คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3537/2555 ฉบับเต็ม

#520444
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3537/2555 นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรศุภาลัยธานี โจทก์ นางกมลทิพย์ ปัทมินทร์ กับพวก จำเลย พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 46, มาตรา 50 ป.วิ.พ. มาตรา 55 โจทก์เป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 ตามกฎหมายดังกล่าวมาตรา 46 วรรคสอง กำหนดให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรจึงทำหน้าที่เป็นผู้แทนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่าโจทก์โดยที่ประชุมคณะกรรมการมีมติมอบอำนาจให้ ส. ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองเพื่อบังคับชำระหนี้ค่าสาธารณูปโภคและค่าบริการสาธารณะ อันเป็นกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 50 เป็นบทบัญญัติกำหนดมาตรการในการลงโทษด้วยการจำกัดสิทธิบางประการแก่สมาชิกผู้ที่ค้างชำระค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนด หาได้บัญญัติว่าหากโจทก์ใช้มาตรการดังกล่าวแล้วจะถูกจำกัดมิให้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อฟ้องร้องบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสองอีกแต่อย่างใดไม่ ดังนั้นเมื่อปรากฏจำเลยทั้งสองยังคงค้างชำระหนี้ดังกล่าว โจทก์ย่อมสามารถใช้สิทธิทางศาลฟ้องร้องจำเลยทั้งสองได้ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 19,281 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 18,781 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 1,200 บาท และในศาลอุทธรณ์ 600 บาท แทนโจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 46 วรรคสอง บัญญัติให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก อันเป็นการกำหนดให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรทำหน้าที่เป็นผู้แทนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งความประสงค์ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคสอง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรศุภาลัยธานีผู้เป็นโจทก์โดยที่ประชุมคณะกรรมการของโจทก์มีมติมอบอำนาจให้นายสนั่น ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองเพื่อบังคับชำระหนี้ค่าจัดการดูแลรักษาสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ อันเป็นกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตามสำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2548 ถือได้ว่าการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแก่จำเลยทั้งสองเป็นไปโดยชอบ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 50 เป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดมาตรการบังคับแก่สมาชิกผู้ค้างชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคไว้โดยเฉพาะแล้วว่าผู้ที่ค้างชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคติดต่อกันตั้งแต่สามเดือนขึ้นไป อาจถูกระงับการให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภคและในกรณีที่ค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระจนกว่าจะชำระให้ครบถ้วนเมื่อโจทก์ดำเนินการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรแก่จำเลยทั้งสองแล้วจึงไม่มีอำนาจฟ้องอีกนั้น เห็นว่า บัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดมาตรการในทางลงโทษด้วยการจำกัดสิทธิบางประการแก่สมาชิกผู้ที่ค้างชำระค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น หาได้บัญญัติว่าหากโจทก์ใช้มาตรการบังคับดังกล่าวแล้วจะถูกจำกัดไม่ให้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อฟ้องร้องบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสองอีก แต่อย่างใดไม่ ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองยังคงค้างชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วิรุฬห์ แสงเทียน-ปดารณี ลัดพลี-ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี) ศาลจังหวัดธัญบุรี - นางเปี่ยมพร้อม สุขภิมนตรี ศาลอุทธรณ์ภาค 1 - นายวิบูลย์ แสงชมภู แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.1606/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม6145/2549 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม5725/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
520444
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดธัญบุรี",
        "judge": "นางเปี่ยมพร้อม สุขภิมนตรี"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 1",
        "judge": "นายวิบูลย์ แสงชมภู"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987375"
    }
}
date
2555
deka_no
3537/2555
deka_running_no
3537
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "วิรุฬห์ แสงเทียน",
    "ปดารณี ลัดพลี",
    "ฉัตรไชย จันทร์พรายศรี"
]
laws
[
    {
        "law_name": "พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543",
        "sections": [
            "ม. 46",
            "ม. 50"
        ]
    },
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 55"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรศุภาลัยธานี"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นางกมลทิพย์ ปัทมินทร์ กับพวก"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 19,281 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยทั้งสองให้การขอให้ยกฟ้อง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 18,781 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้น 1,200 บาท และในศาลอุทธรณ์ 600 บาท แทนโจทก์

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ เห็นว่า พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 46 วรรคสอง บัญญัติให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรมีคณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรเป็นผู้ดำเนินกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามกฎหมายและข้อบังคับของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรภายใต้การควบคุมดูแลของที่ประชุมใหญ่ของสมาชิก อันเป็นการกำหนดให้คณะกรรมการหมู่บ้านจัดสรรทำหน้าที่เป็นผู้แทนนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรในกิจการของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ซึ่งความประสงค์ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรย่อมแสดงออกโดยผู้แทนของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 70 วรรคสอง เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรศุภาลัยธานีผู้เป็นโจทก์โดยที่ประชุมคณะกรรมการของโจทก์มีมติมอบอำนาจให้นายสนั่น ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลยทั้งสองเพื่อบังคับชำระหนี้ค่าจัดการดูแลรักษาสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะ อันเป็นกิจการที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร ตามสำเนารายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2548 ถือได้ว่าการมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแก่จำเลยทั้งสองเป็นไปโดยชอบ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ.2543 มาตรา 50 เป็นกฎหมายพิเศษที่กำหนดมาตรการบังคับแก่สมาชิกผู้ค้างชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคไว้โดยเฉพาะแล้วว่าผู้ที่ค้างชำระเงินค่าบำรุงรักษาและการจัดการสาธารณูปโภคติดต่อกันตั้งแต่สามเดือนขึ้นไป อาจถูกระงับการให้บริการหรือการใช้สิทธิในสาธารณูปโภคและในกรณีที่ค้างชำระติดต่อกันตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรของผู้ค้างชำระจนกว่าจะชำระให้ครบถ้วนเมื่อโจทก์ดำเนินการระงับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินจัดสรรแก่จำเลยทั้งสองแล้วจึงไม่มีอำนาจฟ้องอีกนั้น เห็นว่า บัญญัติดังกล่าวเป็นเพียงการกำหนดมาตรการในทางลงโทษด้วยการจำกัดสิทธิบางประการแก่สมาชิกผู้ที่ค้างชำระค่าใช้จ่ายตามที่กฎหมายกำหนดเท่านั้น หาได้บัญญัติว่าหากโจทก์ใช้มาตรการบังคับดังกล่าวแล้วจะถูกจำกัดไม่ให้ใช้สิทธิทางศาลเพื่อฟ้องร้องบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสองอีก แต่อย่างใดไม่ ดังนั้น เมื่อจำเลยทั้งสองยังคงค้างชำระหนี้ดังกล่าวแก่โจทก์ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น

พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
ม6145/2549
primary_red_case_no
ม5725/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000423.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.1606/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555