คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2605/2555 ฉบับเต็ม

#520480
ข้อความเต็ม
ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2605/2555 พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา ผู้ร้อง นายพนอม เมืองอินทร์ ผู้คัดค้าน ป.พ.พ. มาตรา 572 พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 22 วรรคห้า (3), มาตรา 25 วรรคหนึ่ง, มาตรา 29 วรรคหนึ่ง (1), มาตรา 29 วรรคสอง เดิมผู้คัดค้านเป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์ของกลาง ต่อมาผู้คัดค้านนำรถยนต์คันดังกล่าวไปเข้าไฟแนนซ์ที่บริษัท ว. ด้วยการโอนรถยนต์ให้แก่บริษัท ว. แล้วทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัท ว. กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมตกเป็นของบริษัท ว. แม้ยังมิได้มีการเปลี่ยนแปลงในทางทะเบียน เพราะรถยนต์เป็นสังหาริมทรัพย์ซึ่งสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กันได้ด้วยเพียงการส่งมอบ และผู้ที่จะนำทรัพย์สินออกให้เช่าซื้อได้ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินตาม ป.พ.พ. มาตรา 572 รถยนต์จึงมิใช่ทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านจึงมิใช่เป็นผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดีโดยอ้างว่าตนเป็นเจ้าของที่แท้จริง และทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง (1) ได้ ศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้คัดค้านในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่าย ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และต้องด้วยข้อสันนิษฐานตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคท้าย ว่า บรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่ผู้ถูกตรวจสอบมีอยู่หรือได้มาเกินฐานะ หรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริตเป็นทรัพย์ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด การที่ผู้คัดค้านโอนรถยนต์ของกลางให้แก่บริษัท ว. ยังอยู่ในช่วงเวลา 10 ปี ก่อนมีคำสั่งยึดหรืออายัด จึงเป็นทรัพย์สินที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีอำนาจตรวจสอบและยึดได้ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มาตรา 22 วรรคห้า (3) เมื่อรถยนต์ของกลาง เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงต้องสั่งริบตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ___________________________ คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2549 เจ้าพนักงานตำรวจจับผู้คัดค้านและยึดได้เมทแอมเฟตามีน 80 เม็ด น้ำหนัก 7.77 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.088 กรัมกับอีก 12 เม็ด เป็นของกลาง ผู้ร้องเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้คัดค้านเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 9 ปี และปรับ 900,000 บาท ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 361/2549 ของศาลชั้นต้น คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านพบว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา ราคาประมาณ 220,000 บาท เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้ร้องจึงขอให้มีคำสั่งริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 4, 27, 28, 29, 31 ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ให้แก่ผู้คัดค้าน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31 ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง และให้คืนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา แก่ผู้คัดค้าน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันพึงต้องริบหรือไม่นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 บัญญัติว่า "บรรดาทรัพย์สินซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง นั้น ให้ศาลไต่สวน หากคดีมีมูลว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินนั้น เว้นแต่บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้ยื่นคำร้องขอคืนก่อนคดีถึงที่สุดและแสดงให้ศาลเห็นว่า (1) ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือ (2) ตนเป็นผู้รับโอนหรือผู้รับประโยชน์และได้ทรัพย์นั้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนหรือได้มาตามสมควรในศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ถ้าปรากฏหลักฐานว่าจำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่ผู้นั้นมีอยู่หรือได้มาเกินฐานะ หรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริตเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด" จากบทบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่า ผู้มีสิทธิยื่นคำคัดค้านคำร้องขอให้ริบทรัพย์สินเข้ามาในคดีมีได้เป็น 2 กรณี คือ จะต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินและแสดงให้ศาลเห็นว่า ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตาม (1) กรณีหนึ่ง หรือตนเป็นผู้รับโอนหรือผู้รับประโยชน์และได้ทรัพย์นั้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนหรือได้มาตามสมควรในศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ ตาม (2) อีกกรณีหนึ่ง ข้อเท็จจริงได้ความทั้งตามทางนำสืบของผู้ร้องและผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์วันที่ 2 เมษายน 2547 และวันที่ 18 กันยายน 2548 ผู้คัดค้านนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์ที่บริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด ด้วยการโอนรถยนต์ให้แก่บริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด แล้วทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด ในราคา 35,400 บาท ผ่อนชำระ 12 งวด งวดละ 2,950 บาท ตามสัญญาเช่าซื้อ สัญญาค้ำประกัน แบบคำขอโอนและรับโอนและหนังสือมอบอำนาจ แล้วผู้คัดค้านผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 2 ประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2548 เป็นต้นมา ตามหนังสือเตือนให้ชำระค่างวดเช่าซื้อ เห็นว่า เมื่อผู้คัดค้านโอนรถยนต์ให้แก่บริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัดไปแล้ว กับทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด ดังกล่าว กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมตกเป็นของบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด แม้ยังมิได้มีการเปลี่ยนแปลงในทางทะเบียน เพราะรถยนต์เป็นสังหาริมทรัพย์ซึ่งสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กันได้ด้วยเพียงการส่งมอบและผู้ที่จะนำทรัพย์สินออกให้เช่าซื้อได้ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 รถยนต์จึงมิใช่เป็นทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านจึงมิใช่เป็นผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดีโดยอ้างว่า ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 (1) ได้ หากแต่ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดีก็คือบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด โดยอ้างว่าตนเป็นผู้รับโอนหรือผู้รับประโยชน์และได้ทรัพย์นั้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนหรือได้มาตามสมควรในศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 (2) เท่านั้น การที่ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดีจึงไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย คดีจึงไม่มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามข้ออ้างตามคำคัดค้านของผู้คัดค้าน คงมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามคำร้องของผู้ร้องว่า คดีมีมูลว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ ในข้อนี้ได้ความจากคำเบิกความของนายสำเริง พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบทรัพย์สิน ประกอบบันทึกถ้อยคำของผู้คัดค้าน ว่า ผู้คัดค้านมิได้ประกอบอาชีพที่มีรายได้ที่แน่นอนและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมาตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ที่อ้างว่าบิดาซื้อรถยนต์คันดังกล่าวให้ในราคา 220,000 บาท ด้วยเงินสด ก็เป็นการอ้างลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐาน ฟังได้ว่าเป็นการได้มาเกินฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริต กับเมื่อศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้คัดค้านในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคท้าย ว่า บรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่ผู้ถูกตรวจสอบมีอยู่หรือได้มาเกินฐานะ หรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริตเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งการที่ผู้คัดค้านโอนให้แก่บริษัท วีระลิสซิ่ง จำกัด ก็ยังอยู่ในช่วงเวลา 10 ปี ก่อนมีคำสั่งยึดหรืออายัด จึงเป็นทรัพย์สินที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีอำนาจตรวจสอบและยึดได้ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 22 วรรคท้าย (3) พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมาจึงมีมูลว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงต้องสั่งริบตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล-นิยุต สุภัทรพาหิรผล-วิรุฬห์ แสงเทียน) ศาลจังหวัดพะเยา - นายราชันห์ สังเมฆ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นายวุฒินัย วงศ์ฟัก แหล่งที่มา กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา แผนก หมายเลขคดีดำศาลฎีกา อ.4212/2553 หมายเลขคดีดำศาลชั้นต้น ม3/2550 หมายเลขคดีแดงศาลชั้นต้น ม3/2551 หมายเหตุ
ข้อมูลเพิ่มเติม ดูทั้งหมด
docid
520480
courts
[
    {
        "court": "ศาลจังหวัดพะเยา",
        "judge": "นายราชันห์ สังเมฆ"
    },
    {
        "court": "ศาลอุทธรณ์ภาค 5",
        "judge": "นายวุฒินัย วงศ์ฟัก"
    }
]
created_at
{
    "$date": {
        "$numberLong": "1778081987591"
    }
}
date
2555
deka_no
2605/2555
deka_running_no
2605
deka_year
2555
department
แผนก
judges
[
    "ประเสริฐ โอนพรัตน์วิบูล",
    "นิยุต สุภัทรพาหิรผล",
    "วิรุฬห์ แสงเทียน"
]
laws
[
    {
        "law_name": "ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์",
        "law_abbr": "ป.พ.พ.",
        "sections": [
            "ม. 572"
        ]
    },
    {
        "law_name": "พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "law_abbr": "พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534",
        "sections": [
            "ม. 22 วรรคห้า (3)",
            "ม. 25 วรรคหนึ่ง",
            "ม. 29 วรรคหนึ่ง (1)",
            "ม. 29 วรรคสอง"
        ]
    }
]
litigants
[
    {
        "role": "ผู้ร้อง",
        "name": "พนักงานอัยการจังหวัดพะเยา"
    },
    {
        "role": "ผู้คัดค้าน",
        "name": "นายพนอม เมืองอินทร์"
    }
]
long_text
คดีสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 7 มกราคม 2549 เจ้าพนักงานตำรวจจับผู้คัดค้านและยึดได้เมทแอมเฟตามีน 80 เม็ด น้ำหนัก 7.77 กรัม คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ได้ 1.088 กรัมกับอีก 12 เม็ด เป็นของกลาง ผู้ร้องเป็นโจทก์ยื่นฟ้องผู้คัดค้านเป็นจำเลยต่อศาลชั้นต้นในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 9 ปี และปรับ 900,000 บาท ตามคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 361/2549 ของศาลชั้นต้น คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินตรวจสอบทรัพย์สินของผู้คัดค้านพบว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา ราคาประมาณ 220,000 บาท เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้ร้องจึงขอให้มีคำสั่งริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 4, 27, 28, 29, 31

ศาลชั้นต้นได้สั่งให้ประกาศในหนังสือพิมพ์ตามกฎหมายแล้ว

ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ให้แก่ผู้คัดค้าน

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา ให้ตกเป็นของกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29, 31

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง และให้คืนรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา แก่ผู้คัดค้าน

ผู้ร้องฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาตามที่ผู้ร้องฎีกาว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดอันพึงต้องริบหรือไม่นั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 บัญญัติว่า "บรรดาทรัพย์สินซึ่งพนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องต่อศาลตามมาตรา 27 วรรคหนึ่ง นั้น ให้ศาลไต่สวน หากคดีมีมูลว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ให้ศาลสั่งริบทรัพย์สินนั้น เว้นแต่บุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินได้ยื่นคำร้องขอคืนก่อนคดีถึงที่สุดและแสดงให้ศาลเห็นว่า

(1) ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือ

(2) ตนเป็นผู้รับโอนหรือผู้รับประโยชน์และได้ทรัพย์นั้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนหรือได้มาตามสมควรในศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ

เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ถ้าปรากฏหลักฐานว่าจำเลยหรือผู้ถูกตรวจสอบเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมาก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่ผู้นั้นมีอยู่หรือได้มาเกินฐานะ หรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริตเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด"

จากบทบัญญัติดังกล่าวเห็นได้ว่า ผู้มีสิทธิยื่นคำคัดค้านคำร้องขอให้ริบทรัพย์สินเข้ามาในคดีมีได้เป็น 2 กรณี คือ จะต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินและแสดงให้ศาลเห็นว่า ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตาม (1) กรณีหนึ่ง หรือตนเป็นผู้รับโอนหรือผู้รับประโยชน์และได้ทรัพย์นั้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนหรือได้มาตามสมควรในศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ ตาม (2) อีกกรณีหนึ่ง ข้อเท็จจริงได้ความทั้งตามทางนำสืบของผู้ร้องและผู้คัดค้านว่า ผู้คัดค้านเป็นเจ้าของผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์วันที่ 2 เมษายน 2547 และวันที่ 18 กันยายน 2548 ผู้คัดค้านนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์ที่บริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด ด้วยการโอนรถยนต์ให้แก่บริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด แล้วทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด ในราคา 35,400 บาท ผ่อนชำระ 12 งวด งวดละ 2,950 บาท ตามสัญญาเช่าซื้อ สัญญาค้ำประกัน แบบคำขอโอนและรับโอนและหนังสือมอบอำนาจ แล้วผู้คัดค้านผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 2 ประจำวันที่ 18 พฤศจิกายน 2548 เป็นต้นมา ตามหนังสือเตือนให้ชำระค่างวดเช่าซื้อ เห็นว่า เมื่อผู้คัดค้านโอนรถยนต์ให้แก่บริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัดไปแล้ว กับทำสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด ดังกล่าว กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ย่อมตกเป็นของบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด แม้ยังมิได้มีการเปลี่ยนแปลงในทางทะเบียน เพราะรถยนต์เป็นสังหาริมทรัพย์ซึ่งสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กันได้ด้วยเพียงการส่งมอบและผู้ที่จะนำทรัพย์สินออกให้เช่าซื้อได้ต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ทั้งนี้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 572 รถยนต์จึงมิใช่เป็นทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านจึงมิใช่เป็นผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดีโดยอ้างว่า ตนเป็นเจ้าของที่แท้จริงและทรัพย์สินนั้นไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 (1) ได้ หากแต่ผู้ที่มีสิทธิยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดีก็คือบริษัทวีระลิสซิ่ง จำกัด โดยอ้างว่าตนเป็นผู้รับโอนหรือผู้รับประโยชน์และได้ทรัพย์นั้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนหรือได้มาตามสมควรในศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 (2) เท่านั้น การที่ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดีจึงไม่ถูกต้องและไม่เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย คดีจึงไม่มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามข้ออ้างตามคำคัดค้านของผู้คัดค้าน คงมีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยตามคำร้องของผู้ร้องว่า คดีมีมูลว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือไม่ ในข้อนี้ได้ความจากคำเบิกความของนายสำเริง พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ตรวจสอบทรัพย์สิน ประกอบบันทึกถ้อยคำของผู้คัดค้าน ว่า ผู้คัดค้านมิได้ประกอบอาชีพที่มีรายได้ที่แน่นอนและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนมาตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ที่อ้างว่าบิดาซื้อรถยนต์คันดังกล่าวให้ในราคา 220,000 บาท ด้วยเงินสด ก็เป็นการอ้างลอย ๆ โดยไม่มีหลักฐาน ฟังได้ว่าเป็นการได้มาเกินฐานะหรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริต กับเมื่อศาลมีคำพิพากษาลงโทษผู้คัดค้านในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน ผู้คัดค้านจึงเป็นผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และต้องด้วยข้อสันนิษฐานตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคท้าย ว่า บรรดาเงินหรือทรัพย์สินที่ผู้ถูกตรวจสอบมีอยู่หรือได้มาเกินฐานะ หรือความสามารถในการประกอบอาชีพหรือกิจกรรมอย่างอื่นโดยสุจริตเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งการที่ผู้คัดค้านโอนให้แก่บริษัท วีระลิสซิ่ง จำกัด ก็ยังอยู่ในช่วงเวลา 10 ปี ก่อนมีคำสั่งยึดหรืออายัด จึงเป็นทรัพย์สินที่คณะกรรมการตรวจสอบทรัพย์สินมีอำนาจตรวจสอบและยึดได้ตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 22 วรรคท้าย (3) พยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบมาจึงมีมูลว่า รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน บง 4475 พะเยา เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จึงต้องสั่งริบตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534 มาตรา 29 วรรคหนึ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกคำร้องของผู้ร้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของผู้ร้องฟังขึ้น

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
opensearch_id
primary_black_case_no
ม3/2550
primary_red_case_no
ม3/2551
remark
หมายเหตุ
source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
source_raw_file
D:\Apache24\htdocs\deka\deka\raw\initial\000425.html
source_run
initial
supreme_black_case_no
อ.4212/2553
type
คำพิพากษาศาลฎีกา
year
2555