คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2555 ฉบับเต็ม

#520449
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1112/2555 บริษัทเอ็มซีเท็กซ์ไทล์ จำกัด โจทก์ นายโกศล แก้วบุญส่ง ผู้ร้อง บริษัทไทยทรีคอท จำกัด จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 278 การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามหมายบังคับคดีโดยทำการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยรวมทั้งรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด 25,500,000 บาท ไว้เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2544 เป็นการกระทำไปในฐานะเป็นผู้แทนโจทก์ ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 278 ถือได้ว่าเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย เป็นเงินที่โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีจำนวนเพียงพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในจำนวนเงินตามคำพิพากษาถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2544 อันเป็นวันขายทอดตลาดเท่านั้น หามีสิทธิคิดดอกเบี้ยถึงวันที่ 7 เมษายน 2546 ซึ่งเป็นวันที่คำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิถึงที่สุดไม่ เพราะความล่าช้าจนถึงกำหนดวันดังกล่าวเกิดจากการต่อสู้คดีระหว่างโจทก์กับผู้ร้อง โดยจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 14,546,252.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 12,332,156.61 บาทนับถัดไปจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 1 ตุลาคม 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก้โจทก์ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2544 ได้เงิน 25,500,000 บาท ครั้นวันที่ 20 ธันวาคม 2544 นายโกศลยื่นคำร้องอ้างว่าเป็นผู้ชำระบัญชีของจำเลยและขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิ 2,010,780 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ 819,475 บาท จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยก่อนเจ้าหนี้รายอื่น คำขออื่นให้ยก คดีถึงที่สุดวันที่ 7 เมษายน 2546 ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณดอกเบี้ยตามคำพิพากษาให้โจทก์นับแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2539 ถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2554 ซึ่งเป็นวันขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย เป็นการไม่ถูกต้อง ที่ถูกจะต้องให้โจทก์ได้รับดอกเบี้ยจนถึงวันที่ 7 เมษายน 2546 ซึ่งเป็นวันที่คดีที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิถึงที่สุด ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของจำเลยลูกหนี้เสร็จสิ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2544 อันเป็นวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดและรับเงินไว้แทนโจทก์ การคิดดอกเบี้ยของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่คิดถึงวันขายทอดตลาดชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่คำนวณดอกเบี้ยให้โจทก์ถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2544 และให้โจทก์ได้รับดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2539 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 7 เมษายน 2546 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2544 เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยได้เงินมา 25,500,000 บาท ถือได้ว่าในวันนี้โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยเพียงถึงวันดังกล่าวเท่านั้น เห็นว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามหมายบังคับคดีโดยทำการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยรวมทั้งรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด 25,500,000 บาท ไว้เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2544 เป็นการกระทำไปในฐานะเป็นผู้แทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 278 ถือได้ว่าเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยเป็นเงินที่โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีจำนวนเพียงพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในจำนวนเงินตามตำพิพากษาถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2544 อันเป็นวันขายทอดตลาดเท่านั้น หามีสิทธิคิดดอกเบี้ยถึงวันที่ 7 เมษายน 2546 ซึ่งเป็นวันที่คำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิถึงที่สุดไม่ เพราะความล่าช้าจนถึงกำหนดวันดังกล่าวเกิดจากการต่อสู้คดีระหว่างโจทก์กับผู้ร้องโดยจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการให้จำเลยต้องรับผิดในดอกเบี้ยจนถึงวันดังกล่าวย่อมไม่เป็นธรรมแก่จำเลยฎีกาจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ (อนันต์ ชุมวิสูตร-วรพจน์ วิไลชนม์-นิพนธ์ ใจสำราญ) ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ - นายศิริพันธ์ ชมพูวัฒนา ศาลอุทธรณ์ - นางสาวประภาพรรณ อุดมจรรยา แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.2236/2551 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ18238/2539 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ7289/2540 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
520449
courts
[
    {
        "court": "ศาลแพ่งกรุงเทพใต้",
        "judge": "นายศิริพันธ์ ชมพูวัฒนา"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์",
        "judge": "นางสาวประภาพรรณ อุดมจรรยา"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987926"
    }
}
date
2555
deka_no
1112/2555
deka_running_no
1112
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "อนันต์ ชุมวิสูตร",
    "วรพจน์ วิไลชนม์",
    "นิพนธ์ ใจสำราญ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 278"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "บริษัทเอ็มซีเท็กซ์ไทล์ จำกัด"
    },
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "นายโกศล แก้วบุญส่ง"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "บริษัทไทยทรีคอท จำกัด"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 14,546,252.18 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 12,332,156.61 บาทนับถัดไปจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 1 ตุลาคม 2539) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก้โจทก์ แต่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์ขอให้บังคับคดี เจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยออกขายทอดตลาด เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2544 ได้เงิน 25,500,000 บาท ครั้นวันที่ 20 ธันวาคม 2544 นายโกศลยื่นคำร้องอ้างว่าเป็นผู้ชำระบัญชีของจำเลยและขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิ 2,010,780 บาท ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้ 819,475 บาท จากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยก่อนเจ้าหนี้รายอื่น คำขออื่นให้ยก คดีถึงที่สุดวันที่ 7 เมษายน 2546

ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีคำนวณดอกเบี้ยตามคำพิพากษาให้โจทก์นับแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2539 ถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2554 ซึ่งเป็นวันขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลย เป็นการไม่ถูกต้อง ที่ถูกจะต้องให้โจทก์ได้รับดอกเบี้ยจนถึงวันที่ 7 เมษายน 2546 ซึ่งเป็นวันที่คดีที่ผู้ร้องขอรับชำระหนี้บุริมสิทธิถึงที่สุด

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินของจำเลยลูกหนี้เสร็จสิ้นในวันที่ 7 ธันวาคม 2544 อันเป็นวันที่เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดและรับเงินไว้แทนโจทก์ การคิดดอกเบี้ยของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่คิดถึงวันขายทอดตลาดชอบแล้ว ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานบังคับคดีที่คำนวณดอกเบี้ยให้โจทก์ถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2544 และให้โจทก์ได้รับดอกเบี้ยนับแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2539 เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 7 เมษายน 2546 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2544 เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยได้เงินมา 25,500,000 บาท ถือได้ว่าในวันนี้โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาแล้ว โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยเพียงถึงวันดังกล่าวเท่านั้น เห็นว่า การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตามหมายบังคับคดีโดยทำการยึดและขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยรวมทั้งรับเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด 25,500,000 บาท ไว้เพื่อชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2544 เป็นการกระทำไปในฐานะเป็นผู้แทนโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 278 ถือได้ว่าเงินที่เจ้าพนักงานบังคับคดีได้รับจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินของจำเลยเป็นเงินที่โจทก์ได้รับชำระหนี้ตามคำพิพากษาซึ่งมีจำนวนเพียงพอชำระหนี้ตามคำพิพากษาให้แก่โจทก์แล้ว โจทก์จึงมีสิทธิเรียกดอกเบี้ยในจำนวนเงินตามตำพิพากษาถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2544 อันเป็นวันขายทอดตลาดเท่านั้น หามีสิทธิคิดดอกเบี้ยถึงวันที่ 7 เมษายน 2546 ซึ่งเป็นวันที่คำสั่งให้ผู้ร้องได้รับชำระหนี้บุริมสิทธิถึงที่สุดไม่ เพราะความล่าช้าจนถึงกำหนดวันดังกล่าวเกิดจากการต่อสู้คดีระหว่างโจทก์กับผู้ร้องโดยจำเลยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องการให้จำเลยต้องรับผิดในดอกเบี้ยจนถึงวันดังกล่าวย่อมไม่เป็นธรรมแก่จำเลยฎีกาจำเลยฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำสั่งศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ18238/2539
primary_red_case_no
พ7289/2540
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000428.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.2236/2551
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555