คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3712/2555 ฉบับเต็ม

#520452
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3712/2555 ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) โจทก์ นายชาติชาย เกียรติสมาน จำเลย ป.วิ.พ. มาตรา 309 ตรี โจทก์เป็นผู้ซื้อทรัพย์ได้จากการขายทอดตลาด แม้โจทก์จะสามารถดำเนินการบังคับขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยการยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลตามที่บัญญัติไว้ใน ป.วิ.พ. มาตรา 309 ตรี แต่บทบัญญัติดังกล่าวไม่ได้บัญญัติห้ามหรือตัดสิทธิของโจทก์ในการที่จะใช้สิทธิทางศาลโดยการฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากผู้ที่อยู่ในทรัพย์สินที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยละเมิด ดังนั้น ที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับตามมาตรา 309 ตรี และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ เป็นการไม่ชอบ ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7758, 7765 ถึง 7767 ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) พร้อมสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ และส่งมอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 100,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืนโจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับภายใน 30 วัน ให้โจทก์นำส่ง การส่งหากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำฟ้องของโจทก์พอแปลได้ว่าเป็นการขอให้บังคับคดีแก่จำเลยและบริวารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ตรี จึงออกคำบังคับภายใน 30 วัน และให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความนั้นเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ โจทก์จะสามารถดำเนินการบังคับขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลได้โดยการยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ตรี แต่บทบัญญัติมาตราดังกล่าวก็ไม่ได้บัญญัติห้ามหรือตัดสิทธิของโจทก์ในการที่จะใช้สิทธิทางศาลโดยการฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายเดือนละ 100,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จากผู้ที่อยู่ในทรัพย์สินที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยละเมิด ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับตามมาตรา 309 ตรี และให้จำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคดีโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ (วีระชาติ เอี่ยมประไพ-สมชาย พันธุมะโอภาส-ธราธร ศิลปโอสถ) ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายสมจิตร มากบัว แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา พ.3049/2552 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น พ306/2552 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น พ582/2552 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
520452
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดธัญบุรี",
        "judge": "นายสมจิตร มากบัว"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987370"
    }
}
date
2555
deka_no
3712/2555
deka_running_no
3712
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "วีระชาติ เอี่ยมประไพ",
    "สมชาย พันธุมะโอภาส",
    "ธราธร ศิลปโอสถ"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง",
        "law_abbr": "ป.วิ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 309 ตรี"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายชาติชาย เกียรติสมาน"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 7758, 7765 ถึง 7767 ตำบลศาลาครุ อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี (ธัญบุรี) พร้อมสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ และส่งมอบที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อย ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้แก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 100,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยจะส่งมอบที่ดินและสิ่งปลูกสร้างคืนโจทก์

จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานโจทก์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับภายใน 30 วัน ให้โจทก์นำส่ง การส่งหากไม่มีผู้รับโดยชอบให้ปิด ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ

โจทก์อุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายโดยตรงต่อศาลฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 223 ทวิ

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงประการเดียวว่า การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ตามคำฟ้องของโจทก์พอแปลได้ว่าเป็นการขอให้บังคับคดีแก่จำเลยและบริวารตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ตรี จึงออกคำบังคับภายใน 30 วัน และให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความนั้นเป็นการชอบหรือไม่ เห็นว่า แม้ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในคำฟ้องของโจทก์ โจทก์จะสามารถดำเนินการบังคับขับไล่จำเลยให้ออกจากที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลได้โดยการยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่อศาลตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 309 ตรี แต่บทบัญญัติมาตราดังกล่าวก็ไม่ได้บัญญัติห้ามหรือตัดสิทธิของโจทก์ในการที่จะใช้สิทธิทางศาลโดยการฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายเดือนละ 100,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไป จากผู้ที่อยู่ในทรัพย์สินที่โจทก์ซื้อมาจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยละเมิด ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ออกคำบังคับตามมาตรา 309 ตรี และให้จำหน่ายคดีโจทก์เสียจากสารบบความ จึงเป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้น

พิพากษายกคำสั่งของศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นรับคดีโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ
opensearch_id
primary_black_case_no
พ306/2552
primary_red_case_no
พ582/2552
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000423.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
พ.3049/2552
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555