คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11087/2554 ฉบับเต็ม

#520475
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11087/2554 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี โจทก์ นางนงลักษณ์ รัตนอุดมพล โจทก์ร่วม นายสุชาติหรือแมว ต้นน้ำเพชร จำเลย ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคสอง ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลย ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ ลงโทษประหารชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและมีด จำคุก 6 เดือน รวมทุกกระทงคงให้ประหารชีวิต จำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 7 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 245 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้ ลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตาม ป.อ. มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) รวมทุกกระทงคงให้จำคุกตลอดชีวิต เป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน อันเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกินห้าปี จึงต้องห้ามมิให้โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 218 วรรคสอง ___________________________ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 339, 340 ตรี, 371, 83, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน ลูกกระสุนปรายและด้ามมีดของกลาง ให้จำเลยคืนเงิน 144,000 บาท กระเป๋าใส่สตางค์ 1 ใบ ที่ยังไม่ได้คืนหรือชดใช้ราคา 2,000 บาท แก่นางนงลักษณ์ภริยาผู้ตาย จำเลยให้การรับสารภาพ ระหว่างพิจารณา นางนงลักษณ์ ภริยานายวุฒิชัย ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูก เฉพาะข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ และร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย) ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) (6), 339 วรรคท้าย, 340 ตรี, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์และฐานร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์อันเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษประหารชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์แล้ว ไม่อาจนำโทษจำคุกในความผิดกระทงอื่นของจำเลยมารวมอีกได้ คำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นการให้ความรู้แก่ศาล ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ไม่ลดโทษให้ คงให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืนลูกกระสุนปรายและด้ามมีดของกลาง ให้จำเลยคืนเงิน 144,000 บาท กระเป๋าใส่สตางค์1 ใบ หรือชดใช้ราคา 2,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่โจทก์ร่วม โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 7 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นในเหตุฉกรรจ์ จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 3 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกตลอดชีวิตตามมาตรา 91 (3) นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องจริง ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ ลงโทษประหารชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและมีด จำคุก 6 เดือน โดยไม่ลดโทษให้ รวมทุกกระทงคงให้ประหารชีวิต แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้โดยลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) รวมทุกกระทงคงให้จำคุกตลอดชีวิต โจทก์ร่วมฎีกาว่าจำเลยให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน หาได้รับสารภาพเพราะสมัครใจหรือสำนึกแก่โทษแต่ประการใด และการรับสารภาพของจำเลยไม่ได้ให้ความรู้แก่ศาลแต่อย่างใด ขอให้ศาลฎีกาไม่ลดโทษให้จำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ เช่นนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย กรณีจึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง ที่โจทก์ร่วมฎีกาดังกล่าวเป็นการฎีกาดุลพินิจในการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมฎีกาตามบทมาตราดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามาก็เป็นการสั่งรับฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ พิพากษายกฎีกาของโจทก์ร่วม (ธนฤกษ์ นิติเศรณี-สิริรัตน์ จันทรา-สมยศ เข็มทอง) ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายไกรสร โสมจันทร์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์ แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.343/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น อ1831/2551 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น อ2465/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
520475
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดเพชรบุรี",
        "judge": "นายไกรสร โสมจันทร์"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 7",
        "judge": "นายสวัสดิ์ สุรวัฒนานันท์"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081988381"
    }
}
date
2554
deka_no
11087/2554
deka_running_no
11087
deka_year
2554
department
แผนก
judges
[
    "ธนฤกษ์ นิติเศรณี",
    "สิริรัตน์ จันทรา",
    "สมยศ เข็มทอง"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา",
        "law_abbr": "ป.วิ.อ.",
        "sections": [
            "ม. 218 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "โจทก์",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบุรี"
    },
    {
        "role": "โจทก์ร่วม",
        "name": "นางนงลักษณ์ รัตนอุดมพล"
    },
    {
        "role": "จำเลย",
        "name": "นายสุชาติหรือแมว ต้นน้ำเพชร"
    }
]
long_text
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 339, 340 ตรี, 371, 83, 91 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ, 72, 72 ทวิ และริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืน ลูกกระสุนปรายและด้ามมีดของกลาง ให้จำเลยคืนเงิน 144,000 บาท กระเป๋าใส่สตางค์ 1 ใบ ที่ยังไม่ได้คืนหรือชดใช้ราคา 2,000 บาท แก่นางนงลักษณ์ภริยาผู้ตาย

จำเลยให้การรับสารภาพ

ระหว่างพิจารณา นางนงลักษณ์ ภริยานายวุฒิชัย ผู้ตาย ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ ศาลชั้นต้นอนุญาต (ที่ถูก เฉพาะข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ และร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) (6), 339 วรรคท้าย, 340 ตรี, 371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 มาตรา 7, 8 ทวิ วรรคหนึ่ง, 72 วรรคหนึ่ง, 72 ทวิ วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์และฐานร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีหรือใช้อาวุธปืนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์อันเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ลงโทษประหารชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะเป็นความผิดกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 6 เดือน เมื่อลงโทษประหารชีวิตจำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์แล้ว ไม่อาจนำโทษจำคุกในความผิดกระทงอื่นของจำเลยมารวมอีกได้ คำให้การรับสารภาพของจำเลยไม่เป็นการให้ความรู้แก่ศาล ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ไม่ลดโทษให้ คงให้ลงโทษประหารชีวิตจำเลยสถานเดียว ริบอาวุธปืน ปลอกกระสุนปืนลูกกระสุนปรายและด้ามมีดของกลาง ให้จำเลยคืนเงิน 144,000 บาท กระเป๋าใส่สตางค์1 ใบ หรือชดใช้ราคา 2,000 บาท ที่ยังไม่ได้คืนแก่โจทก์ร่วม

โจทก์ โจทก์ร่วม และจำเลยไม่อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์ภาค 7 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 245 วรรคสอง

ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นในเหตุฉกรรจ์ จำคุกตลอดชีวิต ฐานมีอาวุธปืน จำคุก 6 เดือน ฐานพาอาวุธปืน จำคุก 3 เดือน เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว คงให้จำคุกตลอดชีวิตตามมาตรา 91 (3) นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ร่วมฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่าจำเลยได้กระทำความผิดตามฟ้องจริง ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อตระเตรียมการและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ ลงโทษประหารชีวิต ฐานร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาต จำคุก 1 ปี ฐานร่วมกันพาอาวุธปืนและมีด จำคุก 6 เดือน โดยไม่ลดโทษให้ รวมทุกกระทงคงให้ประหารชีวิต แต่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้โดยลดโทษให้จำเลยกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52 (2) รวมทุกกระทงคงให้จำคุกตลอดชีวิต โจทก์ร่วมฎีกาว่าจำเลยให้การรับสารภาพเพราะจำนนต่อหลักฐาน หาได้รับสารภาพเพราะสมัครใจหรือสำนึกแก่โทษแต่ประการใด และการรับสารภาพของจำเลยไม่ได้ให้ความรู้แก่ศาลแต่อย่างใด ขอให้ศาลฎีกาไม่ลดโทษให้จำเลยในความผิดฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อตระเตรียมการและเพื่อความสะดวกในการชิงทรัพย์ เช่นนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เฉพาะโทษที่ลงแก่จำเลย กรณีจึงเป็นการแก้ไขเล็กน้อย และให้ลงโทษจำคุกจำเลยเกิน 5 ปี จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218 วรรคสอง ที่โจทก์ร่วมฎีกาดังกล่าวเป็นการฎีกาดุลพินิจในการลงโทษเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามมิให้โจทก์ร่วมฎีกาตามบทมาตราดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกามาก็เป็นการสั่งรับฎีกาที่ไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้

พิพากษายกฎีกาของโจทก์ร่วม
opensearch_id
primary_black_case_no
อ1831/2551
primary_red_case_no
อ2465/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000432.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.343/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2554