอบมาตรา 43 (8) ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 เดือน และปรับคนละ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 1 ปี ให้คุมความประพฤติของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โดยให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก3 เดือน ภายในระยะเวลาดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 และยกฟ้องข้อหาร่วมกันบุกรุกสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานบุกรุกเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 โดยโจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่เข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อยึดถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนนั้น หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปกติสุข อันเป็นองค์ประกอบของการกระทำความผิดฐานร่วมกันบุกรุกในข้อสาระสำคัญตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่เข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรีโดยไม่มีเหตุอันสมควรก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ศาลหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลโดยปกติสุขดังที่โจทก์ฎีกา ฟ้องของโจทก์ในความผิดฐานนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ศาลจะลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน (มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด-วีระวัฒน์ ปวราจารย์-ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร) ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสุรชัย คอประเสริฐศักดิ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นางปดารณี ลัดพลี แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.6737/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ853/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ830/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
520035
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดนนทบุรี",
        "judge": "นายสุรชัย คอประเสริฐศักดิ์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นางปดารณี ลัดพลี"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081990465"
    }
}
date
2554
deka_no
3734/2554
deka_running_no
3734
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "มนตรี ศรีเอี่ยมสะอาด",
    "วีระวัฒน์ ปวราจารย์",
    "ธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 158 (5)"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายประดล หงส์มหาสิริพงศ์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (8), 160 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 362, 365 ริบรถจักรยานยนต์ของกลาง

จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสี่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (8), 160 วรรคสาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 365 (2) (3) ประกอบด้วยมาตรา 362, 83 เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานขับรถจักรยานยนต์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยและความเดือดร้อนของผู้อื่น จำคุกคนละ 2 เดือน ฐานร่วมกันบุกรุกในเวลากลางคืน จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน รวมจำคุกคนละ 1 ปี 8 เดือน จำเลยทั้งสี่ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 10 เดือน ริบของกลาง

จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 4 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 160 วรรคสาม ประกอบมาตรา 43 (8) ลงโทษจำคุกคนละ 2 เดือน และปรับคนละ 2,000 บาท จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 เดือน และปรับคนละ 1,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้คนละ 1 ปี ให้คุมความประพฤติของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 โดยให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติทุก3 เดือน ภายในระยะเวลาดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 หากจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29 และ 30 ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 4 และยกฟ้องข้อหาร่วมกันบุกรุกสำหรับจำเลยที่ 1 ถึงที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานบุกรุกเป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสี่ฐานร่วมกันบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362, 365 โดยโจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสี่ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ โดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันสมควร โจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่เข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อยึดถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ทั้งหมดหรือบางส่วนนั้น หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์โดยปกติสุข อันเป็นองค์ประกอบของการกระทำความผิดฐานร่วมกันบุกรุกในข้อสาระสำคัญตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 แม้โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสี่เข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรีโดยไม่มีเหตุอันสมควรก็ยังไม่เป็นที่เข้าใจว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมกันบุกรุกเข้าไปในบริเวณศาลจังหวัดนนทบุรีเพื่อรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ศาลหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลโดยปกติสุขดังที่โจทก์ฎีกา ฟ้องของโจทก์ในความผิดฐานนี้จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) ศาลจะลงโทษจำเลยทั้งสี่ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกไม่ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน

พิพากษายืน
opensearch_id
primary_black_case_no
อ853/2551
primary_red_case_no
อ830/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000450.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.6737/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554